สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

การประชุมวิชาการ EF Symposium 2017

EF Symposium 2017 สมองเด็กไทย รากฐานทุนมนุษย์เพื่ออนาคตประเทศ
วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี
หลักการและเหตุผล : 
ด้วยสถานการณ์ความจำเป็นเร่งด่วนที่โลกเคลื่อนตัวสู่ยุค 4.0 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ซับซ้อน และคาดการณ์ได้ยาก ทุกสังคมจึงต้องปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีและยกระดับความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ยืนอยู่ได้อย่างเข้มแข็งประกอบกับประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุสมบูรณ์แบบ (Aged Society) ภายในเวลาประมาณ 15 ปี  ซึ่งจะส่งผลกระทบให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตที่จะรับภารกิจดูแลสังคมที่มีประชากรสูงอายุถึง 25% ได้อย่างดีนั้น จำเป็นต้องสร้างประชากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง

ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน การพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตโดยเฉพาะสถานการณ์ด้านการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพของประชากรโดยตรง หากปล่อยให้สภาพการณ์นี้ดำเนินต่อไป การสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการนำพาประเทศไปเผชิญกับความท้าทายดังกล่าวจะเป็นไปได้ยากยิ่ง  จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องสร้างความร่วมมือ เพื่อค้นหาทางออกและแนวทางแก้ไข ให้เกิดการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยซึ่งเป็นทุนมนุษย์ของประเทศอย่างจริงจังและเกิดประสิทธิผลเต็มที่

จากการศึกษาวิจัยที่ก้าวหน้าทันสมัยของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติหลากหลายสาขาในปัจจุบัน ทั้งด้านประสาทวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา และด้านการศึกษา พบว่าการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ข้างหน้าให้ได้นั้น จำเป็นต้องพัฒนาไปด้วยความเข้าใจต่อธรรมชาติและการทำงานของสมองเป็นสำคัญ

Executive Functions (EF) คือชุดกระบวนการทางความคิด (Mental Process) ที่มีผลการศึกษาวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์นานาชาติหลากหลายสาขาบ่งชี้ว่า คือชุดการทำงานในสมองส่วนหน้าของมนุษย์ (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิด การรู้สึก และการกระทำทั้งปวง เป็นสิ่งที่ควรจะได้รับการส่งเสริมปลูกฝังในเด็กที่เกิดมาบนโลกทุกคนอย่างจริงจัง เพราะเป็นชุดกระบวนการทางความคิดที่จะช่วยให้มนุษย์มีความสามารถในการบริหารจัดการชีวิต นั่นคือ “คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น และหาความสุขเป็น”

EF จะช่วยให้มนุษย์ห่างไกลจากปัญหา ด้วยความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล เกิดการยับยั้งชั่งใจ และนำไปสู่การกำกับอารมณ์และพฤติกรรมตนเองได้ รวมทั้งยังช่วยสร้างเสริม ทักษะการวางแผนอย่างเป็นระบบ ช่วยให้มนุษย์สามารถจัดการกับงานหลากหลาย สามารถจัดลำดับความสำคัญพัฒนาเป็นขั้นตอน เชื่อมโยงความรู้ในอดีตมาใช้ประโยชน์ร่วมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมไปจนถึงการคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคตล่วงหน้าได้ ขณะเดียวกันยึดมั่นเป้าหมาย มุ่งมั่นจดจ่อ และผลักดันตนเองไปสู่การทำงานจนสำเร็จได้

EF จึงเป็นศักยภาพที่มนุษย์ทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนต่อเนื่องตลอดช่วงวัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น เพื่อให้กลายเป็นทักษะในสมอง และพัฒนาเป็นบุคลิกภาพแห่งความสำเร็จไปตลอดชีวิต โดยเกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนาเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ไปจนถึงกระบวนการจัดการศึกษาตลอดทุกช่วงวัย

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาที่ท้าทายสังคมและความสำคัญของชุดความรู้ดังกล่าว กลุ่มองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมหลากหลาย อาทิ ศูนย์ประสาทวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) สถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายอื่นๆ จึงรวมตัวกันเป็น ภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership ร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้  EF มาตั้งแต่ปี 2557 โดยสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) หน่วยงานวิชาการของบริษัทรักลูกกรุ๊ป จำกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานการขับเคลื่อนองค์ความรู้ EF ไปสู่การปฏิบัติ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สำนัก 4)  ในชื่อ “โครงการการพัฒนาองค์ความรู้และขับเคลื่อนการส่งเสริมทักษะสมองเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชนในประเทศไทย” 

โครงการฯ นี้ ได้จัดให้มี
o การจัดการความรู้และสร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริม EF ให้สอดคล้องเหมาะสมกับการนำมาใช้ในบริบทประเทศไทย
o การอบรมสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง
o การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบและขยายผลในหลายจังหวัด
o การขยายเครือข่ายส่งเสริม EF ให้กว้างขวางทุกระดับ
o การสื่อสารเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบต่างๆ
o การขับเคลื่อนสู่ระดับนโยบายประเทศ

หลังการดำเนินการมาประมาณ 3 ปี สถาบันอาร์แอล จี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการฯ ได้พัฒนากิจกรรมเวทีวิชาการ EF Symposium ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความก้าวหน้าทางวิชาการด้านองค์ความรู้ EF ขณะเดียวกันก็เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคืบหน้าของกระบวนการขับเคลื่อนงานและบทเรียนจากการทำงาน ให้เป็นวงจรความรู้ที่เป็นพลวัต โดยเวทีวิชาการ EF Symposium ได้จัดมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2558 และ 2559  ในแต่ละครั้งได้รับความสนใจจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมนับพันคน

ในปี 2560 นี้ กิจกรรมเวทีวิชาการ EF Symposium 2017 มุ่งต่อยอดฐานความรู้ทางวิชาการ EF ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้จากบทเรียนการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาองค์ความรู้และขับเคลื่อนการส่งเสริม EF  ขององค์กรภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership  ในช่วงปีที่ผ่าน สู่บุคลากรผู้เกี่ยวข้องและสาธารณชน อันจะเป็นการส่งต่อความรู้สำคัญที่มาทั้งจากการศึกษาวิจัย และการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นเสมือนเข็มทิศนำทางการแก้ปัญหาและพัฒนาเยาวชนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมสู่สังคมไทยต่อไป

วัตถุประสงค์ : 
1. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเกาะติดองค์ความรู้  Executive Functions ของนักวิชาการ ครู ผู้ดูแลเด็ก บุคลากรด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโดยเฉพาะผู้กำหนดนโยบายของประเทศ ให้มีความรู้เท่าทันกับการพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาเด็กในระดับโลก1. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเกาะติดองค์ความรู้  Executive Functions ของนักวิชาการ ครู ผู้ดูแลเด็ก บุคลากรด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโดยเฉพาะผู้กำหนดนโยบายของประเทศ ให้มีความรู้เท่าทันกับการพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาเด็กในระดับโลก
2. เพื่อเป็นการสานต่อการจัดการความรู้ และขยายความรู้ เรื่อง Executive Functions ที่ภาคี Thailand EF Partnership ได้สร้างสานขึ้นมาในเวลาเกือบ 2 ปีให้มีความสมบูรณ์ทางวิชาการยิ่งขึ้น ให้เป็นฐานความรู้ ที่หนักแน่นของการปฏิรูปการศึกษาต่อไป
3. เพื่อส่งเสริมให้ครูและบุคลากรในวงการพัฒนาเด็กทุกวัย นำความรู้ EF ที่ได้ ไปต่อยอดพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน และการทำงานพัฒนาเด็กในพื้นที่ของตนอย่างเป็นรูปธรรม
4. เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากรและครู ที่ร่วมขับเคลื่อนความรู้เรื่อง EF ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้มาร่วมกันถอดบทเรียนประสบการณ์การทำงาน เพื่อสร้างองค์ความรู้ EF ที่สอดคล้องกับบริบทไทยที่จะนำไปใช้งานอย่างได้ผล
5. เพื่อขยายความตื่นตัวตระหนักรู้ในเรื่อง EF ไปสู่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ผู้นำชุมชน และสังคมวงกว้างให้สามารถนำความรู้ EF ไปปรับใช้ในการดูแลเด็ก เพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพและวางรากฐานการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยอย่างเข้มแข็งต่อไป

กลุ่มเป้าหมาย :
1. ผู้กำหนดนโยบายจากหน่วยงานหลักที่ทำงานในด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ทุกระดับทั้งท้องถิ่น ภูมิภาคและส่วนกลาง
2. ผู้บริหารการศึกษาและครูปฐมวัยระดับแกนนำ จากโรงเรียนทุกสังกัด
3. ผู้นำชุมชน และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสนใจในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
4. พ่อแม่ ผู้ปกครอง กลุ่ม/ชมรม/สมาคมของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ตื่นตัวในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
5. สื่อมวลชนและผู้สนใจทั่วไป

แนวทางและกระบวนการ :
1. จัดการปาฐกถาพิเศษ โดยรองนายกรัฐมนตรี ให้แนวทางและนโยบายต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กไทย เพื่อสร้างอนาคตสังคมไทยที่แข็งแกร่ง
2. จัดเวทีวิชาการภาพรวม เพื่อติดตามความรู้ ซึ่งได้พัฒนาขึ้นทั้งในและต่างประเทศในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักวิชาการ และบุคลากร ที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ด้านเด็กวัยประถมศึกษา และด้านเยาวชนวัยรุ่นหลากหลายสาขา รวมถึงผู้บริหารนโยบายด้านเด็กปฐมวัยทุกระดับจากภาคส่วนต่างๆ
3. จัดการบรรยายแยกห้องจำนวน 5 ห้อง 15 หัวข้อ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ EF ให้ความรู้ EF และนำเสนอนวัตกรรม ที่มีการพัฒนาสร้างสรรค์ขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศแก่แต่ละกลุ่มเป้าหมาย เช่น- การพัฒนาคู่มือ และเครื่องมือส่งเสริม EF ต่างๆ  สำหรับบุคลากรสาธารณสุขและครูปฐมวัย- นวัตกรรมการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยครูปฐมวัยท้องถิ่นที่ได้ผล- การดำเนินกิจกรรมโครงการเพื่อพัฒนาเด็กวัยรุ่น- การจัดกลไกการส่งเสริม EF ในระดับอำเภอและชุมชน- การสร้างเครือข่ายส่งเสริม EF ในระดับจังหวัด- การส่งเสริม EF ในครอบครัว
4. เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เฉพาะกลุ่ม  สำหรับครู / บุคลากรสาธารณสุข / ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / EF-Facilitator / ผู้อำนวยการโรงเรียนและศึกษานิเทศก์   เป็นต้น
5. จัดนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับองค์ความรู้ EF และ Best Practices ในการขับเคลื่อนงาน EF ในประเทศไทยที่ผ่านมาของภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership

ผลที่คาดว่าจะได้รับ :
1. เกิดการผลักดันขับเคลื่อนในระดับนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติของพัฒนาการและสมองมนุษย์  ตอบโจทย์การสร้างพลเมืองรุ่นใหม่เพื่อโลกยุค 4.0 และเพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศไทยที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตามแนวทางของรัฐอย่างแท้จริง
2. เกิดความรู้ความเข้าใจในองค์ความรู้ Executive Functions ในกลุ่มนักวิชาการ ครู ผู้ดูแลเด็ก บุคลากรด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และโดยเฉพาะผู้กำหนด นโยบายของประเทศที่เข้ามาร่วมชัดเจนยิ่งขึ้น  นำไปสู่การปฏิบัติงาน ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อพัฒนาเด็ก ตามภารกิจของผู้เข้าร่วมได้อย่างมีประสิทธิผล
3. เกิดการสานต่อการจัดการความรู้ การถอดบทเรียน-ประสบการณ์จากการปฏิบัติ และขยายความรู้ เรื่อง Executive Functions ให้มีความอุดมสมบูรณ์ทางวิชาการยิ่งขึ้น เป็นฐานความรู้ที่หนักแน่น ของการปฏิรูปกระบวนการพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไป
4. เกิดเครือข่ายการทำงานของบุคลากรกลุ่มต่างๆ  เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเด็ก โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น
5. เกิดความตื่นตัวตระหนักรู้ในเรื่อง EF ในกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ผู้นำชุมชน และสังคมวงกว้าง ผ่านสื่อสารมวลชน นำไปสู่การปรับความคิด และแนวทางในการดูแลเด็กที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อวางรากฐานการสร้างพลเมืองคุณภาพให้เป็นทุนมนุษย์ที่เข้มแข็ง เพื่อประเทศไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

1 ความคิดเห็น

  1. กด take this course “พัฒนาทักษะสมอง EF ด้วยวินัยเชิงบวก” แต่ว่าไม่ขึ้นใน Profile ค่า
    รบกวนช่วยตรวจสอบให้ด้วยค่า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...