สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

พลังสมอง EF เด็กไทย สร้างได้ก่อน 9 ขวบ

นพ.ประเสริฐ : เด็กอายุ 9-12 ขวบ สมองจะเริ่มสลายวงจรประสาทบางส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้ทิ้งไป เหลือเฉพาะวงจรประสาทที่ได้ใช้
การค้นพบใหม่ๆ ของวิทยาศาสตร์ทางสมอง (Neuroscience) แสดงให้เห็นว่า สมองของมนุษย์ที่ทำให้เรารู้คิด ประกอบขึ้นจากเซลล์ประสาทประมาณแสนล้านเซลล์ ทำงานร่วมกันผ่านจุดเชื่อมต่อหรือ Synapse ประมาณร้อยล้านล้านจุด เชื่อมโยงกันเป็นวงจรประสาทหลากหลาย ประสานสัมพัน กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากในช่วงแรกเกิด ต่อเนื่องไปถึงช่วงปฐมวัย ความหนาแน่นของวงจรประสาทในสมองจะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ประมาณ 9 ขวบ จากนั้นก็เริ่มลดลง
นพ.ประเสริฐ : ซึ่งแปลว่าระหว่างอายุประมาณ 9 – 15 ปี สมองมีเหตุการณ์สำคัญคือการ pruning การตัดแต่ง การสลาย synapse และวงจรประสาทที่ตัวเองไม่ค่อยได้ใช้ ความรู้ข้อนี้สำคัญ มีความหมายว่าก่อน 9 ขวบ เราต้องทำอะไรบางอย่างกับเด็กๆ

ลิขสิทธิ์ความรู้โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ลิขสิทธิ์ภาพโดย สถาบัน RLG [email protected]

คืองานฝึกสมองของเด็กๆ ให้ค่อยๆ พัฒนาไปตามลำดับขั้น เพื่อปลูกสร้างทักษะหรือความสามารถขั้นสูงของสมอง ให้ติดตัวและพัฒนาต่อไปได้ตลอดชีวิต
นพ.ประเสริฐ : ใน 9 ปีแรก สิ่งที่ควรทำที่สุด ขั้นที่ 1 สร้างแม่ที่มีอยู่จริง ขั้นที่ 2 สร้างสายสัมพันธ์กับแม่ แล้วขั้นที่ 3 คือสร้างตัวตน 3 ขั้นตอนนี้สร้างในเวลา 3 ปีแรกเท่านั้นเอง 3 ขวบปีแรก เร็วมาก!!

ขั้นที่ 4 คือการสร้าง Self – esteem หรือความมั่นใจว่าตนเองสามารถทำอะไรได้
นพ.ประเสริฐ : Self – esteem เป็นพลังงานของจิตใจที่พาเด็กคือ Self ตัวตนที่ 3 ขวบไปสู่อนาคตอันไกลโพ้น ถามว่า Self – esteem มาจากอะไร ไม่ได้มาจากการเรียนแล้วตัดเกรด มาจากการเล่น ที่พวกเราไม่รู้อีกอันหนึ่งก็คือ นิ้วมือมาก่อนสมอง ความหมายก็คือเด็กที่ใช้ 10 นิ้วมากกว่า พัฒนาการทางสมองดีกว่า การเล่น 10 นิ้วนั้นเพื่อสร้างสมองทั้ง 10 ส่วน
กิจกรรมอะไรอีกที่ใช้นิ้วทั้งสิบ คำตอบคือทำงาน แต่จะเห็นว่าการทำงานไม่เหมือนการเล่น ตรงที่ หนึ่งมันยาก สอง มันไม่สนุก สามมันน่าเบื่อ จะทำแบบนี้ได้เด็กต้องมีความสามารถในการควบคุมตัวเอง คือ Self control

บันไดขั้นที่ 5 คือก้าวแรกของการสร้างทักษะขั้นสูงให้กับสมอง

ลิขสิทธิ์ความรู้โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ลิขสิทธิ์ภาพโดย สถาบัน RLG [email protected]

นพ.ประเสริฐ : การควบคุมตัวเอง เราก็แจงเป็น 3 step
ความสามารถที่จะตั้งใจมั่น ไม่วอกแว่ก
แล้วก็อดเปรี้ยวไว้กินหวาน
แล้วก็ควบคุมตนเองจนกว่างานจะเสร็จ
อันนี้เป็นเรื่องของวงจรประสาท ไม่ใช่เรื่องของนิสัย
เป้าหมายที่ท้าทาย ไกล แต่อยู่ในระยะที่มองเห็น จะไปถึงได้ เด็กๆ ต้องข้ามผ่านอุปสรรคด้วยการแก้ปัญหาและความมานะอดทน จนผ่านมาถึงเป้าหมายได้ เห็นผลสำเร็จ เป็นผลดี ผลได้ เกิดแรงเสริมเชิงบวก เสริมหนุนให้หมุนวงจรเรียนรู้ ยกระดับขึ้นไป
การทำวงจรปัญหา อุปสรรค เป้าหมาย ซ้ำแล้วซ้ำรอบจะสะท้อนกลับไปปรับเปลี่ยนวงจรประสาทในสมองส่วนหน้า เกิดการเชื่อมโยงวงจรประสาทแบบใหม่ ขยายออกไป เพื่อรองรับทักษะที่พัฒนายกระดับขึ้น นี่คือ Executive Functions หรือ EF

นพ.ประเสริฐ : EF คืออะไร
EF คือความสามารถที่จะควบคุมตนเอง กำหนดเป้าหมาย แล้วก็เดินทางไปสู่เป้าหมาย โดยการฝ่าฟันอุปสรรคนานาจนกว่าจะถึงเป้าหมาย นี่คือ EF คำนิยามนี้ง่ายมาก ปีนต้นไม้ EF ล้วนๆ เล่นเสรีในสนาม Hi-light เด็กจะต้องกำหนดเป้าของการเล่น เป้าหมายคือ EF
EF คือความสามารถในการกำหนดเป้าหมายในอนาคตอันไกลโพ้นของชีวิต แล้วเดินทางผ่านอุปสรรค ไปจนถึงเป้าหมาย
บันไดขั้นที่ 6 คือ EF
นพ.ประเสริฐ : จากควบคุมตัวเอง เรามาสู่ EF เต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน
หนึ่ง ความสามารถที่จะควบคุมตนเอง
สอง การบริหารความจำใช้งาน
สาม การคิดยืดหยุ่น
การคิดวิเคราะห์หรือการคิดยืดหยุ่น เราไม่ควรแปลลึกซึ้ง ของง่ายมาก เหมือนเล่นบล็อกไม้ คุณแค่เปลี่ยนมุมมองเรื่องก็เปลี่ยนแล้ว เปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนแผน เปลี่ยวิธีการ จะเห็นว่าโดยไม่ต้องทำอะไร เด็กเล่นบล็อกไม้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็สามารถเปลี่ยนมุมมองต่อรูปธรรม คือสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นนามธรรม
ความจำใช้งานคือความจำพร้อมใช้ ความจำใช้งานเป็นประเด็นเรื่องความเร็ว เพื่อนกำลังยื่นยาบ้าให้ ความจำใช้งานจะต้องพุ่งมาที่สมองส่วนหน้า คือ prefrontal cortex ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของ EF เร็วพอที่จะปฏิเสธความยั่วยวนที่เพื่อนทำให้ เพศสัมพันธ์ก็เหมือนกัน
ความเร็วขึ้นกับอะไร??… ความเร็วขึ้นกับ
หนึ่ง pruning การตัดแต่ง สมองที่ตัดแต่งเรียบร้อย จัดระเบียบได้ดีกว่า ความเร็วของการส่งสัญญาณประสาทก็จะเร็วกว่า
สอง ขึ้นกับการเติมสารไมอีลีนลงบนเส้นประสาท เส้นประสาทที่มีสารไมอิลีนมากกว่าก็จะส่งสัญญาณประสาทได้เร็วกว่า เร็วกว่าเยอะ เป็นพันเท่า สารไมอิลีนมาจากไหน หนึ่งเล่น สองทำงานก็คือการใช้ 10 นิ้ว
คือความรู้ที่ผ่านการตีความงานวิจัย และการค้นพบใหม่ของวิทยาศาสตร์ทางสมอง ทฤษฎีทางจิตวิทยาเข้ากับประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว ในฐานะจิตแพทย์ของคุณหมอประเสริฐมากว่า 30 ปี
นพ.ประเสริฐ : แต่ประเทศไทยทำอะไร เอาเข้าไปเรียนหนังสือหมด 4 ปี เด็กเอาแต่เรียนจะมีเวลาเล่น 8 อย่างที่ไหน นอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำลาย Self – esteem และ EF ซ้ำ การ pruning สมองกำลังจะใกล้เข้ามาเต็มแก่ เราเสียเวลาเรียนไปอีก 5 ปีแทนที่จะเอาเวลาทั้งหมดนั้นมาเล่น
คือการเขียนโปรแกรมให้กับสมองทีละบรรทัดด้วยความรัก ความเข้าใจ สอดคล้องกับพัฒนาการของช่วงวัย เป็นลำดับขั้นของความรู้ ที่ผู้ใหญ่เราทุกคนควรจะนำไปใช้ในการเลี้ยงดูลูกหลาน ก่อนที่หน้าต่างแห่งการเรียนรู้บานใหญ่นี้จะปิดลง
นพ.ประเสริฐ : พอมีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์สมองสมัยใหม่แล้วก็ EF เข้ามา ผมคิดว่านี่เป็นความหวัง เป็นความหวังว่าเรื่องทั้งหมดนี้มีความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน เราสามารถเตรียมให้สมองเด็กดีที่สุดก่อนอายุ 9 ขวบได้

Related Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

Stay Connected

71,670แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...