Page 72 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 72
ในช่วงแรกเกิด - กระบวนการให้นมแม่ที่สร้างเสริมทักษะสมอง EF
3 เดือนแรก แม้ว่าน�้านมแม่จะดีที่สุด แต่การให้นมแม่โดยที่แม่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกเลย
ซึ่งอำหำรของลูก จะท�าให้แม่เสียโอกาสในการสร้างความผูกพันและพัฒนาสมองลูก การให้นมแม่ เทคนิคในการให้นมแม่
จึงส�าคัญที่กระบวนการให้นมด้วย ซึ่งได้แก่
คือนมแม่ เป็นโอกำส ✿ Key Success ของการให้นมแม่ได้ส�าเร็จ คือ ทารกได้ดูดเร็ว (ดูดนมแม่ทันทีหลังคลอด)
ที่แม่กับลูกได้อยู่ใกล้ชิด และดูดถูกวิธี คือ ต้องดูดให้ลึกๆ ถึงลานนม และใช้ลิ้นดัน ถ้าดูดถูกวิธี ดูดบ่อยๆ
กันที่สุดเป็นโอกำส มองตากันระหว่างให้นมแม่ น�้านมจะไหล
เวลาแม่กับลูกสัมผัสกัน มองหน้ามองตากันระหว่างให้นมแม่ จะไปกระตุ้นให้
ในกำรสร้ำง ออกซิโทซินหลั่ง และยังสร้างสัญชาตญาณแม่ ให้แม่มีความรักความผูกพันกับลูก ✿ จัดเวลากินนมแม่ให้เหมาะสม เป็นเรื่องส�าคัญที่จะต้องจัดกิจวัตรการกินกับการนอน
ควำมรักควำม ท�าให้ลูกมีอารมณ์มั่นคง รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ผูกพันกับแม่ ของลูกให้เป็นเวลา ทารกควรจะได้กินตอนกลางวัน และนอนตอนกลางคืน เพื่อให้
ทารกได้นอนหลับตลอดคืน ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตามความต้องการของลูกตลอดเวลา
ผูกพันและพัฒนำ ดังนั้น ในช่วงแรกเกิด - 3 เดือนแรกซึ่งอาหารของลูกคือนมแม่ เป็นโอกาส แม่จะเหนื่อยมากเกินไป
สมองลูก ที่แม่กับลูกได้อยู่ใกล้ชิดกันที่สุด แม่ให้นมไป มองตามองหน้าลูก พูดคุยกับลูกไป ✿ นมแม่คืออาหารหลักส�าหรับลูกขวบปีแรก พิสูจน์แล้วว่านมแม่เพียงพอต่อความต้องการ
แม่ลูกมองตากันเป็นการกระตุ้นการพัฒนาสมองลูกที่ดี ของร่างกายลูก อาหารอื่นคืออาหารเสริม ให้กินเพื่อฝึกกลืนจากช้อน ค่อยๆ เพิ่ม
การมองตากันยังท�าให้เกิดทักษะในการเข้าใจคนอื่นด้วย เด็กที่มีปัญหา ทีละน้อย จนลูกกิน 3 มื้อในขวบปีที่สอง ลูกสามารถกินนมแม่ได้ถึง 3 ขวบ ขึ้นอยู่กับ
มักไม่ค่อยสบตาคนอื่น จึงไม่ค่อยเข้าใจคนอื่นว่ารู้สึกอย่างไร การมองตาจึงเป็น แม่ลูกแต่ละคู่ ถ้ามีความสุขที่กินนมแม่กันต่อไปก็ท�าได้
จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ทักษะสังคม เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น นอกจากนั้นดวงตา ✿ ควรหย่านมแม่เมื่อลูกอายุไม่เกิน 18 เดือน แม้ว่าการให้กินนมแม่จากเต้ายังเป็น
ยังเป็นสิ่งที่เด็กชอบมองมากกว่าสิ่งอื่นด้วย การจับจ้องมองของเด็กยังบอกได้ เรื่องส�าคัญในขวบปีที่สอง แต่ถ้าเด็กยังกินนมอยู่หลัง 18 เดือนไปแล้ว จะเลิกยาก
ถึงสมาธิ ความสามารถในการจดจ่อของลูกเมื่อโตขึ้น โดยให้ดูว่าลูกหยุดสายตา เพราะเด็กเริ่มมีตัวตน เจ้าอารมณ์มากขึ้น เนื่องจากมีอิสระในการเคลื่อนไหว อยากรู้
จับจ้องที่จุดใดจุดหนึ่ง (ที่ไม่ใช่โทรทัศน์) ได้นานแค่ไหน อยากเห็น ในช่วงนี้นมแม่มีบทบาทช่วยสงบจิตสงบใจลูก แต่ก็จะท�าให้เด็กติดนมแม่
ซึ่งท�าให้เด็กไม่มีการควบคุมความต้องการ (Self - Regulation) ควรปั๊มน�้านมให้ลูก
พูดคุยกับลูกระหว่างให้นมแม่ ดื่มจากแก้วหรือช้อน และการหย่านมแม่ช้าจะเป็นปัญหาในช่วงที่เด็กเริ่มเข้าสู่
เสียงของแม่จะไปสร้างวงจรประสาทด้านภาษาของลูกที่ท�าให้ลูกรู้ภาษาแม่ วัยต่อต้าน ซึ่งปัจจุบันอาจเริ่มเร็วกว่า 2 ขวบ
เสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยนโดยเฉพาะเป็นเสียงแม่ที่ลูกคุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในครรภ์จะ
ท�าให้ลูกสงบได้ง่าย แม่อาจร้องเพลง อ่านหนังสือให้ลูกฟังขณะให้นมลูกก็ได้เช่นกัน
สมาคมกุมารแพทย์อเมริกันชี้ว่าการอ่านหนังสือให้เด็กฟังนั้นต้องอ่านให้ฟัง
ตั้งแต่เกิด ไม่ใช่เริ่มอ่านเมื่อลูกโตแล้ว เสียงที่พ่อแม่อ่านหนังสือซ�้าๆ จะไปสร้าง ข้อควรตระหนัก: มีค�าแนะน�าส�าหรับแม่ที่ท�างานนอกบ้านให้ปั๊มน�้านมระหว่างอยู่ที่ท�างานแช่เย็นหรือแช่แข็ง
การเรียนรู้ภาษาเมื่อลูกโตขึ้น ท�าให้ลูกมีพื้นฐานในการสื่อสารที่ดี เก็บมาให้ลูกกินที่บ้าน ซึ่งก็มีแม่จ�านวนมากท�าเช่นนั้นเพราะเชื่อว่านมแม่ดีต่อลูก อันที่จริงวัตถุประสงค์หลัก
กระบวนการเหล่านี้ แม้แต่ในพ่อแม่ที่ให้นมผสมก็ควรต้องท�าเช่นเดียวกัน ในการแนะน�าให้ปั๊มนมก็เพื่อป้องกันแม่น�้านมแห้ง และคุณค่าส�าคัญของการให้นมแม่ มิใช่เพียงให้ลูก
เพื่อสร้างความผูกพันกับลูก ได้กินน�้านมแม่ ยังหมายรวมถึงการให้นมแม่ที่แม่ลูกได้สัมผัส โอบกอด มีปฏิสัมพันธ์กับลูกด้วย
72 73

