Page 191 - Executive Functions ในเด็กวัย 7-12 ปี
P. 191

•  ในช่วงเวลาที่ท�ากิจกรรมจิตศึกษา เมื่อครูถามแล้วเด็กยกมือตอบกันหลายคน
                   หากครูยังไม่บอกให้ตอบ เด็กจะรอฟังเพื่อนตอบไปทีละคนๆ โดยไม่มีอาการ
                   ที่แสดงว่าไม่ฟัง เป็นการรอคอยที่ต้องเคารพเพื่อนอย่างมาก ที่โรงเรียน

                   ล�าปลายมาศพัฒนาเด็กจะได้ท�าแบบนี้ซ�้าๆ บ่อยๆ ความเคารพกันจะเกิดขึ้น
                   ได้ในที่สุด
                 •  การบ้านของเด็ก ไม่มีค�าว่าผิด ไม่มีการให้ดาว มีแต่เขียนว่า “ดีมากค่ะ” แล้ว
                   ครูไปบันทึกในเอกสารของครูว่าเด็กคนนี้จะต้องปรับอย่างไร แล้วจัดการปรับ
                        สิ่งที่ปรากฏให้เห็น คือ โรงเรียนมีขยะน้อย ห้องน�้าไม่มีใครเอาอะไรมาขีดเขียน

                   นักเรียนทะเลาะกันน้อย หนีโรงเรียนน้อย ไม่เข้าเรียนน้อยมาก




 การใช้จิตวิทยาเชิงบวก และการใช้กิจกรรมจิตศึกษา  หาจุดคานงัดเพื่อการเปลี่ยนแปลง
   ความเคารพกัน เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของกันและกัน ให้ความรู้สึกเท่าเทียม      นักเรียนโรงเรียนล�าปลายมาศพัฒนาไม่มีตารางเรียนแบบโรงเรียนทั่วไป แต่มี
 เป็นอิสระ ไม่รู้สึกถูกบังคับข่มขู่ เมื่อรู้สึกเช่นนี้ก็จะเกิดอิสระที่จะคิด ท�า พูด และ   ตารางเรียนแบบหน่วยบูรณาการและค�านึงถึงธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองของเด็ก

 เรียนรู้     เป็นหลัก ครูใหญ่วิเชียรเชื่อว่า “ทุก Event มีเบื้องหลัง มีที่ไปที่มา เช่นเดียวกับเรื่อง
   ครูและผู้ใหญ่ทุกคนจึงมีความ “เคารพ”ต่อเด็ก ให้เด็กได้รับคุณค่าของความเป็น  คุณภาพการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นก็มีที่ไปที่มา ไม่ใช่อยู่ๆ จะเกิดขึ้น ดังนั้น
 มนุษย์เท่าเทียมกับครู โดยแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมดังนี้  การจะเปลี่ยน event ใดๆ ไม่ใช่พุ่งเป้าไปที่ตัว event แต่จะต้องหาจุดคานงัดสักจุด
   •  ไหว้กัน รับฟังกัน ให้เกียรติกัน ครูเรียกเด็กว่า “พี่” เมื่อพบกันจะทักทายกัน    ซึ่งอาจจะเป็นจุดที่เล็กมาก แต่ท�าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”
     เรียกชื่อกัน เฉพาะเด็กชั้นอนุบาล 1 เท่านั้นที่ครูและพี่ๆ เรียกว่า  “น้อง”

     เด็กจะเรียกทุกสิ่งทุกอย่างว่า “พี่” เช่น พี่ภูเขา พี่ต้นไม้     เปลี่ยนตารางเรียน
   •  วันไหว้ครู ครูเป็นฝ่ายไหว้เด็ก ขอบคุณที่ท�าให้ครูได้ท�าหน้าที่     ดังนั้น เมื่อโรงเรียนล�าปลายมาศพัฒนาไปช่วยพัฒนาโรงเรียนใด จะให้เปลี่ยน
   •  ห้ามครูท�าสองเรื่อง คือ ห้ามชี้ผิดและห้ามชี้โทษ ครูมีหน้าที่ท�าให้เด็กรู้ตัวว่า   ตารางเรียนอย่างเดียวก่อน ซึ่งในตารางเรียนที่เปลี่ยนใหม่นั้นจะไม่มีวิชาสอน แต่จะ

     ก�าลังท�าอะไรอยู่ ผิดอย่างไร และต้องให้แก้ไขสิ่งนั้นอย่างไรด้วยตัวเด็กเอง    เป็นหน่วยบูรณาการ ครูที่รับเข้ามาสอนจึงจบสาขาอะไรก็ได้ แต่ต้องมานั่งท�างาน
     แต่ห้ามชี้ผิด ห้ามชี้โทษ  ร่วมกัน มาท�าความเข้าใจกระบวนการบูรณาการแบบ PBL เมื่อครูท�างานร่วมกันเป็น
   •  ถ้าเด็กทะเลาะกัน ครูจะหาวิธีที่จะท�าให้เด็กรู้ว่าท�าอะไรอยู่ ครูจะถามว่า   หน่วยบูรณาการ ครูก็ไม่สามารถจะเปิดหนังสือสอนได้ เพราะไม่มีหนังสือสอน ต้อง
     เกิดอะไรขึ้น เด็กจะไม่โกหก เพราะครูไม่เคยใช้วิธีคุกคาม ไม่เคยตัดสิน แต่ครู   สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ขึ้นมาเอง ครูจะเปลี่ยนเป็นครูโค้ช เด็กจะเปลี่ยนจากจ�าเป็น
     จะถามว่า แล้วควรจะท�าอย่างไรต่อ  ปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติ มีชิ้นงานมีภาระงานและมีการประเมินตามสภาพความเป็นจริง

   •  ถ้าเด็กมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา ครูทั้งหมดจะมาพูดคุยทบทวนกันว่า เด็กมี      หลังจากเปลี่ยนตารางเรียนได้แล้ว  จึงค่อยๆ ไล่มาทีละขั้น เช่น สร้างวิถีแบบใหม่
     พฤติกรรมแบบนี้ครูจะท�าอย่างไร  หรือเช่น ถ้าเห็นกระดาษตกอยู่ที่พื้น ครูจะ   ขึ้น แล้วมาเริ่มเปลี่ยนเรื่องการจัดการของผู้บริหาร
     ท�าอย่างไร จะเรียกให้เด็กเก็บ หรือคุณครูเก็บเอง คุยกัน ทวนกัน ท�ากันจน

     แม่นย�าในสถานการณ์ต่างๆ ครูอาจจะท�าไม่เหมือนกันหมดทุกคน แต่จะ
     คล้ายๆ กัน เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน ใช้หลักของจิตวิทยาเชิงบวกเหมือนกัน




 190                                                                                                         191
   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195   196