Page 102 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 102
6. พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF หรือมีทักษะในการเข้าไปช่วยจัดการกับอารมณ์ กำรเตรียมตัวลูกก่อนไปโรงเรียน
ของลูก หรือตอบสนองต่ออารมณ์ต่างๆ ของลูก สอนให้ลูกรู้จักอารมณ์ของตัวเอง เมื่อลูกอายุ 2-3 ปี พ่อแม่อาจต้องเตรียมตัวเตรียมใจลูกให้พร้อมที่จะไปโรงเรียน
ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นโกรธ เสียใจ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ดี สนุก คึกคัก และช่วย ออกเรียนรู้โลกกว้างที่ต้องห่างจากพ่อแม่ พ่อแม่ควรเตรียมลูกด้วยวิธีการดังนี้
ให้มีสมดุลทางอารมณ์ ให้ลูกได้ควบคุมอารมณ์เหล่านั้น และไม่ให้ติดอยู่ในอารมณ์
นั้นมากเกินไป แม้แต่ความรู้สึกสนุกในการเล่น เช่น เด็กอาจจะเล่นจนเหนื่อยง่วง
พ่อแม่ต้องเข้าไปช่วยให้เด็กได้รู้ตัวว่า “เหนื่อยแล้ว ง่วงแล้วใช่มั้ย” พยายามให้เด็ก เด็กเล็กวัย 1-2 ปี นอกจากสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว
ได้ใช้ภาษาสื่อสารบอกความรู้สึกของตัวเอง แล้ว พ่อแม่ควรมีความมั่นคงทางอารมณ์ และเชื่อมั่นกับสถานที่
7. พ่อแม่ต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูก เช่น ลูกเล่นจนเหนื่อยหรือเล่นก้าวร้าว ที่จะพาลูกไป จะช่วยให้ลูกรับรู้ได้ถึงความปลอดภัย และเกิดวางใจ
แทนที่พ่อแม่จะตอบสนองด้วยการดุว่า ว่าเด็กก้าวร้าว ถ้ารู้เท่าทัน รู้ว่าลูกเหนื่อย ง่วง บุคคลและสถานที่นั้นๆ ท�าให้ลูกปรับตัวได้ง่ายและเร็วขึ้นโดย
ก็ชวนให้เลิกเล่น พาไปอาบน�้า ไปนอน ก็จะเป็นการช่วยคลี่คลายอารมณ์ให้เด็ก เฉพาะเด็กที่เข้าสู่วัยเนิร์สเซอรี่ เมื่อเด็กปรับตัวได้แล้ว ท�าให้
อย่างนุ่มนวล เป็นไปในทางบวก เป็นการพัฒนาทักษะสมอง EF ของลูกไปด้วย มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพและความสามารถที่หลากหลาย
8. ความสุขและอารมณ์ขันส�าคัญที่สุดในการดูแลเด็ก ทั้งช่วยให้การฝึกการสอน จากการท�ากิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น ท�าให้ได้ใช้ทักษะทาง
ลูกเป็นไปด้วยดี ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ไม่เครียดทั้งพ่อแม่ลูก ท�าให้ทักษะสมอง ร่างกาย ทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหา ทักษะการใช้ภาษา
EF ของลูกพัฒนา ทั้งรักษาความสัมพันธ์ ความรักความผูกพันระหว่างพ่อแม่ สื่อสาร และทักษะทางสังคม ฯลฯ
กับลูกไว้ได้ด้วย
เด็กที่พ่อแม่เลี้ยงดู โดยจัดกิจวัตร การเลี้ยงดูลูกด้วยวินัยเชิงบวก
ประจ�าวันของลูกเป็นเวลาแน่นอน จะท�าให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง ท�าให้
สม�่าเสมอ จะปรับตัวเข้ากับกิจวัตร ปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบของโรงเรียน
ที่โรงเรียนได้ไม่ยาก ได้ไม่ยาก
102 103

