สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

ครูคือคนสำคัญ ต้องเสริมความรู้ที่เข้มแข็งให้ครู

ครูนับเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ จะเรียกว่ามีบทบาทหน้าที่ “สร้างชาติ”ก็ว่าได้  ปัจจุบันพบว่าครูมีทั้งส่วนที่ปรับเปลี่ยนพัฒนาบทบาทตนเอง และมีส่วนที่ยังไม่ปรับเปลี่ยนบทบาท ยังมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กไม่ดีพอ นักการศึกษาและแพทย์พบว่า

บทบาทของครูที่ปรับเปลี่ยนพัฒนา คือ 

ครูมีบทบาทในการคัดกรองเด็กที่มีปัญหามากขึ้น เมื่อ 20 ปีก่อน เด็กที่เข้ามารับคำปรึกษาที่คลินิก พัฒนาการเด็ก ส่วนใหญ่พ่อแม่จะเป็นผู้พามาเอง เช่น ลูกมีปัญหาอ่านหนังสือไม่ออก สมาธิสั้น ฯลฯ แต่ปัจจุบันครึ่งหนึ่งของเด็กที่มาพบแพทย์ ครูบอกให้พ่อแม่พามา อีกครึ่งหนึ่งครูพามาเอง  ต่างกับในอดีตที่หากเด็กเรียนไม่ได้ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ สมาธิไม่ดี ก็จะให้ออกไปรักษาก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียน แต่ปัจจุบันครูสามารถคัดกรองได้มากขึ้นว่าเด็กคนใดเป็นเด็กพิเศษ สามารถแนะนำและส่งเด็กมาพบแพทย์ได้มากขึ้น จัดให้เด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ แสดงว่าครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการของเด็กมากขึ้น

ส่วนในด้านที่ยังต้องปรับปรุงพัฒนา คือ

ในการจัดการชั้นเรียน (classroom management) ครูมักเน้นสร้างแต่บรรยากาศทางกายภาพ(psychological atmosphere) แค่ทำให้ห้องเรียนสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบ แต่ไม่ได้ใส่ใจบรรยากาศทางจิตใจ อารมณ์ความรู้สึก (physiological  atmosphere) ซึ่งเป็นแรงกระตุ้น ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ และพัฒนาการทางสมองที่ดีด้วย

ครูรู้ดีว่าเด็กจะเรียนรู้ได้ดีถ้าได้เรียนรู้อย่างมีความสุขและอย่างมีความหมาย แต่ครูยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงเป้าหมายที่อยากจะให้เด็กเรียนรู้ได้ ไม่สามารถทำให้เกิดผลตามที่มุ่งหวัง เพราะใช้กระบวนการแบบเดิมๆ นั่นเอง จึงไม่เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ

ต้องเสริมความรู้ที่เข้มแข็งให้ครู

เพื่อที่จะปรับปรุงพัฒนาบทบาทและคุณภาพของครู นักวิชาการเห็นว่า ครูในปัจจุบันควรต้องมีความรู้ที่เข้มแข็งในเรื่องเหล่านี้

  1. ความรู้เรื่องพัฒนาการของเด็ก เป็นพื้นฐานความรู้ที่ “ครูจำเป็นต้องรู้ ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้ง” เพื่อให้เป็นแกนหลักของการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งจะทำให้ครูสามารถย้อนดูว่าการจัดการเรียนการสอน การดูแลเด็กของตนหลุดออกไปจากแกนหลักของความรู้พื้นฐานนี้หรือไม่

  2. ความรู้เรื่องการทำงานและพัฒนาการสมอง เป็นความรู้ที่ครูต้องใช้ในการจัดการเรียนการสอน พัฒนาเด็ก  แม้ว่าครูจะมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากเพียงไรก็ต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ

  3. ความรู้เรื่องพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม  แน่นอนว่าครูต้องการให้เด็กเรียนรู้ได้ดี เรียนอย่างมีความสุขและอย่างมีความหมาย พัฒนาการอารมณ์และสังคมจึงมีความสำคัญ ครูต้องเข้าใจและพัฒนาอารมณ์ สังคมให้เด็กด้วย รวมทั้งความรู้เรื่อง self เพื่อว่าอย่างน้อยจะได้ไม่จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ขัดขวางหรือทำลายตัวตนของเด็ก

แต่ก่อนอื่น ครูต้องปรับทัศนคติ โดยเฉพาะครูปฐมวัยและผู้ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีความคิดว่า ครูปฐมวัย เด็กปฐมวัยไม่สำคัญ หรือตนเป็นแค่ครูอนุบาล ไม่เก่ง สอนหรืออบรมไปก็ไม่เข้าใจ หรือความรู้ดังกล่าวเป็นเรื่องยากไม่สามารถเข้าใจได้ เป็นต้น หากเปิดใจแล้วครูอาจจะพบว่า การสอนการดูแลพัฒนาเด็กให้ได้ผลตามที่มุ่งหวังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย

Related Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

70,274แฟนคลับชอบ
- แบบประเมิน EF Guidel -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...