สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

ถ้าลูกไม่มีความมุ่งมั่นอดทน ชีวิตอลวนแน่

Goal–Directed Persistence (การมุ่งเป้าหมาย) เป็นทักษะสมองที่สำคัญเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของชีวิต ถ้าลูกของเราไม่มีความมุ่งมั่นพากเพียร ชีวิตข้างหน้ามีปัญหาแน่

ผู้ใหญ่บ่นกันนักว่า เด็กสมัยนี้ไม่มีน้ำอดน้ำทนเรื่องหนักไม่เอา เรื่องเบาไม่สู้ งานยากก็ถอย เจออุปสรรคก็ล้มเลิกกลางคัน แถมเมื่อล้มแล้วก็จุก..ลุกไม่ขึ้น

ความอดทนมุ่งมั่น เป็นทักษะสมอง EF ที่เรียกว่า Goal–Directed Persistence เป็นทักษะสมองในการยึดมั่นในจุดมุ่งหมายของตน เมื่อตั้งเป้าจะทำอะไรแล้ว ก็ไม่หันเหเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย แม้มีอุปสรรคก็จะฝ่าฟันไปให้ได้ เมื่อล้มแล้วก็จะพยายามลุกขึ้นมาใหม่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็ในงานที่ต้องฝึกฝนหรือทำในช่วงเวลายาวๆ เช่น นักกีฬาที่ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องได้เข้าแข่งขันกีฬาระดับชาติ ต้องฝึกฝนนานเป็นปีๆ

แต่ใช่ว่าจะต้องรอฝึกในเรื่องใหญ่ๆ เท่านั้น เด็กๆ ก็สามารถเรียนรู้ความมุ่งมั่นพากเพียรได้จากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น กินข้าวให้หมดจาน ตั้งใจทำการบ้านให้เสร็จ หยอดกระปุกทุกวันเอาเงินไว้ซื้อของเล่นที่อยากได้ เป็นต้น ซึ่งเมื่อฝึกฝนมาเรื่อยๆ ต่อไปก็จะกลายเป็นคุณลักษณะอดทนพากเพียร “อึด-ฮึด-สู้” คนที่มีทักษะด้านนี้ดี จะไม่กลัวอุปสรรคปัญหา กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะ ล้มแล้วลุก

ในโลกศตวรรษที่ 21 ผู้ใหญ่จึงต้องให้โอกาสเด็กฝึกฝนเพื่อสร้างทักษะสมอง EF ในด้านนี้อย่างจริงจัง ให้เขามีความมุ่งมั่นแล้วทำสำเร็จไปทีละเล็กละน้อย ให้ความสำเร็จในเรื่องเล็กๆ เหล่านั้นจะเป็นพลังใจในการหล่อเลี้ยงจิตใจของเขา ให้งอกงามกลายเป็นทักษะที่ฝังอยู่ในสมอง ไม่ว่าโตขึ้นจะมีอาชีพอะไร ลูกจะเป็นคนที่มีทักษะของความมุ่งมั่น กัดไม่ปล่อย ทำงานคุณภาพ มุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ต้องสำเร็จ มีความอดทนอุตสาหะ คนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีคุณลักษณะข้อนี้เห็นได้ชัดเจน

คำสำคัญของ Goal–Directed Persistence = มุ่งเป้าหมายได้แก่
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
เกาะติดเป้าหมาย
พากเพียรอุตสาหะ
ฝ่าฟันอุปสรรค

“ในโลกศตวรรษที่ 21 ที่เต็มไปด้วยปัญหา ความท้าทายและอุปสรรค ผู้ใหญ่จึงต้องให้โอกาสเด็กฝึกฝนเพื่อสร้างทักษะมุ่งมั่นพากเพียร อึดฮึดสู้ ล้มแล้วลุกได้”

“ให้ความสำเร็จในเรื่องเล็กๆเหล่านั้นเป็นพลังใจในการหล่อเลี้ยงจิตใจของเขา และงอกงามกลายเป็นทักษะที่ฝังอยู่ในสมองไปตลอดชีวิต”

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...