สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

เปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็กด้วยการเข้าใจ เข้าถึงเด็กให้มากขึ้น

การจะทำให้เด็กเปิดใจเปิดประตูสู่การเรียนรู้อย่างแท้จริงได้นั้น อันดับแรกครูต้องตระหนักว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

เด็กแต่ละคน มีความสามารถในการมีสมาธิ (Attention Span) ไม่เท่ากัน
ความสามารถที่จะจดจ่อกับเรื่องใดๆ นั้น เป็นพัฒนาการของสมอง หมายความว่า ผู้ใหญ่ไม่สามารถคาดหวังให้เด็กเล็กๆ นั่งลงแล้วเรียนเพราะสมองยังไม่พัฒนา และขณะเดียวกัน เด็กถึงแม้จะมีอายุเท่ากัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี attention span เท่ากัน พันธุกรรมเกี่ยวกับสมองส่วนหน้าของเด็กแต่ละคนทำให้การพัฒนาของสมองไม่เท่ากัน เด็กบางคนสามารถจดจ่อได้นาน บางคนวอกแวกง่าย ซึ่งถือว่าปกติ เพราะเด็กมีความแตกต่างกัน (แต่ถ้าวอกแวกเกินค่าปกติจะเป็นโรคสมาธิสั้น พบว่าเด็กสมาธิสั้นแม้จะติดเกมง่าย แต่ก็ยังจดจ่อ มีความสนใจสิ่งต่างๆ ได้) attention ของเด็กจะยาวหรือสั้น จึงไม่ใช่เป็นความผิดของเด็ก เด็กไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่จดจ่อ แต่เป็นเพราะสมอง สิ่งที่ครูจะทำได้คือสร้างรูปแบบการสอนที่น่าสนใจ ที่มีความหมาย จึงจะสามารถดึงเด็กให้มี attention ได้นานขึ้น relationship หรือสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเด็กกับครูก็ส่งผลต่อการดึงให้เด็กจดจ่ออยู่กับการเรียนรู้ได้นานขึ้นด้วยเช่นกัน


เด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้(Learning Style)ที่แตกต่างกัน
เด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ที่ต่างกัน บางคนถนัดเรียนรู้จากการฟัง บางคนถนัดเรียนรู้จากการดูแล้วเลียนแบบ บางคนจากการต้องเคลื่อนไหว ลงมือทำ เช่นเด็กสมาธิสั้นหรือเด็กที่วอกแวกง่าย ดังนั้น ครูจึงต้องดูเด็กให้ออกว่าคนใดมีสไตล์การเรียนรู้แบบใด แล้วจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อ ตอบสนองเด็กอย่างหลากหลายเพื่อดึงความสนใจของเด็ก ไม่ใช่ออกแบบประสบการณ์แบบพูดให้เด็กฟังอย่างเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเด็กกลุ่มที่ไม่ชอบฟังอย่างเดียวจะตามไม่ทัน เพราะไม่ใช่สไตล์การเรียนรู้ที่ตัวเองถนัด

เข้าถึงเด็กด้วย Reflection
เมื่อเข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ของเด็กแล้ว ครูจะเข้าถึงความรู้สึกนึกคิด ตัวตนของเด็กได้มากขึ้นหากใช้วิธีการ Reflection หรือการสะท้อนคิด เมื่อจบกิจกรรมหรือในระหว่างทำกิจกรรม เพื่อให้เด็กได้แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และสิ่งที่ได้เรียนรู้ออกมา ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก เพราะทำให้เด็กได้อยู่กับข้างในของตัวเอง เรียนรู้เข้าใจตัวเอง รู้จักตัวเองก่อนว่ารู้สึกอย่างไร เมื่อเข้าใจตัวเองจึงจะเข้าใจผู้อื่น สำหรับมนุษย์แล้ว การรู้จักตัวเองและรู้จักอยู่กับคนอื่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มันจะนำเราออกไปรู้จักโลกภายนอกเพื่อนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาทำให้เราดำเนินชีวิตได้ดี แต่การรู้จักตัวเอง รู้จักการอยู่กับคนอื่นนี้ ไม่ควรมีเป้าหมายเพียงเพื่อการเติบโตไปเป็นคนที่นิสัยดี มีความสุขเท่านั้น เป้าหมายที่ใหญ่กว่า คือจะทำให้เราจัดการกับโลกได้ ซึ่งการจะอยู่ในโลกได้ดีแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าเรามีมุมมองต่อคนอื่นอย่างไร การสะท้อนคิดนี้ แม้แต่เด็กปฐมวัยก็สามารถสะท้อนได้ โดยครูอาจช่วยตั้งคำถาม หรือถามนำในระยะแรกๆ ความเข้าใจเข้าถึงเด็กนี้จะเป็นกุญแจที่ครูใช้เปิดประตูสู่โลกการเรียนรู้ให้เด็ก เมื่อครูสามารถทำให้เด็กสนใจได้แล้ว เด็กก็จะเรียนรู้อย่างมีความสุขและอย่างมีความหมายต่อตนเองดังที่ครูปรารถนา

Related Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

71,670แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...