สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

“ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช

คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง ที่มาชักจูงไปในทางเสื่อม ชีวิตของคนคนนั้นก็จะดี ความสัมพันธ์ของเขาต่อคนอื่น หรือพฤติกรรม ความประพฤติต่างๆ ของเขาก็จะถูกกำกับโดยสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล EF จึงเป็นเรื่องความดี ฉะนั้นถ้าพลเมืองของเรามี EF เข้มแข็ง สังคมของเราก็จะอยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น
นี่คือหัวใจสำคัญของ EF

ในอีกมุมหนึ่ง หากเราฝึก EF ให้เข้มแข็ง สมองส่วนความจำใช้งาน หรือ Working Memory มันจะใหญ่ขึ้น เปรียบเหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่มีส่วน CPU (Central Processing Unit) ที่ทำหน้าที่ process data ได้มากๆ เหมือน “Intel inside” เหมือน chip ที่อยู่ข้างในคอมพิวเตอร์ สามารถดึง data จากหลากหลายด้านมาใช้ได้ในเสี้ยววินาที โลกสมัยนี้ซับซ้อนอย่างยิ่ง คนที่คิดได้จากหลายมุม ก็จะเป็นคนที่มีมุมมองกว้างขวาง และเข้าใจเรื่องที่ซับซ้อนได้ดี

EF เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ อยู่ในชีวิตประจำวัน อยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเรา อยู่ในระบบความปฏิสัมพันธ์ของตัวเรากับคนอื่น อยู่ในปฏิสัมพันธ์ของคนที่อยู่ในองค์กร คนที่ทำกิจกรรมร่วมกัน และดังนั้น มันก็ย่อมจะอยู่ในระบบต่างๆของประเทศทั้งหลาย เพราะระบบต่างๆ ก็มีคนเป็นองค์ประกอบสำคัญ
EF จึงเปรียบเหมือน CPU ที่ซ่อนอยู่ข้างในคนและในระบบสังคม

เด็กที่ได้รับการฝึก EF แข็งแรง ก็จะมีบุคลิกภาพ (character) หรือจะเรียกว่ามีคุณลักษณะที่ดี การศึกษาสมัยใหม่ไม่ใช่เรียนเพื่อวิชาความรู้หรือเพื่อหางานทำเท่านั้น แต่เรียนเพื่อสร้างบุคลิกภาพ สร้าง mindset ในด้านบวกประกอบไปด้วย
EF จึงเป็นตัวช่วยเสริมการพัฒนาบุคลิกหรือคุณลักษณะให้ดี

นับวันการเรียนรู้ของมนุษย์ต้องเปลี่ยนชุดความรู้มากขึ้น เร็วขึ้น รุนแรงขึ้น ผมเห็นว่า คนที่มี EF แข็งแรงจะมีพื้นฐานที่ทำให้ตนเองปรับตัว เปลี่ยนแปลงได้ง่าย โลกสมัยนี้ต้องการการเรียนรู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ที่เรียกว่า Transformative Learning ซึ่งมนุษย์ควรมีสมรรถนะหรือขีดความสามารถในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเป็นผู้กระทำ ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ การมีชีวิตที่ดีได้ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Change Agent
การมี EF เข้มแข็งจะทำให้คนนั้นเป็น Change agent ได้ง่าย ได้แข็งแรงกว่า เพราะว่ามีสมองที่มีความคิดยืดหยุ่น และมองสิ่งต่างๆ ได้หลายแง่หลายมุม

ดังนั้น ก็ต้องทำให้ EF เป็นของธรรมดา เป็นเรื่องสามัญที่ทำกันอยู่ในบ้าน ในโรงเรียน ในสังคม
ในที่ทำงาน พูดง่ายๆ คือในสังคมทั้งหมด เมื่อคนมี EF ดี คนจะฟังกันมากขึ้น ปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจแนวดิ่งจะลดลง ปฏิสัมพันธ์ในเชิงรับฟังแนวราบมากขึ้น รับฟังซึ่งกันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกันมากขึ้น ลองไปสังเกตเด็กว่า เมื่อมีการนำ EF ไปฝึก เขาเปลี่ยนแปลงยังไง เด็กจะฟังกัน ให้เกียรติกัน เคารพผู้อื่น เคารพตัวเองด้วย มั่นใจตัวเองแต่ก็เคารพผู้อื่นเป็นด้วย เราต้องฝึกจนชิน จนเป็นธรรมดาของเขา

บทความก่อนหน้านี้Less Structured activities vs. EF

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...