สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

บทที่ 3 ตอนที่ 3 : จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful Learning) แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด

ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร 

ตอบ : การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไร เรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริง กับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน ในชุมชน

การเรียนรู้ที่รู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร เป็นการเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย สมอง EF (Executive          Functions) จะทำงาน ต่างจากการเรียนรู้ที่ไม่มีความหมาย เรียนแบบท่องจำ เรียนเพื่อสอบ สอบแล้วก็ลืมสิ่งที่เรียนมาหมด

ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร 

ตอบ :

  • ทำให้เด็กเกิดแรงบันดาลใจ เกิดความสุข สนุกในการเรียนรู้ อยากรู้อยากเรียนมากขึ้น มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน ค้นคว้าให้รู้มากขึ้น   
  • เป็นเครื่องมือไปสู่การเรียนรู้เรื่องอื่นๆ และเกิดทักษะการเรียนรู้ เช่น การเรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์ ผู้เรียนอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการอยากจะศึกษาต่อไปอีกในเรื่องวิวัฒนาการของชีวิต เรื่องธรณีวิทยา และขณะที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องไดโนเสาร์ ก็เกิดทักษะที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต เช่น ทักษะการสังเกต การสืบค้นหาข้อมูลที่หลากหลาย การวิเคราะห์ การมุ่งเป้าหมาย หรือการวางแผนจัดระบบข้อมูลที่หามาได้  
  • ทำให้รู้จริง รู้ลึก รู้รอบ รู้เท่าทันสถานการณ์ คิดวิเคราะห์ อ่านสถานการณ์เป็น อ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ อ่านผู้คนได้ รู้ว่าเรื่องต่างๆ เป็นไปเป็นอย่างไร เรียนรู้บริบทของตน บริบทรอบตัว เพื่อจะอยู่กับบริบทได้อย่างเข้าใจ กลมกลืน เห็นความเกี่ยวข้อง ความเชื่อมโยงระหว่างตนเองกับโลกรอบตัว ระหว่างสรรพสิ่งในโลก
  • เด็กนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฏิบัติ ไปใช้ประโยชน์ไปปรับตัวได้
  • เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เกิดคุณลักษณะของการเป็นผู้พร้อมเรียนรู้ พัฒนาตน ใฝ่รู้ เป็นทักษะที่ติดตัวไปตลอดชีวิต การเรียนรู้ที่มีความหมายจะรักษาธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ไว้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้คนเรามีชีวิตอยู่รอด
  • สร้างจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม นึกถึงส่วนรวม เพราะเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งรอบตัว   
ถาม : แล้วจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายได้อย่างไร 

ตอบ : โรงเรียนต้องจัดกระบวนการที่สนับสนุนให้เด็กเป็นผู้เรียนรู้อย่างมีความหมาย โดย

  • ครูต้องคำนึงถึงระดับความสามารถ (Competency) และ Background ของเด็กแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นวิธีที่จะทำให้เด็กเห็นความหมาย เห็นคุณค่าของความรู้นั้นๆ จึงแตกต่างกัน และจำเป็นต้องทำเป็นรายบุคคลไป
  • ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ สไตล์การเรียนรู้ของเด็ก เด็กแต่ละคนมีพฤติกรรม มีสไตล์การเรียนรู้ และมีวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน บางคนเรียนรู้จากการดู การฟัง การเลียนแบบ บางคนจากการสืบค้น หรือบางคนมีพื้นความรู้จากการเคยมีทักษะอย่างใดอย่างหนึ่งมาก่อน เช่นเด็กคนหนึ่งต่อเลโก้ได้แก่งมาก เป็นนักสะสมเลโก้มาตั้งแต่ชั้นอนุบาล ซึ่งถ้าครูสังเกตเห็น ครูจะสามารถกระตุ้นหรือสานต่อการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น  
  • เด็กควรได้รู้ว่าตัวเองมีวิธีเรียนรู้แบบใด เช่นเด็กคนหนึ่งเรียนเลขไปแล้ว ไม่เข้าใจ ทำไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ อาจไม่ใช่เพราะไม่ชอบคิดเลข แต่อาจไม่ชอบวิธีที่ครูสอน ซึ่งถ้าครูเปลี่ยนไปใช้วิธีที่เด็กชอบ เด็กอาจจะเรียนรู้ได้ดีกว่า ซึ่งเด็กเองก็ต้องบอกครูได้ด้วยว่าต้องการให้ครูสอนวิธีไหน  ซึ่งการรู้ตัวเองว่ามีวิธีการเรียนแบบใดนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนๆ หนึ่งเลยทีเดียว ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเด็กอายุครบหกขวบ เด็กต้องรู้ ต้องบอกได้ว่าตนเองมีวิธีเรียนรู้อย่างไร เช่น ต้องเห็นภาพ หรือแบบลงมือทำ  ที่ต้องรู้เพราะเมื่อขึ้นไปเรียนในชั้นประถมศึกษา ก็จะสามารถขอความช่วยเหลือจากครูได้ ครูจะได้ออกแบบการสอน หรือคิดแบบฝึกหัดให้เด็กแต่ละคนไปตามวิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนได้ ซึ่งหากเด็กเองยังไม่รู้ ครูจะต้องเป็นผู้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อม และให้โอกาสเด็กได้ค้นหาตัวเอง เพื่อให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ด้วยวิธีของตัวเองได้ในที่สุด เป็นการเรียนรู้ที่เกิดมาจากภายในของตัวเด็กเอง
  • ครูช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่เด็กสนใจกลับมาสู่ตัวเด็ก สู่ชีวิตจริง  ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างตัวเด็กกับโลกรอบตัว ระหว่างสิ่งนั้นกับสิ่งนี้  เพื่อขยายความสนใจของเด็กให้ขยายการเรียนรู้มากขึ้น จากสนใจใคร่รู้ไปเป็นคนที่รอบรู้ในเรื่องนั้นๆ

ความรู้ชุด “ดูแลเด็กยุคโควิด” โดย สถาบัน RLG (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป)
ปรารถนา หาญเมธี เขียน
ผาณิต บุญมาก เรียบเรียง
ภาวนา อร่ามฤทธิ์ บรรณาธิการ

Related Articles

บทที่ 6 ตอนที่ 3 : คุณลักษณะและสมรรถนะ (Characters/Competency) ของเด็กประถมที่เราคาดหวัง

คุณลักษณะและสมรรถนะ(Characters/Competency) ของเด็กประถมที่เราคาดหวัง มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ.2561 ได้กำหนดคุณลักษณะขั้นต่ำ ตามผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษา (DOE-Desired Outcome of Education) ในเด็กวัยประถมศึกษา รวมทั้งจากการให้ความเห็นเพิ่มเพิ่มเติมโดยนักวิชาการในการจัดการความรู้โดยสถาบัน RLG (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) เห็นว่านักเรียนประถมศึกษาของเราควรมีคุณลักษณะ (Character) และสมรรนะดังนี้ คุณลักษณะที่ 1 เป็นผู้รับรู้ตัวตน เอื้อต่อผู้อื่นได้ มีความมั่นใจในตัวเอง มี Self...

บทที่ 6 ตอนที่ 2 : 10 วิธีส่งเสริมให้เด็กประถมเรียนรู้ได้ดี

10 วิธีส่งเสริมให้เด็กประถมเรียนรู้ได้ดี 1. ให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย รู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้มีความหมายต่อตัวเอง ต่อคนอื่น และต่อโลก ถ้าเด็กเข้าใจถึงคุณค่าของสิ่งที่เรียน เห็นว่าเป็นประโยชน์กับตัวเองจริงๆ รู้เป้าหมายว่าเรียนไปเพื่ออะไร และมีส่วนร่วม จะเป็นแรงจูงใจ แรงผลักดัน ทำให้มี Passion มากกว่า มีความสนุกในการเรียน โดยครูเชื่อมโยงสิ่งที่เด็กสนใจกับชีวิตจริง กับตัวเด็ก เพื่อให้เกิดความหมาย และให้เกิดเป็นความรู้ ที่รู้รอบ รู้ลึก 2. ครูต้องรู้ และทำให้เด็กรู้ถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเอง...

บทที่ 6 ตอนที่ 1 : โลกเปลี่ยน บทบาทพ่อแม่ ครูประถมต้องเปลี่ยนด้วย

โลกเปลี่ยน บทบาทพ่อแม่ ครูประถมต้องเปลี่ยนด้วย ปัจจุบันเราตระหนักแล้วว่า การเรียนรู้วิชาการอย่างเดียวไม่ทำให้เด็กมีความเข้มแข็งยืนอยู่ในโลกยุคใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้อีกต่อไป เด็กๆ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่ทำให้ปรับตัวอยู่ในโลกที่ผันผวน อยู่ได้ด้วยตัวเอง และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ดี เติบโตเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ร่วมสร้างนวัตกรรมและสร้างสังคมคุณภาพ นักวิชาการทางด้านพัฒนาการเด็กและนักการศึกษาเห็นว่า เด็กในศตวรรษที่ 21 นอกจากจะได้รับการดูแลให้มีพัฒนาการ 4 ด้าน (กาย ใจ อารมณ์-สังคม สติปัญญา) ที่ดีแล้ว ควรได้รับการพัฒนาทักษะสมอง EF พัฒนา Self...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

บทที่ 6 ตอนที่ 3 : คุณลักษณะและสมรรถนะ (Characters/Competency) ของเด็กประถมที่เราคาดหวัง

คุณลักษณะและสมรรถนะ(Characters/Competency) ของเด็กประถมที่เราคาดหวัง มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ.2561 ได้กำหนดคุณลักษณะขั้นต่ำ ตามผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการจัดการศึกษา (DOE-Desired Outcome of Education) ในเด็กวัยประถมศึกษา รวมทั้งจากการให้ความเห็นเพิ่มเพิ่มเติมโดยนักวิชาการในการจัดการความรู้โดยสถาบัน RLG (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) เห็นว่านักเรียนประถมศึกษาของเราควรมีคุณลักษณะ (Character) และสมรรนะดังนี้ คุณลักษณะที่ 1 เป็นผู้รับรู้ตัวตน เอื้อต่อผู้อื่นได้ มีความมั่นใจในตัวเอง มี Self...

บทที่ 6 ตอนที่ 2 : 10 วิธีส่งเสริมให้เด็กประถมเรียนรู้ได้ดี

10 วิธีส่งเสริมให้เด็กประถมเรียนรู้ได้ดี 1. ให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย รู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้มีความหมายต่อตัวเอง ต่อคนอื่น และต่อโลก ถ้าเด็กเข้าใจถึงคุณค่าของสิ่งที่เรียน เห็นว่าเป็นประโยชน์กับตัวเองจริงๆ รู้เป้าหมายว่าเรียนไปเพื่ออะไร และมีส่วนร่วม จะเป็นแรงจูงใจ แรงผลักดัน ทำให้มี Passion มากกว่า มีความสนุกในการเรียน โดยครูเชื่อมโยงสิ่งที่เด็กสนใจกับชีวิตจริง กับตัวเด็ก เพื่อให้เกิดความหมาย และให้เกิดเป็นความรู้ ที่รู้รอบ รู้ลึก 2. ครูต้องรู้ และทำให้เด็กรู้ถึงวิธีการเรียนรู้ของตนเอง...

บทที่ 6 ตอนที่ 1 : โลกเปลี่ยน บทบาทพ่อแม่ ครูประถมต้องเปลี่ยนด้วย

โลกเปลี่ยน บทบาทพ่อแม่ ครูประถมต้องเปลี่ยนด้วย ปัจจุบันเราตระหนักแล้วว่า การเรียนรู้วิชาการอย่างเดียวไม่ทำให้เด็กมีความเข้มแข็งยืนอยู่ในโลกยุคใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้อีกต่อไป เด็กๆ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่ทำให้ปรับตัวอยู่ในโลกที่ผันผวน อยู่ได้ด้วยตัวเอง และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ดี เติบโตเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ร่วมสร้างนวัตกรรมและสร้างสังคมคุณภาพ นักวิชาการทางด้านพัฒนาการเด็กและนักการศึกษาเห็นว่า เด็กในศตวรรษที่ 21 นอกจากจะได้รับการดูแลให้มีพัฒนาการ 4 ด้าน (กาย ใจ อารมณ์-สังคม สติปัญญา) ที่ดีแล้ว ควรได้รับการพัฒนาทักษะสมอง EF พัฒนา Self...

โควิด-19 ก็กลัว…EF ก็ต้องฝึก เอาไงดี

โควิด-19 ก็กลัว...EF ก็ต้องฝึก เอาไงดี สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้ถือว่าเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีบ้างแล้วนะครับ จากการที่ยอดผู้ป่วยรายใหม่ภายในประเทศเริ่มลดลง รวมไปถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของทางภาครัฐ ที่ทำให้พวกเราเริ่มสามารถกลับไปใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงกับสมัยก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของโรคได้บ้าง แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังต้องถือว่าสถานการณ์การระบาดยังไม่ได้จบลงซะทีเดียว พวกเราคงยังต้องระมัดระวังตัวกันต่อไปอีกสักพัก ด้วยความคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นกว่านี้ในปีหน้า ...

บทที่ 5 ตอนที่ 4 กระบวนการสร้างพลเมืองเข้มแข็ง

กระบวนการสร้างพลเมืองเข้มแข็ง ความเป็นพลเมืองเข้มแข็งคือเป้าหมายปลายทางของการศึกษาที่เราอยากให้เกิดขึ้นในเด็กเมื่อเติบโตขึ้น  ความหมายของคำว่า “เข้มแข็ง” อย่างแรกหมายถึง เข้มแข็งทางกาย  แต่ไม่ได้หมายถึงสมรรถภาพร่างกายอย่างเดียว แต่รวมถึงองค์ประกอบที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงคือ “กินเป็นอยู่เป็น” ต้องรู้จักที่จะกิน รู้จักที่จะรู้ว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์ อะไรที่จะไม่เป็นประโยชน์แล้วเลือกที่จะกินให้เป็น อีกอย่าง เข้มแข็งทางจิตใจ มีสมรรถภาพจิตที่เข้มแข็ง และมีสุขภาพจิตที่ดี  การทำให้เด็กมีความสุขอย่างเดียวไม่พอ เด็กจะต้องมีสมรรถภาพจิตคือมีความอดทน ใจสู้ มีสติ มีสมาธิ และ สุขภาพจิตที่ดีต้องมีเมตตากรุณา (sympathy / empathy)...