สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

การเสพติดเป็นเรื่องของสมอง

การเสพติดเป็นผลของสมอง คนที่สมองส่วนหน้าไม่ดี จะมีปัญหามากเลยในการที่จะยับยั้งให้ตัวเองไม่ให้ทำสิ่งที่ไม่ดี
สมองส่วนหน้าหรือ Pre frontal cortex เป็นสมองส่วนที่สำคัญมาก คือเป็นตัวหลักในการควบคุมการทำงานของสมองส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะหน้าที่การบริหารจัดการที่เราเรียกว่า Executive Functions ตัวมันเองจะมีบทบาทสำคัญมากในเรื่องของการวางแผน การคิดวิเคราะห์ และที่สำคัญคือการยับยั้งชั่งใจ ในการควบคุมว่า “อย่าทำนะ อันนี้ไม่ดี” ถ้ากระบวนการยั้บยั้งเกิดขึ้นได้ไม่ดี เขาจะมีความเสี่ยงมากในการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือถูกดึง ถูกล่อลวงไปได้ง่าย
เราจะเห็นตัวอย่างที่ค่อนข้างชัดคือ บริษัทยาเสพติดทั้งหลาย อย่างเช่น บุหรี่ เหล้า จะเน้นที่วัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่สมองส่วนหน้ายังอยู่ในระหว่างการพัฒนา กลุ่มนี้ถามว่ารู้ไหมว่ามันไม่ดี ในแง่ของความเข้าใจเขารู้ แต่การยับยั้งเมื่ออยู่ในสถานการณ์มีปัญหา เมื่อเพื่อนชวนก็จะมีโอกาสถูกดึงไปได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ที่มีการทำงานของสมองส่วนหน้าพัฒนาเต็มที่แล้ว ฉะนั้นเราจะพบว่าคนที่มีสมองส่วนหน้าไม่ดี เขาจะมีปัญหามากในการที่จะยับยั้งตัวเองไม่ให้ทำสิ่งที่ไม่ดี

การเสพติดเป็นผล(ภัย)ของสมอง
เมื่อใช้ยาเสพติดไปสักพัก จะส่งผลให้เกิดการทำลายและการอักเสบของเซลล์สมอง ทำให้เรื่องของ EF แย่ลง เมื่อ EF แย่ลงก็มีโอกาสที่จะเข้าสู่วงจรยาเสพติดได้ง่ายขึ้น เพราะการยับยั้งชั่งใจก็จะเสีย ความยืดหยุ่นที่จะรู้จักปฏิเสธก็จะลดลง เพราะฉะนั้น มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับสมองทั้งหมด

ทำอย่างไรให้สมองดี
เวลาเราพูดถึงการฝึกสมอง เราจะต้องคิดถึงการเข้าคอร์ส เข้าโปรแกรมเรียนอะไรสักอย่าง จริงๆ แล้วผมมองว่าเรื่อง EF ที่เราพยายามทำกันอยู่ควรเป็นเรื่องที่ง่ายๆ ควรเป็นเรื่องที่ปนกับชีวิตประจำวัน ยิ่งพ่อแม่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก “สอนผ่านการเล่น” เริ่มจากการสอนให้เด็กรู้จักการรอคอย ทุกอย่างจะไม่ได้มาทันที เด็ก 2-3 ขวบ เวลาเขาร้องหา ชวนแม่ให้มาเล่น บางทีถ้าแม่มาไม่ได้ ก็ต้องบอกเขาว่าแม่มาไม่ได้ มีการกำหนดเวลาให้เขารอ เมื่อเขาอายุประมาณสัก 3-4 ขวบ เด็กจะเรียนรู้ถึงการเล่นร่วมกับคนอื่น เราต้องสอนให้เขารู้จักกติกา หมายความว่าเวลาเล่นกับเด็ก ยอมได้ไหม ยอมได้บ้าง แต่ต้องสอนให้เขารู้จักกติกา เด็กหลายๆ คนพ่อแม่ยอมตลอด ตัวเองชนะมาตลอดเลย เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้เองก็จะไม่ได้ถูกฝึกในเรื่องของตรงนี้ด้วย ไม่ว่าจะเล่นกับเพื่อนหรือเล่นกับพ่อแม่ก็ตาม สอนในเรื่องของ กติกา รู้จักการรอคิว รู้จักการแพ้ เป็นสิ่งสำคัญ เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เด็กเหล่านี้มีการพัฒนาสมองส่วนหน้าดีขึ้น หยุดเป็น รู้จักปฏิเสธเป็น และที่สำคัญคือต้องมีความเชื่อในตัวเอง ผมมองว่าสายสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่ดี จะช่วยแก้ปัญหาหลายอย่างได้

สร้างสายสัมพันธ์
“กอด สัมผัสด้วยรัก สร้าง EF ในสมองลูก”
ในช่วงเด็กๆ สิ่งสำคัญในการสร้างความผูกพันไม่ได้บอกว่า แม่รักลูก เพียงอย่างเดียว แต่การแสดงให้เห็นด้วยการกอด ด้วยสีหน้า ด้วยการสัมผัสกัน อันนี้จำเป็นมากๆ หลายคนบอกว่าการกอดเกี่ยวอะไรกับ EF จริงๆ แล้วการกอดเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ทางกายระหว่างคนสองคน แล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมอง ถ้าเด็กมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแม่ในช่วงวัยเด็ก ในช่วงของวัยรุ่น เด็กก็ยังคงมีความสัมพันธ์ คือเขาอาจจะไปหาเพื่อนบ้าง แต่เขาก็ยังวิ่งกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งตรงนั้นแหละครับคือจุดที่เป็นนาทีทองในการค่อยๆ ถามเขา ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้าง การที่เด็กมาเล่าให้พ่อแม่ฟังเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว อย่าทำลายโอกาสตรงนั้น บางทีคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องตั้งนะโมไว้ หรือต้องมีการยับยั้งชั่งใจว่าอย่างเพิ่งด่า ฟังให้จบก่อน แล้วหาทางแก้ไขด้วยกัน เพราะถ้าพ่อแม่รีบตำหนิ ข้อมูลจะไม่มาเลย มันจะหยุดแล้วไปหาเพื่อนแทน เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่นระหว่างพ่อแม่กับลูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างน้อยแก้ปัญหาด้วยกัน ก็จะดีกว่าแก้ปัญหาคนเดียว คุณพ่อคุณแม่ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยฝึกเรื่องของ EF กับเด็กในเรื่องของการยับยั้งชั่งใจ
เมื่อพัฒนา EF ได้ เราก็คาดหวังว่าเด็กในกลุ่มนี้ น่าจะมีภูมิต้านทาน ในการที่จะไม่เข้าหาสิ่งเสพติดเมื่อเขาเติบโตขึ้น

ป้องกันลูกติดยาตั้งแต่ปฐมวัย

ฝึกยับยั้งชั่งใจในชีวิตประจำวัน

ป้องกันลูกจากยาเสพติด… ด้วยทักษะสมอง EF

Related Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

74,430แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...