สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

บทที่ 8 ตอนที่ 4 : กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

ครูคือบุคลากรสำคัญที่สุดในการสร้างคนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน ซึ่งมีการคิดค้นแนวทางและวิธีการในการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป รวมทั้งรับเอาแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF และการพัฒนา Self มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นครูที่นี่จึงต้องได้รับการฝึกฝน โดยมีกระบวนการฝึกอบรมที่น่าสนใจที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถหยิบไปใช้ได้เช่นกัน 

1. เปิดตาเปิดใจ สำหรับการเป็นครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่ได้รับคัดเลือกแล้วให้สอนทันที ต้องผ่านขั้นตอนการฝึก โดยแรกเริ่ม 3 เดือนแรกที่เข้าเป็นครู ทางโรงเรียนจะให้ครูใหม่ได้ดูการเรียนการสอนและทำความใจกระบวนการทุกอย่าง แล้วให้ดูใจตัวเอง ให้ถามตัวเองว่าหลังจากได้เห็นบรรยากาศการทำงานของครู เห็นการเรียนการสอนแบบนี้รับได้หรือไม่ ถ้ารับได้จะเซ็นสัญญา 1 ปี เป็นครูผู้ฝึก

2. เรียนรู้จากครูพี่เลี้ยงและ PLC ในระหว่างฝึกจะมีครู Mentor ที่เก่งคอยเป็นพี่เลี้ยง คอยสอนให้ใช้นวัตกรรมการศึกษา ให้เข้าใจเรื่องกระบวนการเรียนรู้ที่แท้ กระบวนการ PBL (Project Based Learning) จิตศึกษา ให้เข้าร่วมวง PLC (Professional Learning Community) หรือชุมชนการเรียนรู้ของครู ทุกครั้ง เมื่อครบ 1 ปีถ้าครูสามารถผ่านกระบวนการต่างๆ ได้ดี ก็จะให้ทำงานและฝึกฝนต่อไปจนครบ 3 ปีจึงจะได้เป็นครูผู้สอน แล้วขยับไปเป็นโค้ช เป็นเทรนเนอร์ให้ครูใหม่  

3. ปรับ Mindset ครูที่นี่จะต้องผ่านกระบวนการปรับ Mindset ในเรื่องการศึกษาแบบเดิมๆ ไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ฝึกทักษะการสนทนาซึ่งเป็นพื้นฐานของ PLC ฝึกทักษะในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเด็กตามแนวทางของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ทั้งจิตศึกษาและกระบวน PBL (Project Based Learning) การจัดทำแผนการเรียนการสอนหน่วย PBL ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที  

4. เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กร ในระหว่างที่อบรม ครูยังจะพูดคุยกันถึงวัฒนธรรมองค์กร ที่สามารถเสนอการปรับเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรม ข้อปฏิบัติที่เป็นอุปสรรคและขัดขวางต่อการเรียนรู้ร่วมกันได้ และวิธีการจัดการแก้ปัญหาอุปสรรค

5. ทดลองใช้แผนการสอนและ Site Visit หลังจาก PLC แล้วครูนำแผนการเรียนการสอนมาใช้ สัปดาห์แรกอาจทำผิดบ้าง ไม่ราบรื่นบ้าง แต่สัปดาห์ที่ 2-3 ก็ดีขึ้น  ประมาณ 1 เดือนต่อมา จะมีการออกเยี่ยม หรือ Site Visit ที่มีความหมายมาก เป็นการออกเยี่ยมเพื่อวิพากษ์ เพื่อ Empower ครู ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดี  เพราะครูได้ทดลองใช้แผนการสอนมา 1 เดือนแล้ว ครูกำลังสับสนวุ่นวาย ผู้ที่ออกเยี่ยมจะทั้งสาธิตการสอน และให้ครูของโรงเรียนนั้นๆ สอนให้ดู ตามด้วย PLC ซึ่งจะทำให้เห็นว่าครูทำผิดทำพลาดตรงไหน ดูระบบ ดูวิถีว่าเปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร การออกเยี่ยมครั้งแรกนี้จะทำให้โรงเรียนก้าวกระโดด และคลี่คลายปัญหาที่ทับถมอยู่ในเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะช่วยคลี่คลายในหลายประเด็นแล้ว ยังทำให้สนามพลังในโรงเรียนเชื่อมกันได้ดี  ครูที่ออกไป Site Visit ด้วยกันก็จะได้เห็น เกิดความภูมิใจ เกิดทักษะขึ้นมาอีกระดับ 

(ขอบคุณภาพจาก โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์)
https://www.facebook.com/lamplaimatpattanaschool/photos/10158445768840399

6. เรียนรู้ขาออก พอสิ้นภาคการศึกษา โรงเรียนจะจัดงานเปิดบ้าน เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามาดู ให้ออกแบบว่าผู้เรียนควรจะทำอะไรได้ เป็นการเรียนรู้ขาออกของครู

7. Super PLC ก่อนเปิดภาคการศึกษาที่ 2 มีการจัด Super PLC ครูทั้งโรงเรียนต้องมารีวิวหน่วยการสอนที่จะใช้ในภาคการเรียนถัดไป เพื่อให้เข้าใจ ใช้ได้แม่นยำ ลดทอนบางอย่างที่ไม่เหมาะ หรือเติมบางอย่างเข้าไป

8. PLN (Professional Learning Network) พอจบภาคการศึกษาที่ 2 ก็มี PLN ที่โรงเรียนเครือข่ายจะมารวมตัวกัน ร่วมกันถอดบทเรียน ถอดความสำเร็จ ปัญหาที่พบ รวมทั้งวิพากษ์แผนที่จะสอนในภาคการศึกษาที่ 3 ด้วย

จะเห็นได้ว่า เหล่านี้เป็นกระบวนการช่วยเหลือครูให้ได้เรียนรู้ เติบโตแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากจะเป็นการฝึกครูใหม่ให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องแล้ว ครูทั้งหมดก็ได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน รวมทั้งโรงเรียนในเครือข่าย และผลพลอยได้ที่ยิ่งใหญ่เป็นการสร้างสนามพลังบวกให้เกิดขึ้นในโรงเรียนได้เป็นอย่างดีด้วย


ความรู้ชุด “ดูแลเด็กยุคโควิด” โดย สถาบัน RLG (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป)
เนื้อหาจากการประชุมจัดการความรู้: การพัฒนาทักษะสมอง EF กับการเรียนรู้ของเด็กระดับชั้นประถมศึกษา ครั้งที่ 6 กรณีศึกษาโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์
ปรารถนา หาญเมธี เขียน
ผาณิต บุญมาก เรียบเรียง
ภาวนา อร่ามฤทธิ์ บรรณาธิการ

Related Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

บทที่ 9 ตอนที่ 6 : การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก

การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย อารมณ์สงบ เด็กจะเรียนรู้ได้ดี พัฒนาการดี แต่การจะทำให้ห้องเรียนปลอดภัย ส่วนใหญ่ทำกันเพียงทางด้านกายภาพเท่านั้น เด็กยังไม่รู้สึก “อบอุ่นปลอดภัย” เพราะครูยังใช้อำนาจ ใช้อารมณ์ มากกว่าให้โอกาส เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะว่าไม่รู้ว่าวันนี้ถ้าเจอครูคนนี้แล้วจะโดนอะไรอีก เมื่อรู้สึกเช่นนี้อารมณ์จะไม่นิ่ง แทนที่สมอง EF ที่จะพัฒนาเป็นทักษะต่างๆ จะทำงาน  กลับเป็นสมองส่วนสัญชาตญาณทำงานเพื่อปกป้องตัวเอง สมอง EF จึงไม่พัฒนา ในห้องเรียน นอกจากการตี...

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...