Page 43 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 43

ควำมเครียด ภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อกำรพัฒนำสมองและ       มีงานวิจัยจ�านวนมากที่ตามศึกษาดูแม่ตั้งครรภ์ที่เผชิญสภาวะเครียดมากๆ   ฮอร์โมนเครียด

 ทักษะสมอง EF ของลูกในครรภ์  เผชิญการสูญเสีย แม่ตั้งครรภ์ในช่วงประสบภัยพิบัติทั้งหลาย ดังเช่นเหตุการณ์   จำกแม่จะผ่ำนรก

    ภาวะเครียดในแม่ตั้งครรภ์และภาวะซึมเศร้าภายหลังการคลอด (Prenatal   9-11 (โศกนาฏกรรมเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อ 11 กันยายน 2544) พบว่าเด็ก   เข้ำสู่ลูกโดยตรง
 Stress & Postpartum Depression)   ที่เกิดมามีระดับคอร์ติซอลสูงแม้ในภาวะปกติ และมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็น   ท�ำร้ำยสมอง
     แม่ตั้งครรภ์มักมีสภาพอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ตกอยู่ในความเครียดได้ง่าย   โรคซึมเศร้า (Depression) เมื่อโตขึ้น

 จากคนที่เคยมีเหตุผลอาจจะหงุดหงิดง่ายไม่มีเหตุผล รวมไปถึงหลังคลอดแม่อาจ               และมีผลต่อกำร

 เผชิญภาวะซึมเศร้า (Postpartum Depression หรือ Postpartum Blue)      ฮอร์โมนเครียดจากแม่ผ่านรกเข้าสู่ลูกโดยตรง ท�าร้ายสมอง และมีผลต่อทักษะสมอง EF   พัฒนำทักษะ
 ซึ่งบางคนอาจเป็นอยู่นานกว่าปกติ โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค       ฮอร์โมนเครียดจากแม่จะผ่านมาที่รกเข้าไปสู่ระบบเลือดของลูก แล้วไหลเวียน สมอง EF
 ทางอารมณ์หรือวิตกกังวล เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น  ไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการพัฒนาอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบเส้นเลือด หัวใจ ไต

 		 ✿   แม่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูก ขาดความมั่นใจ   น�ามาซึ่งโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันสูง หัวใจล้มเหลว ตับ และตับอ่อน  เมื่อทารก

         ในการเลี้ยงลูก โดยเฉพาะเมื่อมีลูกคนแรก   เกิดมา อวัยวะเหล่านี้จะไม่สมบูรณ์ อาจท�าให้เป็นโรคต่างๆ ในเวลาต่อมาได้
 		 ✿   ระดับฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดมีการเปลี่ยนแปลง มีผลต่อ   นอกจากนั้นความเครียดยังกระตุ้นให้ระบบประสาทอัตโนมัติหลั่งนอร์อดรีนาลีน
         อารมณ์และพฤติกรรมของแม่ ซึ่งเดิมเข้าใจกันว่าเป็นการเตรียมสภาพ   (Noradrenaline) เพิ่มขึ้น (เป็นสารเคมีที่มีบทบาทในฐานะฮอร์โมนซึ่งท�าให้ตื่นตัว)

         ร่างกายแม่ให้พร้อมรับการตั้งครรภ์ ปัจจุบันเราทราบแล้วว่าฮอร์โมน   ท�าให้เส้นเลือดที่รกหดตัว เลือดไปเลี้ยงทารกได้น้อยลง ขณะเดียวกันก็ไปกระตุ้น

         ที่เปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่ออารมณ์ของแม่ ท�าให้แม่ในช่วงตั้งครรภ์   การสร้างฮอร์โมนที่เป็นเอนไซม์สั่งการผลิตคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) ในรก
         ไวต่อสิ่งกระตุ้นเล็กๆ น้อยๆ อาจจะงอนหรือน้อยใจง่าย รวมไปถึง   ให้เพิ่มขึ้นด้วย
         ช่วงคลอดบุตรใหม่ๆ       ที่จริงคอร์ติซอลมีความส�าคัญต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ท�าให้เรา

 		 ✿   แม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียด เช่น สามีไม่ดูแลเอาใจใส่   กระตือรือร้น เมื่อเจอความท้าทายก็ท�าให้เราตื่นตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายนั้น

         มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน บางคนเกิดความเครียดจากชีวิตครอบครัว    ในกรณีปกติร่างกายจะควบคุมไม่ให้คอร์ติซอลขึ้นสูงเป็นเวลานาน แต่เด็กที่เกิดจาก
         เช่น สามีนอกใจ ไม่กลับบ้าน บางคนอยู่กับครอบครัวของสามีต้อง   แม่ที่ตกอยู่ในภาวะเครียดระหว่างตั้งครรภ์ เมื่อเผชิญความเครียด คอร์ติซอล
         ปรับตัวให้เข้ากับบ้านของสามี เป็นต้น   จะขึ้นสูงมากและคงอยู่เป็นเวลานาน ไม่ลงมาสู่ภาวะปกติ ส่งผลต่อการพัฒนาสมอง

 		 ✿   ความเครียดของแม่ยังอาจเกิดจากการเผชิญปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ    ของเด็กในอนาคต โดยเฉพาะสมองส่วนความคิด เช่น สมองส่วน Prefrontal

         การท�างาน สถานะทางสังคม ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ เผชิญความ   Cortex ไม่พร้อมท�างาน เมื่อสมองส่วน Hippocampus และสมองส่วน
         สูญเสียต่างๆ ฯลฯ  Amygdala ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ถูกกระตุ้นเมื่อกลัว วิตกกังวล จะท�างานมากกว่าปกติ
               ความเครียดจึงมีส่วนท�าให้สมองส่วน Prefrontal Cortex ไม่พร้อมจะท�างาน

    ความเครียดของแม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการสมองของลูกในครรภ์   การเอื้อให้สมองส่วน Prefrontal Cortex อยู่ในสภาพปกติก่อนคลอดจึงเป็นเรื่อง

     ผลงานวิจัยหลายๆ ชิ้นยืนยันว่าหากแม่ตั้งครรภ์เกิดความเครียด วิตกกังวล  ส�าคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF
 มากๆ ต่อเนื่องยาวนาน จะส่งผลต่อสมองทารกในครรภ์      ยิ่งกว่านั้น จะกลายเป็นปัจจัยทางพันธุกรรมที่ส่งต่อไปถึงรุ่นหลาน เหลน โหลน




 42                                                                                                           43
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48