Page 73 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 73

ในช่วงแรกเกิด -      กระบวนการให้นมแม่ที่สร้างเสริมทักษะสมอง EF

 3 เดือนแรก      แม้ว่าน�้านมแม่จะดีที่สุด แต่การให้นมแม่โดยที่แม่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกเลย

 ซึ่งอำหำรของลูก  จะท�าให้แม่เสียโอกาสในการสร้างความผูกพันและพัฒนาสมองลูก การให้นมแม่   เทคนิคในการให้นมแม่

 จึงส�าคัญที่กระบวนการให้นมด้วย ซึ่งได้แก่
 คือนมแม่ เป็นโอกำส    ✿  Key Success ของการให้นมแม่ได้ส�าเร็จ คือ ทารกได้ดูดเร็ว (ดูดนมแม่ทันทีหลังคลอด)

 ที่แม่กับลูกได้อยู่ใกล้ชิด         และดูดถูกวิธี คือ ต้องดูดให้ลึกๆ ถึงลานนม และใช้ลิ้นดัน ถ้าดูดถูกวิธี ดูดบ่อยๆ
 กันที่สุดเป็นโอกำส      มองตากันระหว่างให้นมแม่         น�้านมจะไหล
     เวลาแม่กับลูกสัมผัสกัน มองหน้ามองตากันระหว่างให้นมแม่ จะไปกระตุ้นให้
 ในกำรสร้ำง  ออกซิโทซินหลั่ง และยังสร้างสัญชาตญาณแม่ ให้แม่มีความรักความผูกพันกับลูก     ✿  จัดเวลากินนมแม่ให้เหมาะสม เป็นเรื่องส�าคัญที่จะต้องจัดกิจวัตรการกินกับการนอน

 ควำมรักควำม  ท�าให้ลูกมีอารมณ์มั่นคง รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ผูกพันกับแม่          ของลูกให้เป็นเวลา ทารกควรจะได้กินตอนกลางวัน และนอนตอนกลางคืน เพื่อให้
                           ทารกได้นอนหลับตลอดคืน  ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตามความต้องการของลูกตลอดเวลา
 ผูกพันและพัฒนำ      ดังนั้น ในช่วงแรกเกิด - 3 เดือนแรกซึ่งอาหารของลูกคือนมแม่ เป็นโอกาส          แม่จะเหนื่อยมากเกินไป

 สมองลูก  ที่แม่กับลูกได้อยู่ใกล้ชิดกันที่สุด แม่ให้นมไป มองตามองหน้าลูก พูดคุยกับลูกไป     ✿  นมแม่คืออาหารหลักส�าหรับลูกขวบปีแรก พิสูจน์แล้วว่านมแม่เพียงพอต่อความต้องการ

 แม่ลูกมองตากันเป็นการกระตุ้นการพัฒนาสมองลูกที่ดี             ของร่างกายลูก อาหารอื่นคืออาหารเสริม ให้กินเพื่อฝึกกลืนจากช้อน ค่อยๆ เพิ่ม

     การมองตากันยังท�าให้เกิดทักษะในการเข้าใจคนอื่นด้วย เด็กที่มีปัญหา          ทีละน้อย จนลูกกิน 3 มื้อในขวบปีที่สอง ลูกสามารถกินนมแม่ได้ถึง 3 ขวบ ขึ้นอยู่กับ
 มักไม่ค่อยสบตาคนอื่น จึงไม่ค่อยเข้าใจคนอื่นว่ารู้สึกอย่างไร การมองตาจึงเป็น          แม่ลูกแต่ละคู่ ถ้ามีความสุขที่กินนมแม่กันต่อไปก็ท�าได้

 จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ทักษะสังคม เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น นอกจากนั้นดวงตา    ✿  ควรหย่านมแม่เมื่อลูกอายุไม่เกิน 18 เดือน แม้ว่าการให้กินนมแม่จากเต้ายังเป็น
 ยังเป็นสิ่งที่เด็กชอบมองมากกว่าสิ่งอื่นด้วย การจับจ้องมองของเด็กยังบอกได้          เรื่องส�าคัญในขวบปีที่สอง แต่ถ้าเด็กยังกินนมอยู่หลัง 18 เดือนไปแล้ว จะเลิกยาก

 ถึงสมาธิ ความสามารถในการจดจ่อของลูกเมื่อโตขึ้น โดยให้ดูว่าลูกหยุดสายตา          เพราะเด็กเริ่มมีตัวตน เจ้าอารมณ์มากขึ้น เนื่องจากมีอิสระในการเคลื่อนไหว อยากรู้
 จับจ้องที่จุดใดจุดหนึ่ง (ที่ไม่ใช่โทรทัศน์) ได้นานแค่ไหน         อยากเห็น ในช่วงนี้นมแม่มีบทบาทช่วยสงบจิตสงบใจลูก แต่ก็จะท�าให้เด็กติดนมแม่
                           ซึ่งท�าให้เด็กไม่มีการควบคุมความต้องการ (Self - Regulation) ควรปั๊มน�้านมให้ลูก

     พูดคุยกับลูกระหว่างให้นมแม่         ดื่มจากแก้วหรือช้อน และการหย่านมแม่ช้าจะเป็นปัญหาในช่วงที่เด็กเริ่มเข้าสู่

     เสียงของแม่จะไปสร้างวงจรประสาทด้านภาษาของลูกที่ท�าให้ลูกรู้ภาษาแม่           วัยต่อต้าน ซึ่งปัจจุบันอาจเริ่มเร็วกว่า 2 ขวบ
 เสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยนโดยเฉพาะเป็นเสียงแม่ที่ลูกคุ้นเคยตั้งแต่อยู่ในครรภ์จะ

 ท�าให้ลูกสงบได้ง่าย แม่อาจร้องเพลง อ่านหนังสือให้ลูกฟังขณะให้นมลูกก็ได้เช่นกัน
 สมาคมกุมารแพทย์อเมริกันชี้ว่าการอ่านหนังสือให้เด็กฟังนั้นต้องอ่านให้ฟัง

 ตั้งแต่เกิด ไม่ใช่เริ่มอ่านเมื่อลูกโตแล้ว เสียงที่พ่อแม่อ่านหนังสือซ�้าๆ จะไปสร้าง   ข้อควรตระหนัก:  มีค�าแนะน�าส�าหรับแม่ที่ท�างานนอกบ้านให้ปั๊มน�้านมระหว่างอยู่ที่ท�างานแช่เย็นหรือแช่แข็ง
 การเรียนรู้ภาษาเมื่อลูกโตขึ้น ท�าให้ลูกมีพื้นฐานในการสื่อสารที่ดี   เก็บมาให้ลูกกินที่บ้าน ซึ่งก็มีแม่จ�านวนมากท�าเช่นนั้นเพราะเชื่อว่านมแม่ดีต่อลูก อันที่จริงวัตถุประสงค์หลัก

     กระบวนการเหล่านี้ แม้แต่ในพ่อแม่ที่ให้นมผสมก็ควรต้องท�าเช่นเดียวกัน  ในการแนะน�าให้ปั๊มนมก็เพื่อป้องกันแม่น�้านมแห้ง  และคุณค่าส�าคัญของการให้นมแม่ มิใช่เพียงให้ลูก
 เพื่อสร้างความผูกพันกับลูก  ได้กินน�้านมแม่ ยังหมายรวมถึงการให้นมแม่ที่แม่ลูกได้สัมผัส โอบกอด มีปฏิสัมพันธ์กับลูกด้วย




 72                                                                                                           73
   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78