Page 187 - Executive Functions ในเด็กวัย 7-12 ปี
P. 187
กระบวนการเรียนรู้หลัก PBL ที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ
PBL ในช่วงแรกๆ ของโรงเรียนล�าปลายมาศพัฒนาเริ่มจากเด็กในการคิด
โรงเรียนจัดกระบวนการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดปัญญาจากการเรียนรู้ทั้งสองด้านของชีวิต คือ โจทย์ฝ่ายเดียว แต่มีข้อจ�ากัดคือ พอมาถึงหน่วยที่ 3 เนื่องจากเด็กเห็นโลกน้อย
“ปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน” บนการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมีข้อจ�ากัด การจะมองหาสิ่งที่สนใจจึงมีน้อย นอกจากนั้นการเริ่มจากเด็ก การ
พุทธศักราช 2551 โดยใช้กระบวนการหลัก 2 กระบวนการในการจัดการเรียนการสอน ออกแบบจะยากมาก ไม่บรรลุมาตรฐาน ไม่ครอบคลุม โรงเรียนจึงปรับโดยเอา
หลักสูตรทั้งหมดมากางดู แล้วครูไล่เรียงว่าเนื้อหาแบบนี้น่าจะออกแบบการเรียน
ออกแบบกิจกรรมประมาณไหนก่อน ครูออกแบบก่อน แล้ว present ให้ฟังกัน
กระบวนการ 1. กระบวนการ Problem - Based Learning (PBL) แล้วเก็บไว้
ในการจัดการเรียน พัฒนาความฉลาดหรือปัญญาภายนอก จากนั้น ครูจะหาวิธีการ กระบวนการเพื่อท�าให้เด็ก “ตื่น” เพื่อเลือกเรื่อง
การสอน 2. กระบวนการจิตศึกษา พัฒนาความฉลาดหรือปัญญาภายใน ที่จะเรียน เด็กจะเลือกอย่างคึกคัก เพราะได้รับอิสระ แรกๆ จะไม่สนใจเรื่องที่
ครูแนะน�าและหว่านล้อม แต่สุดท้ายครูก็จะสามารถพุดคุย ผสมผสานได้ หรือ
ถ้าสิ่งที่เด็กเลือก อยากเรียนอยากท�า จะไม่ตรงกับเพื่อนคนไหนเลย รวมกันยาก
1. กระบวนการ Problem-Based Learning (PBL) ครูก็จะพยายามหาช่องให้
โรงเรียนใช้กระบวนการ PBL พัฒนาความฉลาดหรือปัญญาภายนอก (ความเข้าใจต่อโลกและ ส�าหรับชั้นเด็กโต ม.1-ม.3 ในสัปดาห์แรกๆ ต้องสร้างเจตจ�านง ท�าให้เด็ก
ปรากฏการณ์) บูรณาการหน่วยการเรียนรู้จากปัญหาสู่การพัฒนาปัญญา เป็นทั้งปรัชญาการเรียนรู้ “ตื่น” ให้ได้เลือก เมื่อเลือกแล้วให้ออกแบบกิจกรรมมาเอง 10 สัปดาห์ ให้ท�า
และวิธีการเรียนรู้ ด้วยความเชื่อว่า “ปัญหาท�าให้เกิดการเรียนรู้” เชื่อว่าเมื่อมนุษย์เผชิญปัญหาจะพยายาม กันเป็นกลุ่ม แล้วแต่ละกลุ่มออกมาน�าเสนอมาตกลงกันว่าใน 10 สัปดาห์จะเรียน
หาทางออก จึงเกิดการเรียนรู้เพื่อพยายามหาทางแก้ปัญหา และในที่สุดจะค้นพบหนทางแก้ปัญหา อะไร ในแต่ละสัปดาห์จะท�าอะไร โดยครูจะน�าสิ่งที่นักเรียนคิดมาปรับให้เข้ากับ
ค้นพบนวัตกรรมและได้ทักษะใหม่ เริ่มจากการสร้างความเข้าใจปัญหา หาวิธีการหรือนวัตกรรมเข้าไป แผนที่ครูวางไว้ ซึ่งกว่าจะตกลงกันได้ ต้องอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดกัน
แก้ไขโดยใช้ความรู้หลากหลาย (multi knowledge) และทักษะหลากหลาย (multi skills) จนผู้เรียน เพราะบางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่ครูอยากให้เรียน
st
เข้าถึงแก่นความรู้ของเนื้อหาชุดนั้น และมีทักษะที่จ�าเป็นส�าหรับศตวรรษที่ 21 (21 century skills) ใน 1 หน่วย จะใช้เวลาเรียนนาน 10 สัปดาห์ หมายความว่าเด็กจะได้เรียน
การสอนแบบ PBL เป็นการสอนที่ท�าให้เด็กเข้ามาเกี่ยวข้องกับข้อมูลทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ ได้พูดคุย ได้ท�ากิจกรรม ได้ถกอภิปรายเรื่องหนึ่งๆ อย่างเต็มที่ถึง 10 สัปดาห์
เพื่อให้รู้เกี่ยวกับตัวตนด้านในแล้วไปเปลี่ยนแปลงตัวเอง เกิดความเข้าใจที่สามารถน�าไปปฏิบัติได้ และในสัปดาห์ท้ายๆ เด็กจะต้องสรุปองค์ความรู้ สรุปการเรียนของตัวเอง
การเรียนรู้อย่างอิสระแบบนี้ เริ่มต้นด้วยการให้นักเรียนได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองสนใจ และคิดว่า ทั้งที่เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม เช่น ป. 6 สรุปออกมาโดยท�าเป็นคลิปภาษา
เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตนเอง รวมทั้งได้ออกแบบการเรียนรู้ว่าอยากจะสร้างนวัตกรรมอะไร โดยมี อังกฤษ / ม.1 พอถึงสัปดาห์ที่หก ท�าสารคดี ท�าภาพยนตร์ เขียนบทเอง ตัดต่อ
ครูเป็นผู้สนับสนุนให้เด็กได้แก้ปัญหาเหล่านั้น และวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับมาตรฐานและตัวชี้วัด เอง ประมวลความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนรู้มา / ม.2 ท�าภาพยนตร์ เป็นชิ้นงาน ภาระ
ที่ก�าหนดไว้ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ งาน เช่นหลังจากน�าวรรณกรรมของครูใหญ่วิเชียรไปเรียนแล้วก็ถ่ายถอดออกมา
การเรียนเป็นหน่วยบูรณาการโดย PBL นักเรียนจะถูกโยนโจทย์ปัญหาให้คิดให้ลงมือปฏิบัติไป ท�าเป็นภาพยนตร์ ถ่ายท�าเอง ตัดต่อ ก�ากับเอง โดยมีครูเป็นนักแสดง
ทีละเรื่อง เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งโจทย์ปัญหามีสองระดับด้วยกัน ในชั้นเล็กๆ ถ้าเด็กไม่รู้จะเป็น
ปัญหา นั่นคือปัญหา แต่ในเด็กโต ความไม่สามารถแก้ปัญหาคือปัญหา เพราะฉะนั้นครูจะต้องสร้าง
นวัตกรรมหรือสร้างวิธีการเพื่อให้เด็กได้แก้ปัญหา กระบวนการต่างๆ ก็จะยากขึ้นไปอีก ส�าหรับชั้น
เล็กๆ แค่ท�าให้เด็กรู้เรื่องนั้นได้ ก็ถือว่าครูท�าส�าเร็จแล้ว PBL ในแต่ละชั้นเรียนจึงมีระดับต่างกัน
186 187

