Page 156 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 156

ครูในโรงเรียนให้ควำมส�ำคัญกับกำรปลูกฝังลักษณะนิสัย (ทักษะสมอง EF)                             สิ่งที่โรงเรียนมุ่งมั่นท�ำคือกำรสร้ำงวัยรุ่นที่ “รู้ตัว” รู้ว่ำตนต้องกำรอะไร

                                     มำกกว่ำผลลัพธ์ สิ่งที่คณะครูบอกเด็กๆ เสมอคือควำมรู้ที่ได้ไปเอำไปสอบไม่นำนก็                   จะไปไหน จะไปอย่ำงไร และเมื่อมีปัญหำก็รู้ว่ำตนเองก�ำลังเผชิญปัญหำ
                                     ลืม แต่กระบวนกำรระหว่ำงทำง ควำมขยันขันแข็งที่ฝึกฝนตนเองจะมีอำยุยืนอยู่กับ                     หำกแก้ด้วยตนเองไม่ได้ก็รู้ว่ำตนเองก�ำลังต้องกำรควำมช่วยเหลือ ธรรมชำติของ

                                     เรำไปทั้งชีวิต กำรแข่งขันกีฬำโรงเรียนไม่เคยพูดว่ำต้องได้ที่หนึ่ง ได้เหรียญทอง                 วัยรุ่นเป็นวัยที่ยังไม่เข้ำใจตนเอง วัยรุ่นต้องกำรกำรยอมรับ ต้องกำรคนเข้ำใจ
                                     แต่ให้ควำมส�ำคัญว่ำนักเรียนอดทนพำกเพียรซ้อมแค่ไหน ทุกวันที่พำกเพียรซ้อม                       เมื่อพ่อแม่ไม่เข้ำใจ โรงเรียนต้องกลำยเป็นบ้ำนหลังที่สองของเด็กได้ เป็นทั้งพื้นที่

                                     มีแต่ได้อย่ำงเดียว ไม่เสียอะไรเลย ทุกคนไม่จ�ำเป็นต้องได้ที่หนึ่ง แต่ให้ทุกคนเข้ำถึง           แห่งโอกำสและเป็นพื้นที่แห่งกำรเรียนรู้ควำมจริงของตนเองทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
                                     finish line ของวิ่งมำรำธอน จะใช้เวลำชั่วโมงครึ่งหรือสี่สิบนำทีทุกคนก็เข้ำถึงเส้น              กล้ำยอมรับควำมจริง กล้ำยอมรับตนเอง เข้ำใจตนเองและพยำยำมหำทำงพัฒนำ

                                     ชัยเช่นกัน ทุกคนมีสิทธิ “ชนะ” ไม่มีใครต้องแพ้ ครูของปัญญำประทีปบ่มเพำะให้                     ตนเองให้ดีขึ้น แข่งกับตนเอง ท�ำให้ดีขึ้น ไม่แข่งกับคนอื่น กำรพัฒนำทักษะต่ำงๆ
                                     นักเรียนชื่นชมฉันทะของผู้อื่น ทุกคนอยู่ในสำยตำของกันและกัน ทุกครั้งที่มีกำร                   มุ่งตอบโจทย์และควำมต้องกำรของชีวิตวัยมัธยมแต่ละช่วงชั้น และควำมต้องกำร

                                     ประชุมกันให้มีกำรขอบคุณหรือชื่นชมกัน ทุกคนจะมีควำมภูมิใจตนเอง ไม่มองคน                        เฉพำะของเด็กแต่ละคนให้ค้นพบศักยภำพเฉพำะ และพัฒนำควำมสำมำรถในกำร
                                     อื่นเป็นคู่แข่ง กลำยเป็นทีมเวิร์กที่เหนียวแน่น ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน                     พึ่งตนเองตำมวัย



                                                                                                                                       กระบวนการท�างานเป็นทีมที่เข้มแข็งของครู ครูจะเข้ำใจเด็กได้ครูต้องเข้ำใจ

                                                                                                                                   ตนเองก่อน
                                                     มั่นคงในหลักคิดและเป้าหมายคือคุณธรรมชีวิต เอำชีวิต

                                                 เป็นกำรศึกษำ ศึกษำจำกชีวิต กำรศึกษำคือกำรพัฒนำชีวิตและ                                สร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมให้ผู้ปกครองด้วยการท�า “ห้องเรียนพ่อแม่”
                                                 มีกระบวนกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่ำงผู้บริหำรกับคณะครู                            ด้วยกำรตั้ง “ค�ำถำม” เช่นเรื่อง “วินัยเรื่องใหญ่กว่ำที่คิด” เริ่มต้นให้ผู้ปกครองเขียน

                                                 อย่ำงต่อเนื่อง (ทุกสัปดำห์) ผู้บริหำรยืนหยัดอยู่กับแนวทำงวิถีพุทธ                 พฤติกรรม/ควำมเคยชินที่ไม่ดีของลูกคืออะไร ต่อไปเขียนพฤติกรรมที่ไม่ดีของตน
                                                 และเป้ำหมำยของโรงเรียนไม่พยำยำมเป็นแบบที่คนอื่นเป็น แต่ท�ำ                        และพฤติกรรมที่ดีของตน โดยกระบวนกำรเช่นนี้โรงเรียนไม่ต้องท�ำอะไรผู้ปกครอง

                                                 ในสิ่งที่เหมำะสม ถูกต้อง ดีงำม ชื่นชมกับสิ่งดีงำมและคุณค่ำ                        ก็ทรำบว่ำพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกมำจำกไหน และจะตระหนักรู้ว่ำกำรพัฒนำนิสัย
                                                 ที่ตนมี ท�ำงำนให้ดีที่สุดตำมอุดมคติ ต้นทุนและศักยภำพของทีม                        ลูกให้ดีขึ้นต้องพัฒนำนิสัยของพ่อแม่ก่อน

                                                 เลือกท�ำสิ่งที่ส�ำคัญคือดูแลเด็กแต่ละคน เอำใจใส่ เห็นคุณค่ำ
                                                 อย่ำงแท้จริง ไม่ได้เน้นกระบวนกำรสอนที่พิเศษพิสดำร สิ่งที่                             สื่อสารกันตลอดเวลา มีกระบวนกำรฝึกให้เด็กและครูสื่อสำรกันอย่ำงสันติ

                                                 โรงเรียนท�ำคือกำรส่งเสริมให้เด็กเห็นคุณค่ำตนเอง รักดี สำมำรถ                      ใช้ปิยวำจำ ฝึกเด็กให้พูดกันอย่ำงไรให้เพื่อนเกิดแรงบันดำลใจพัฒนำตนเอง
                                                 พัฒนำศักยภำพอย่ำงเต็มที่ ด�ำเนินชีวิตด้วยสัมมำทิฏฐิไปสู่ควำมส�ำเร็จ

                                                 และควำมสุขตำมที่ตนตั้งเป้ำหมำยไว้ รักและมีควำมสุขที่จะเรียนรู้
                                                 และเป็นพลเมืองที่ดี เป็นคู่ชีวิตที่ดี เป็นพ่อแม่ที่ดีของเด็กที่จะเกิด

                                                 ตำมมำในอนำคต





            156                                                                                                                                                                                                                  157
   151   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161