Page 161 - Executive Functions ในเด็กวัย 7-12 ปี
P. 161
>> สะท้อนให้เห็นว่าต้องมีสองฟาก มีการเชื่อมโยงระหว่างฟากหนึ่งไปยัง ความส�าคัญของรอยเชื่อมต่อ (Transition)
ประการที่สอง อีกฟากหนึ่งเหมือนการสร้างสะพาน ดังนั้นท�าอย่างไรเราจึงจะสามารถเชื่อม
“การเชื่อมโยง” สองฟากได้อย่างราบรื่น เชื่อมอย่างไรให้ผู้เรียนรู้สึกว่าทางเดินบนสะพานนั้น งานวิจัยของ Chan (2012) ได้ศึกษาและค้นพบสาระส�าคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
มีพรมปู เป็นสะพานที่จะท�าให้ผู้ข้ามไปรู้สึกมีพลังที่จะก้าวเดินไปได้ด้วยดี ประสบการณ์การรับรู้และความคาดหวังของเด็กเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงรอยเชื่อมต่อระหว่าง
ท�าให้การเชื่อมต่อ ส่งผ่าน สอดประสานกันของระบบการศึกษาจากชั้นเรียน ชั้นเรียนอนุบาลและประถมศึกษา ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
หนึ่งไปยังอีกชั้นเรียนหนึ่งเป็นไปได้ด้วยดี
• การเริ่มต้นการเรียนรู้ในโรงเรียนคือก้าวย่างที่ส�าคัญของเด็กทุกคน เพราะ
การเรียนรู้ในชั้นประถมปีที่ 1 เป็นการเรียนรู้ที่เป็นทางการ อีกนัยหนึ่งคือ School Life
ถือเป็นการศึกษาที่มีความเป็นวิชาการมากขึ้น อิสรภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนจะอยู่
>> รอยเชื่อมต่อนี้เป็นรอยเชื่อมต่อที่ส�าคัญ เป็นก้าวย่างส�าคัญที่ผู้เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบมาตรฐานตามหลักสูตรมากขึ้น และบรรยากาศภายในชั้นเรียนดูจะมีความ
ประการที่สาม ทุกคนต้องสนใจและให้ความส�าคัญ เมื่อเด็กจะเลื่อนชั้นจากชั้นเรียนอนุบาล 3 ผ่อนคลายน้อยลง
“ก้าวย่างส�าคัญ ไปยังชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จึงไม่ใช่แค่เพียงการส่งแฟ้มประวัตินักเรียน
ให้กันระหว่างครูชั้นอนุบาลกับครูชั้นประถมเท่านั้น แต่หมายถึงการท�างาน
ของเด็ก” ประสานกันอย่างเป็นทีมและเป็นระบบ อันมีจุดหมายเดียวกันคือการ • ประสบการณ์แรกพบที่เด็กมีต่อโรงเรียน มีผลต่อความสนใจในการเรียนรู้
รายบุคคล เมื่อเด็กมีประสบการณ์แรกพบที่ดีกับโรงเรียน หมายความว่าเด็กก็จะมี
ช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคลในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ทัศนคติที่ดีตามมา การที่เด็กเป็นผู้เรียนเชิงรุก (active learner)ได้เมื่อเรียนในชั้นประถม
ในช่วงรอยเชื่อมต่อการเรียนรู้ ศึกษา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีประสบการณ์แรกพบที่ดีของเด็กเมื่อขึ้นชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 1 นั่นคือการที่สามารถปรับตัวได้อย่างดีเมื่อพบปัญหาอุปสรรค หรือการ
เปลี่ยนแปลงต่างๆ ในชั้นเรียนประถมศึกษา
>> รอยเชื่อมต่อระหว่างชั้นเรียนอนุบาลและประถมศึกษาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง • การมีประสบการณ์เชิงบวกในรอยเชื่อมต่อสามารถช่วยพัฒนา/สร้างทัศนคติ
ไม่ได้ และผู้เรียนในช่วงวัยดังกล่าวล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ตาม ที่ดีต่อการมาโรงเรียน มีความสามารถทางสังคม และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ มีการ
ประการสุดท้าย ธรรมชาติ ตามตัวตน ดังนั้นในเมื่อเด็กไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญรอย เก็บข้อมูลในเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ที่มีประสบการณ์เชิงบวกสูง พบว่า เด็กกลุ่มนี้
“ความเป็นไปตาม เชื่อมต่อ อีกทั้งมีปัจจัยของการเปลี่ยนแปลงตนเองตามวัยและตามธรรมชาติ มีทัศนคติที่ดีต่อการมาโรงเรียน มีแรงจูงใจ (passion) ที่จะมาโรงเรียน นอกจากนี้ ยังพบ
ธรรมชาติ” ของตัวเด็กเอง การศึกษาและการเรียนรู้ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงต้องจัดให้ ว่าเด็กกลุ่มนี้มีความสามารถทางสังคมซึ่งสังเกตได้จากการมีเพื่อนมาก สามารถจดจ�าชื่อ
เหมาะสมตามธรรมชาติของผู้เรียนเช่นกัน เพื่อนได้มากเมื่อเทียบกับเด็กที่มีประสบการณ์เชิงลบในช่วงรอยเชื่อมต่อ ในทางตรงข้าม
กับเด็กที่มีประสบการณ์เชิงลบ คือเด็กกลุ่มที่ประสบความยากล�าบากในการปรับตัว ซึ่ง
นัยยะของค�าว่า “รอยเชื่อมต่อ” ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สะท้อนให้เห็นว่า สันนิษฐานกันว่าส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวที่เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือมาจากครอบครัวที่
รอยเชื่อมต่อเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากระดับชั้นเรียนหนึ่งไปยังอีก สถานภาพทางเศรษฐกิจไม่ดี เด็กที่มีความยากล�าบากในการปรับตัว จะมีปัญหาการเข้า
ชั้นเรียนหนึ่ง ที่มีรูปแบบและธรรมชาติในการจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน กับเพื่อน การสื่อสารไม่ชัดเจน และการเรียนรู้
จึงถือเป็นก้าวย่างที่ส�าคัญของเด็ก
160 161

