สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

ถอดบทเรียนความสำเร็จ อาจารย์ราชภัฏ สอนนักศึกษาปี 1 วิชา “สมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย” ครั้งแรก เบิกบานทั้งอาจารย์และศิษย์

วันที่ 11-13 กันยายน 2562 ณ รอยัล  ริเวอร์แคว์ รีสอร์ท แอนด์สปา จ.กาญจนบุรี สถาบัน RLG ร่วมกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยการสนับสนุนของ สำนัก 4 สสส. ร่วมจัดกิจกรรมถอดบทเรียนความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนรายวิชา “สมองกับการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย” ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1ปีการศึกษา 2562 ที่ผ่านมา มีตัวแทนอาจารย์จากคณะครุศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏจากภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมจำนวน  22  คน จาก 12 สถาบัน บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ ระหว่างคณาจารย์ และนักวิชาการปฐมวัยจากสถาบัน RLG และภาคี Thailand EF Partnership เป็นไปอย่างมีพลังและเบิกบาน สอนแบบใหม่ ใช้หลักการส่งเสริม EF ได้ผลลัพธ์เกินคาด

          อาจารย์ราชภัฏเปลี่ยนเป็น Active Teacher เกิดความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี และมีทักษะ รวมทั้งมีความมั่นใจที่จะนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อแก่นักศึกษาครูที่เรียนในรายวิชาของตน

อาจารย์ที่เข้าร่วมการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจเรื่องทักษะสมองอีเอฟและหลักการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงหลังการอบรมมากกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยก่อนการอบรม 94% ของอาจารย์ มีคะแนนความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับ น้อยที่สุด ถึงปานกลาง แต่หลังการอบรม 96% ของอาจารย์มีคะแนนความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับปานกลาง ถึง มากที่สุด

ในด้านการรับรู้ความสามารถของตนเองแบ่งออกเป็นสามมิติ มิติที่หนึ่ง คือ ความเชื่อมั่นในความรู้ของตนเองเรื่องทักษะสมองอีเอฟและหลักการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง พบว่า ก่อนการอบรม 94% ของอาจารย์มีคะแนนด้านความเชื่อมั่นในความรู้ของตนเองอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง แต่หลังจากอบรมพบว่า 100% ของอาจารย์มีความเชื่อมั่นในความรู้ของตนเองอยู่ในระดับปานกลางไปถึงมาก และพบว่าไม่มีอาจารย์ท่านใดอยู่ในระดับน้อยเลย

ในมิติด้านความเชื่อมั่นในตนเองที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนในห้องเรียนตามหลักการบูรณาการสมองและการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงพบว่า ก่อนการอบรม 60% ของอาจารย์คิดว่าตัวเองสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในระดับน้อยจนถึงปานกลางแต่หลังจากการอบรมพบว่า 90% ของอาจารย์มีความเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนได้อยู่ในระดับมาก

ในมิติที่สามคือการมองเห็นความสำคัญของวิชาชีพและความมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพบว่าก่อนการอบรม 60% ของอาจารย์มีความมุ่งมั่นอยู่ในระดับน้อยจนถึงปานกลาง แต่หลังจากการอบรมพบว่า 91% ของอาจารย์มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับมาก


กระบวนการสอนเปลี่ยน จาก Teacher Centered เป็น Child Centered ไม่ใช่ “ครูจะสอนอะไร แต่ใส่ใจว่านักศึกษาจะเรียนรู้อะไร” จากมุ่งสอนเนื้อหา เปลี่ยนเป็นมุ่งสร้างเจตคติ ให้เห็นคุณค่าตนเอง สิ่งที่เรียนรู้และผลที่จะเกิดกับเด็กปฐมวัย เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning เปิดโอกาสให้นักศึกษาเป็นผู้เลือก มีส่วนร่วมในการสอน ให้ได้สะท้อน
นักศึกษาเปลี่ยน ได้พัฒนาคุณลักษณะ Active Learner เห็นความตื่นตัวในการเรียนรู้อย่างชัดเจน จากการได้คิด ได้วิเคราะห์ ได้มีส่วนร่วม มีความสุขในการเรียน ไม่สาย ไม่ขาด กระตือรือร้น กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าสะท้อนความคิด กล้าทำ กล้าลอง-ไม่กลัวผิด มีเจตคติต่อตัวเองดีขึ้น เชื่อมั่นในตัวเอง เห็นศักยภาพ เห็นคุณค่าในวิชาชีพครู
ห้องเรียนเปลี่ยน เป็นห้องเรียนที่มีความสุขและมีวินัยที่เกิดจากตัวผู้เรียนเอง สอนได้ง่ายขึ้น กระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียนไหลลื่น
เครือข่ายปฐมวัยเข้มแข็ง ในสาขาการศึกษาปฐมวัยของสถาบันราชภัฏส่วนใหญ่ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น ทีมเวิร์คเข้มแข็ง สอนไปในทิศทางเดียวกัน มีการจัดการความรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อเนื่อง  ผู้บริหารและครูในโรงเรียนเครือข่ายสนใจและมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา EF มากขึ้น ได้ตัวอย่างสื่อและกิจกรรมที่นักศึกษานำไปทดลองใช้แล้วได้ผลดี
“สรุปได้ว่า เริ่มเกิดวิถี EF ขึ้นในระบบการผลิตครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏส่วนใหญ่แล้ว”

Related Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

Stay Connected

74,430แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...