Page 154 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 154

พัฒนาทักษะปฏิบัติเรื่องมุ่งเป้าหมาย (goal-directed persis-                             ให้ความส�าคัญกับการกระท�ามากกว่าผลลัพธ์ เมื่อให้ควำมส�ำคัญกับกำรกระท�ำ
                                            tence) ตั้งแต่เรื่องกินเป็นอยู่เป็น โตก่อนโต ไปจนถึง แกะสลักชีวิต เด็ก                 ทักษะก�ำกับตนเองเรื่องจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะ จึงได้รับกำรพัฒนำอย่ำงเข้มข้น

                                            ทุกคนรู้ว่ำตัวเองต้องตั้งเป้ำหมำยที่จะไป บำงคนอำจยังไม่รู้ตัวว่ำตนเองจะ                กำรจัดกำรปัญหำ คือกำรจัดกำรปัญหำใน “ปัจจุบัน” เท่ำนั้น ในทำงพุทธศำสนำ
                                            เป็นอะไร แต่รู้ว่ำต้องวำงเป้ำหมำยไว้ และสำมำรถเปลี่ยนเป้ำหมำยได้                       กำรออกจำกปัจจุบันท�ำให้เกิดอคติ กำรเอำเรื่องหรือปัญหำอดีตมำพูด อำรมณ์ที่

                                            หำกวันหนึ่งพบว่ำไม่ใช่                                                                 เกิดขึ้นจะไปสกัดกั้นกำรท�ำงำนของทักษะสมอง EF สมองจะท�ำงำน ตัดสินใจและ

                                                                                                                                   วำงแผนด้วยอำรมณ์
                                                กำรตั้งเป้ำหมำยในอนำคตที่ชัดเจนท�ำให้เกิดกระบวนกำร self-
                                            reflection ท�ำให้เด็กรู้ว่ำตนเองก�ำลังท�ำอะไร เพื่ออะไร พฤติกรรมต่ำงๆ                      หลัก “อนิจจัง” ของพุทธศำสนำที่เด็กๆ จ�ำแม่นคือค�ำสอนของพระอำจำรย์

                                            ถูกขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่เป้ำหมำยที่ตั้งไว้ เด็กจึงมีกำรประเมินตนเอง                   ชยสำโรที่กล่ำวเสมอว่ำ “ก้อนเมฆไม่ใช่ท้องฟ้ำ” อย่ำเอำสิ่งที่ผ่ำนมำเป็นอำรมณ์
                                            (self-monitoring) ตลอดเวลำ ทั้งกำรคิดวิเครำะห์และค้นหำศักยภำพ                          ตัณหำ กิเลส จะไม่อยู่กับเรำตลอดไป เช่น ควำมเกียจคร้ำน (หรือนิสัยไม่ดีอื่นๆ) ก็ไม่

                                            ตนเอง กำรที่ระบบกำรเรียนกำรสอนสนับสนุนให้เด็กได้รู้จักตนเองดี                          ได้อยู่กับเรำไปตลอดกำล จะเคลื่อนไปเรื่อยๆ เรำจัดกำรได้หรือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้
                                            ค้นพบว่ำตนเองมีควำมสำมำรถอะไร รู้ว่ำตนเองมีคุณค่ำในเรื่องไหน                           ด้วยกำรเริ่มที่สัมมำทิฏฐิ ให้รู้และแยกแยะได้ก่อนว่ำสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดีและตัดสินที่

                                            ท�ำให้กำรตั้งเป้ำหมำยไม่ไกลเกินฝัน กำรได้เลือก ได้ทดลอง ได้ศึกษำ                       พฤติกรรมแต่ไม่ตัดสินหรือประทับตรำที่ตัวบุคคล เช่น เรำไม่ตีตรำว่ำเป็นอย่ำงนี้คือ
                                            ท�ำให้พัฒนำและมั่นใจในศักยภำพตนเอง โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบ                             คนโง่ เป็นอย่ำงนี้คือคนขี้เกียจ แต่จะบอกได้ว่ำพฤติกรรมแบบนี้ เรียกว่ำไม่ฉลำดหรือ

                                            กับคนอื่น                                                                              ขี้เกียจ เป็นสิ่งที่ควรพัฒนำ และทุกคนในโรงเรียนจะได้รับโอกำสพัฒนำตนเองโดยไม่มี

                                                                                                                                   กำรปิดกั้นหรือตัดสินควำมสำมำรถ ทุกคนในโรงเรียนจะคอยสนับสนุนและให้ก�ำลังใจ

                                                                                                                                   กันเสมอ






            154                                                                                                                                                                                                                  155
   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159