สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก EF สำหรับพ่อ-แม่

EF สำหรับพ่อ-แม่

ลูกเล็กฝึกให้ควบคุมอารมณ์ได้แล้วจริงหรือ?

การควบคุมอารมณ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเด็กรู้จักยับยั้ง (Inhibit) รู้จักหยุดคิดและควบคุมการกระทำของตัวเอง ทักษะสำคัญอีกอันที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมอารมณ์ ก็คือการคิดยืดหยุ่น เปลี่ยนความคิดได้ ไม่ยึดติดความคิดเดิม เมื่อเด็กถูกเพื่อนแกล้งให้เจ็บ หากเด็กไม่มีทักษะการควบคุมอารมณ์ ก็จะตีเพื่อนกลับไปทันที แต่ถ้าเด็กมีการควบคุมอารมณ์ที่ดีจะใช้ทักษะการยับยั้งตนเองไม่ให้โต้ตอบกลับไปแบบเดียวกัน การหยุด (ยับยั้ง)ได้ เป็นขั้นตอนอันดับแรกของการควบคุมอารมณ์ หากขาดทักษะด้านการยับยั้ง (Inhibit) แล้วการควบคุมอารมณ์ก็จะเกิดได้ยาก เมื่อเด็กหยุดและควบคุมตัวเองได้แล้ว ทักษะสำคัญอีกประการหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมอารมณ์ คือ การคิดยืดหยุ่น เปลี่ยนความคิดได้ไม่ยึดติดความคิดเดิม แทนที่จะครุ่นคิดถึงสิ่งที่ทำให้โกรธก็เปลี่ยนไปคิดในแง่อื่นการหยุดได้จะช่วยให้อารมณ์โกรธเย็นลง คลายลงและค่อยๆ คิดหาหนทางแก้ปัญหาที่ดีกว่าในระยะยาว ทักษะด้านการยับยั้ง (Inhibit)...

วิธีฝึกเด็กให้รู้จักควบคุมอารมณ์

เด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์จะกำกับควบคุมตนเองได้ดี จะส่งผลดีในระยะยาว มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในด้านการเรียน การทำงาน รวมทั้งมีชีวิตคู่ที่ราบรื่น มีสุขภาพกายและใจที่ดีในวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่อย่าละเลยที่จะฝึกลูกเล็กให้รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองในสถานการณ์ต่างๆ เด็กที่รู้จักควบคุมอารมณ์จะกำกับควบคุมตนเองได้ดี มีโอกาสประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้านได้ดีกว่าดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าละเลยที่จะฝึกลูกเล็กให้รู้จักควบคุมตนเองในสถานการณ์ต่างๆเมื่อลูกหงุดหงิดด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อยควรปลอบใจและช่วยให้ลูกทำสำเร็จด้วยตัวเอง แล้วอย่าลืมชมเชย สอนให้ลูกเข้าใจว่าคนเราสามารถแสดงอารมณ์โกรธ หงุดหงิดได้แต่เพียงการแสดงออกนั้นไม่ช่วยแก้ปัญหา วิธีที่ถูกคือหาทางแก้ปัญหาให้ตรงจุดต่างหาก หากลูกผิดหวังเสียใจ ให้ลูกเล่าว่าเขารู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ปลอบใจลูกและแสดงให้เขาเห็นว่าเราเข้าใจความรู้สึกนั้นและอธิบายให้ลูกรู้ว่าความรู้สึกอย่างนี้เดี๋ยวมันจะค่อยๆ หายไป ชวนให้เขาปรับอารมณ์สู่ภาวะปกติ อย่าปล่อยให้ลูกโกรธ ผิดหวัง เสียใจนานเกินไป เพราะไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาสมอง คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกอดทนต่อสิ่งล่อใจ พยายามจดจ่อกับงานจนเสร็จ...

Working Memory จะงอกงามหากได้รับปัจจัยเสริม

ความสามารถด้านความจำขณะใช้งาน หรือ Working Memory ของลูกจะงอกงามดี หากมีปัจจัยที่เหมาะสม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถจัดสรรให้ลูกได้  คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมความสามารถด้านความจำขณะใช้งาน Working Memory ของลูกได้โดย 1. จัดกิจกรรมที่ทำให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน 2. กิจกรรมจะต้องมีความหมายกับตัวลูก คือเขาชอบ สนใจ จึงจะเข้าไปฝังใน memory จนเป็นตัวตนของลูก 3. กิจกรรมจะต้องสอดคล้องกับช่วงวัยและลักษณะเฉพาะในการเรียนรู้ของลูก 4. ลูกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น มีความสุข มีความผูกพันใกล้ชิดกับพ่อแม่ 5. ลูกได้รับประสบการณ์จากกิจกรรมที่หลากหลายสม่ำเสมอ เซลล์สมองจะได้รับการพัฒนา...

กิจกรรมฝึกความคิดยืดหยุ่นของเด็กอนุบาล

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะจัดกิจกรรมฝึกความคิดยืดหยุ่นให้ลูก พร้อมตัวอย่างกิจกรรมฝึกความคิดยืดหยุ่นที่คุณครูจัดให้เด็กอนุบาล ข้อคิดเมื่อคุณแม่ต้องการฝึกลูกให้ให้มีความคิดยืดหยุ่นดังนี้ คุณพ่อคุณแม่พยายามตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อให้ลูกใช้ความคิดหลากหลาย ให้ลูกได้เจออุปสรรค และได้คิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ให้ลูกได้รับประสบการณ์จากสื่อที่หลากหลาย เช่น หนังสือ ทีวี อินเทอร์เน็ต ของจริง สถานที่เที่ยวต่างๆฯลฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่มั่นใจไว้วางใจในตัวลูก คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ เห็นความสำคัญของความคิดยืดหยุ่น เป็นแบบอย่างที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกมีกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆ เพื่อฝึกความคิดที่ยืดหยุ่น เขาจะได้เห็นว่าแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างหลากหลาย เด็กจะเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องคิดแบบเดียว มีวิธีคิดที่หลากหลายมากมายให้เรานำไปใช้ได้ให้สำเร็จได้ “พยายามตั้งโจทย์หรือมีคำถามที่เป็นคำถามปลายเปิดที่ทำให้เด็กต้องใช้ความคิดหลากหลายมีทางเลือก” “เปิดโอกาสให้เด็กได้เจออุปสรรค ได้ใช้ความคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง” “เปิดโอกาสให้เด็กได้เจออุปสรรค ได้ใช้ความคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”

ความจำที่ทำให้เป็นคนเก่ง

หากอยากให้ลูกมีความจำที่มีความหมาย เอาไปใช้กับชีวิตได้ ก็จำเป็นจะต้องสร้างโอกาสให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน โรงเรียนที่เน้นให้เด็กอ่านออกเขียนได้ เด็กจะขาดโอกาสในการพัฒนาความจำขณะใช้งาน (Working Memory) เพราะไม่ได้ใช้ประสาทสัมผัสรับรู้ทุกด้านซึ่งเป็นประตู่สู่ความจำ ขาดประสบการณ์ที่หลากหลายเส้นใยสมองก็จะไม่พัฒนางอกงามหากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกมีความจำที่มีความหมายเอาไปใช้กับชีวิตต่อไปภายหน้าได้ ต้องสร้างโอกาสให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทุกด้าน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ความเลือกโรงเรียนที่ใช้กิจกรรมที่เรียกว่า SI หรือ Sensory Integration ซึ่งเป็นกิจกรรมกระตุ้นประสาทสัมผัสรับรู้ของเด็กทุกด้าน เมื่อรับรู้แล้วส่งต่อข้อมูลไปที่สมอง สมองเก็บไว้เป็นความจำความรู้ เมื่อใดที่ต้องการใช้งาน สมองก็จะดึงข้อมูลเหล่านั้นออกมา เด็กบ้านนอกอยู่กับธรรมชาติเรียนรู้สิ่งรอบตัว ได้ใช้ประสาทสัมผัสทุกด้านซึ่งเป็นจุดตั้งต้นให้เกิดความจำที่มีความหมายต่อตัวเด็ก สร้างความจำที่พาไปสู่ความเชี่ยวชาญ ในขณะที่เด็กในเมืองไม่มีประสบการณ์แบบนั้น โรงเรียนจึงต้องพยายามสร้างกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ระบบสัมผัสทุกด้านไม่ใช่ให้เด็กเอาแต่นั่งท่องนั่งคัดอยู่แค่นั้น คุณพ่อคุณแม่ควรจัดให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระ...

“ความจำกัด”สร้างความคิดยืดหยุ่นสู่ความคิดสร้างสรรค์

การกระตุ้นให้เด็กคิดยืดหยุ่นจะนำมาซึ่งความคิดสร้างสรรค์ ทำความเข้าใจเรื่องนี้จากกิจกรรมในชั้นเรียน “ข้อจำกัด” เป็นสิ่งเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางความคิดอันนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ได้ เช่น ในกิจกรรมประดิษฐ์ของจากวัสดุเหลือใช้ หากวัสดุที่จัดเตรียมไว้ไม่ครบ แทนที่คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูจะไปจัดการจัดหามาให้ ถ้าถามกลับว่า “จะใช้อะไรทดแทนได้ไหม”จะพบว่า เด็กจะพยายามคิดหาสิ่งทดแทน โดยใช้ความจำจากที่เคยทำแล้วนำมาคิดใหม่ ค้นหาทางใหม่ๆ การให้โอกาสพัฒนาความคิดยืดหยุ่นของเด็กบนข้อจำกัดเช่นนี้ จะเป็นการฝึกที่ได้ผล เราอาจพบว่า สิ่งที่เด็กหามาทดแทนนั้นน่าทึ่ง คาดไม่ถึง เมื่อฝึกบ่อยๆ เด็กจะไม่รู้สึกว่านั่นคือการขาดแคลน แต่กลับเป็นความท้าทายที่น่าลุ้น และเมื่อเขาทำได้ดีก็จะเกิดเป็นความภาคภูมิใจในตนเอง “เด็กได้ใช้ความจำจากการเคยทำเคยมีประสบการณ์ แล้วเอามาปรับใช้ โดยคุณครู พ่อแม่ให้โอกาสเด็กได้ใช้ความคิดของตัวเอง โยนคำถามกระตุ้น...

“กิจกรรมวิเคราะห์ภาพถ่าย” : คำถามปลายเปิดที่ฝึกความคิดยืดหยุ่น

คำถามปลายเปิดเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะกระตุ้นเด็กให้ดึงความจำ (Working Memory) ออกมาใช้ แล้วคิดยืดหยุ่นดัดแปลงแก้ปัญหาผู้ใหญ่ที่เข้าไปช่วยเด็กในทุกเรื่อง เด็กก็จะขาดโอกาสได้ใช้ความคิดยืดหยุ่น คำถามปลายเปิดเป็นเครื่องมือสำคัญมากที่จะสร้างโอกาสให้ลูกได้ใช้ความคิดของตัวเอง โดยดึงความจำ (Working Memory) ออกมาใช้ แล้วนำมาใช้ดัดแปลง ยืดหยุ่น คุณครูก้า (อ.กรองทอง บุญประคอง แห่งโรงเรียนจิตตเมตต์ปฐมวัย) เสนอแนะว่า กิจกรรมวิเคราะห์ถ่ายภาพ ทำได้ง่ายๆ โดยเลือกภาพมาให้เด็กดู แล้วตั้งคำถามจากรูปภาพให้เด็กคิด วิเคราะห์ เช่น ”หนูคิดว่า...

วิธีช่วยลูกจัดการกับอารมณ์

ยามที่ลูกโมโห โกรธ อาละวาด ร้องไห้เสียใจ งอแง คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่ที่จะช่วยลูกจัดการกับอารมณ์เหล่านั้น คุณพ่อคุณแม่ที่มีสภาวะอารมณ์คงที่ มีความหนักแน่น จะช่วยให้ลูกลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆ หรือสภาวะขุ่นมัวในจิตใจไปได้ ยามที่ลูกโมโห โกรธ อาละวาด ร้องไห้เสียใจ งอแงคุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักว่า เรามีหน้าที่ช่วยลูกจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นคุณพ่อคุณแม่ที่มีสภาวะอารมณ์มั่นคงหนักแน่น จะช่วยให้ลูกลดความไม่สบายใจในเรื่องต่างๆไปได้ง่ายการโอบกอดจะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและไว้วางใจที่จะเล่าความไม่สบายใจต่างให้ฟังที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องยอมรับอารมณ์ต่างๆของลูก “แม่เข้าใจว่าลูกโกรธ” แล้วค่อยชวนลูกหาวิธีจัดการกับอารมณ์ต่างๆ “แต่เราจะไม่ขว้างของ ลูกอาจจะเดินออกไปก็ได้นะ” ถ้าลูกมีอาการโกรธจัดและคิดจะไปทำร้ายผู้อื่นคืน คุณพ่อคุณแม่ต้องชวนคุย ถามว่าเรามีทางเลือกอื่นอะไรไหม ที่จะแก้ปัญหาโดยไม่ไปทำร้ายใครถ้าลูกให้คำตอบไม่ได้...
73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

บทที่ 9 ตอนที่ 6 : การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก

การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย อารมณ์สงบ เด็กจะเรียนรู้ได้ดี พัฒนาการดี แต่การจะทำให้ห้องเรียนปลอดภัย ส่วนใหญ่ทำกันเพียงทางด้านกายภาพเท่านั้น เด็กยังไม่รู้สึก “อบอุ่นปลอดภัย” เพราะครูยังใช้อำนาจ ใช้อารมณ์ มากกว่าให้โอกาส เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะว่าไม่รู้ว่าวันนี้ถ้าเจอครูคนนี้แล้วจะโดนอะไรอีก เมื่อรู้สึกเช่นนี้อารมณ์จะไม่นิ่ง แทนที่สมอง EF ที่จะพัฒนาเป็นทักษะต่างๆ จะทำงาน  กลับเป็นสมองส่วนสัญชาตญาณทำงานเพื่อปกป้องตัวเอง สมอง EF จึงไม่พัฒนา ในห้องเรียน นอกจากการตี...

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...