สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

ทักษะสมอง EF คือ พื้นฐานของ “ทักษะในศตวรรษที่ 21” (21st Century Skills)

คนรุ่นใหม่จะอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้ ต้องมี ”ทักษะในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)  แต่เด็กๆ ของเราจะพัฒนาทักษะชุดนี้ขึ้นมาในตัวได้ ต้องมีทักษะสมอง EF ที่แข็งแรงเป็นพื้นฐาน

คนรุ่นใหม่ที่จะอยู่รอดและประสบความสำเร็จในยุคนี้จะต้องมีทักษะและความรู้สำคัญที่เรียกว่า “ทักษะในศตวรรษที่ 21” (21st Century Skills) อันประกอบไปด้วยทักษะพื้นฐาน 3Rs ทักษะในการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม 4Cs ทักษะด้านสารสนเทศ ทักษะชีวิตและทักษะทำงาน

การสร้างทักษะดังกล่าวให้แข็งแรงได้จะต้องมีกระบวนวิธีพัฒนาที่ดีมาตั้งแต่ต้นและตลอดช่วงอายุ 0-6 ปี เด็กต้องฝึกตั้งแต่เล็กอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นทักษะ

การท่องจำ จดแล้วสอบ แบบที่ว่า “จดแล้วท่อง ท่องแล้วจำ จำแล้วสอบ สอบแล้วลืม” ไม่สามารถสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้แข็งแรงได้ การฝึกฝนทักษะสมอง EF เช่น การฝึกความยั้งคิด ไตร่ตรอง การฝึกความอดทนอดกลั้น การฝึกความมุ่งมั่นพากเพียร หรือควบคุมอารมณ์ ล้วนเป็นพื้นฐานเพื่อการสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ทั้งสิ้น
ทักษะในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ประกอบไปด้วย
ทักษะพื้นฐาน 3Rs ได้แก่ การอ่านออก (Reading) เขียนได้ (Writing) คิดเลขเป็น (Arithmetic)
ทักษะในการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม 4Cs ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking Skill) เข้าใจความซับซ้อนอย่างเป็นระบบ หาทางแก้ไขได้การสื่อสาร (Communication Skill) สามารถสร้างการสื่อสารและสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น การร่วมมือ (Collaboration Skill) รู้จักเอื้อเฟื้อ รู้นำ-รู้ตามเคารพคนอื่น การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity skill) ต้องอาศัยความคิดใหม่ๆ หรือการคิดนอกกรอบ
ทักษะด้านสารสนเทศ (Information Skill) สามารถแยกแยะและเข้าถึงข้อมูล ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อ (Media Skill) รู้เท่าทันสื่อ แยกแยะและใช้ประโยชน์ และสื่อสารของตนเองออกไปได้ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Technology Skill) สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างชำนาญและเหมาะสม

ทักษะชีวิตและทักษะทำงาน มีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ รู้จักพลิกแพลง หาทางใหม่ไม่ยึดวิธีเดิมๆ ริเริ่มลงมือและการกำกับทิศทางตนเอง เมื่อคิดแล้วต้องกล้าริเริ่ม ลงมือทำเลยแม้จะไม่เคยทำมาก่อน  มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและข้ามวัฒนธรรม สามารถเปิดใจกว้าง ยอมรับและอดทนกับความแตกต่างได้ สร้างผลิตภาพและตรวจสอบได้ ทำงานมีประสิทธิภาพโปร่งใส มีภาวะผู้นำและความรับผิดชอบกล้านำกล้าตาม
การจะสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้แข็งแรงได้ เด็กต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง เช่น จะมีทักษะ “ร่วมมือ” กับผู้อื่นได้ดี ต้องเคยทำกิจกรรมกับผู้อื่น มีประสบการณ์ร่วมกัน เช่น แก้ปัญหา ทะเลาะขัดแย้งและคืนดีกันได้ ถ้าเด็กๆ ได้รับโอกาสเรียนรู้ทักษะ EF รอบด้านตั้งแต่เด็ก จะมี “ทักษะเพื่อศตวรรษที่ 21” แน่นอน

Reference : P21, the Partnership for 21st Century Learning,www.p21.org

จดแล้วท่อง ท่องแล้วจำ จำแล้วสอบ สอบแล้วลืม” ไม่ช่วยให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น

Related Articles

สกศ.นำร่องจัดการเรียนการสอน พัฒนาทักษะสมอง EF เด็กปฐมวัยและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

(25 มกราคม 2564) ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมวิพากษ์ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาทักษะสมอง (EF) ให้กับเด็กปฐมวัย และเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ณ ศูนย์คุณธรรม กรุงเทพฯดร.อุษณีย์ กล่าวว่า จากการที่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าการพัฒนาทักษะสมอง (Executive Functions หรือ EF) เป็นแนวคิดที่ส่งเสริมและสามารถต่อยอดไปสู่การเรียนการสอนโค้ดดิ้ง...

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

สกศ.นำร่องจัดการเรียนการสอน พัฒนาทักษะสมอง EF เด็กปฐมวัยและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

(25 มกราคม 2564) ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมวิพากษ์ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาทักษะสมอง (EF) ให้กับเด็กปฐมวัย และเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ณ ศูนย์คุณธรรม กรุงเทพฯดร.อุษณีย์ กล่าวว่า จากการที่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าการพัฒนาทักษะสมอง (Executive Functions หรือ EF) เป็นแนวคิดที่ส่งเสริมและสามารถต่อยอดไปสู่การเรียนการสอนโค้ดดิ้ง...

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...