Page 130 - Executive Functions ในเด็กวัย 7-12 ปี
P. 130

8. ตั้งเป้าหมายความส�าเร็จของลูก
                                       หากถามพ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆ ว่าตั้งเป้าหมายอะไรให้กับชีวิตลูก ส่วนใหญ่ก็จะตอบ                   การท�างานร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียนควรอยู่บนทัศนะเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็น
                                     ตรงกันว่าต้องการให้ลูกประสบความส�าเร็จในชีวิตและมีความสุข แต่เมื่อพิจารณาถึง                  ความเชื่อใจ ให้การสนับสนุนและให้ก�าลังใจซึ่งกันและกัน พ่อแม่ควรให้ความเคารพใน

                                     สิ่งที่พ่อแม่ให้การอบรมเลี้ยงดูลูก กลับมีความแตกต่างกันอย่างมากมาย บางบ้านเร่งรัด             วิชาชีพครู เคารพในวิธีการท�างานของครู  หากสงสัย ข้องใจ หรือไม่พอใจ ควรไต่ถาม
                                     การอ่านเขียนเรียนเร็ว บางบ้านปล่อยให้อยู่กับแท็บเล็ต สมาร์ตโฟน บางบ้านให้ลูก                  เพื่อท�าความเข้าใจให้ตรงกัน ไม่ควรเก็บความขุ่นข้องใจเพราะจะกระทบต่อสัมพันธภาพ
                                     มีโปรแกรมเสริมมากมายจนเรียกว่า overprogrammed บางบ้านมีกิจกรรมของ                             ที่ดี ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาลูก อีกทั้งการที่พ่อแม่บ่นว่าลับหลังครูเมื่ออยู่ต่อหน้าลูก
                                     ครอบครัวที่ท�าร่วมกัน เช่น ไปท�าขนมบ้านคุณย่า ช่วยคุณแม่ซักผ้า ช่วยคุณพ่อล้างรถ               จะท�าให้ลูกเกิดความสับสน กังวลใจ เพราะส่วนใหญ่เด็กจะรักทั้งพ่อแม่และครู

                                     เมื่อเป็นเช่นนี้ เป้าหมายปลายทางที่ได้รับจึงให้ผลที่แตกต่างกันอย่างแน่นอน                       เมื่อพ่อแม่และครูมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ทั้งสองฝ่ายจะประสานมือ ประสานใจ
                                       ลองทบทวนดูดีกว่าว่า เป้าหมายปลายทางที่ตั้งไว้ หรือเป้าหมายหลักนั้นเป็น                      เป็นหนึ่งในการพัฒนาลูกและศิษย์ไปในทิศทางเดียวกัน พ่อแม่และครูจะมีความสุข
                                     เป้าหมายที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อชีวิตลูกอย่างยั่งยืนหรือไม่ คิดต่อให้ชัดว่าอะไร            ความเบิกบานใจที่ได้เห็นความก้าวหน้าของคนที่เรารักเติบโตอย่างงดงาม
                                     ที่จะบอกถึงความส�าเร็จในชีวิตของลูกได้ และความสุขในชีวิตคืออะไร ที่สุดแล้ว

                                     ลูกจะสามารถด�ารงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าต่อตนเอง ต่อผู้อื่น รวมถึงต่อธรรมชาติ
                                     และสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ เพราะทัศนะต่อการด�ารงชีวิตจะมีผลต่อการเลี้ยงดูลูก
                                     และการเลี้ยงดูลูกจะเป็นตัวหล่อหลอมทั้งความคิดและจิตใจของลูก
                                       เมื่อเป้าหมายปลายทางหรือเป้าหมายหลักชัดเจนแล้ว ต้องมีเป้าหมายระยะสั้น

                                     และกระบวนการย่อยที่รองรับและสอดคล้องกับเป้าหมายหลัก เป้าหมายต้องอยู่ในใจ
                                     เสมอ ให้หมั่นตรวจสอบสิ่งที่ท�ากับผลที่ลูกได้รับอยู่เสมอว่าหลุดเป้าหมายไปหรือไม่
                                     ตอบสนองความต้องการ ความพร้อม และธรรมชาติของลูกหรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี
                                     เป้าหมายก็ต้องมีความยืดหยุ่นให้พอเหมาะพอดี อย่าตายตัวเกาะติดกับความคิดเดิม

                                     อย่างเดียว ต้องปรับให้เหมาะกับลูกและสภาพการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบันด้วย


                                          9.  ท�างานร่วมกับครู
                                       เมื่อลูกเข้าโรงเรียนก็ไม่ได้หมายความว่าภาระการฝึกฝน อบรมเลี้ยงดูตกไปของครู

                                     และโรงเรียน เพราะบ้านยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อลูก ให้ถือว่าบ้านและโรงเรียนเป็น
                                     หุ้นส่วนการพัฒนาลูกร่วมกัน  แต่เนื่องจากความเชื่อ ทัศนคติ และประสบการณ์
                                     ของครูและพ่อแม่แต่ละคนก็แตกต่างกัน จึงต้องหมั่นพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ
                                     ระหว่างกัน  เพื่อให้มีเป้าหมายที่ตรงกัน และมีวิธีการอบรมเลี้ยงดูไปในทิศทางเดียวกัน

                                     ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันซึ่งจะเป็นผลในทางลบต่อลูก












            130                                                                                                                                                                                                                  131
   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135