Page 97 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 97

วินัยเชิงบวก (Positive Discipline) ส�าหรับลูกวัย 2-3 ปี    กำรบูรณำกำรประสำทควำมรู้สึก (Sensory Integration)   ช่วงวัยนี้กำรพัฒนำ
   ✿  แสดงความเข้าใจลูก บอกได้ว่าลูกรู้สึกอะไร อย่างไร ถึงมีพฤติกรรมนั้นๆ      นอกจากวินัยเชิงบวกแล้ว ในช่วงวัยนี้การพัฒนาประสาทสัมผัสหลายส่วนร่วมกัน   ประสำทสัมผัส

       เด็กในวัยนี้อาจยังไม่รู้จักใช้ภาษาสื่อสารอารมณ์ได้ดีพอ หรือยังไม่รู้จัก   (Sensory Integration) ในการท�ากิจกรรมต่างๆ ก็มีความส�าคัญ น�าไปสู่การพัฒนา  หลำยส่วนร่วมกัน
       อารมณ์ความรู้สึกของตนเอง    ทักษะสมอง EF เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง และการ  น�ำไปสู่กำรพัฒนำ

   ✿  พูดสะท้อนอารมณ์ลูกบ่อยๆ ในชีวิตประจ�าวัน ท�าให้ลูกเริ่มเรียนรู้อารมณ์ตนเอง   เล่นจะเป็นโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์มากมาย กิจกรรมส�าหรับเด็กวัยนี้   ทักษะสมอง EF
       เริ่มเรียนรู้การจัดการอารมณ์ การแสดงออกอย่างเหมาะสม  ควรเป็นกิจกรรมที่ท�าให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ

   ✿  ให้ค�าชม โดยเจาะจงชมที่พฤติกรรมแต่ละอย่างและใส่คุณลักษณะ      การบูรณาการประสาทความรู้สึก (Sensory Integration) คือ กระบวนการ
       เข้าไปด้วยเช่น “ขอบคุณนะที่หนูรอจนแม่พูดเสร็จ แบบนี้เรียกว่ามีมารยาท   รับความรู้สึกจากสิ่งกระตุ้นต่างๆ ทั้งจากภายนอกและภายในร่างกาย เข้าสู่การ

       หรืออดทนได้” ค�าคุณลักษณะแบบนี้ท�าให้เด็กเกิดความจ�าเพื่อใช้งาน    ประมวลผลที่สมองและมีการตอบสนองได้อย่างเหมาะสม เช่น เมื่อเด็กเล่น เด็กได้
       (Working Memory) ที่ดี และเกิดการเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self - Esteem)    รับประสบการณ์ผ่านสิ่งเร้าประสาทสัมผัสทางการได้ยิน ได้เห็น ได้กลิ่น การสัมผัส

       ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่าง ได้แก่ 1) ความมั่นใจในตัวเอง มั่นใจว่าตัวเอง   การชิมรส พอรับสัมผัสเข้ามาก็ผ่านไปยังไขสันหลัง แล้วเข้าไปสู่สมอง Sensory
       ท�าอะไรได้ 2) รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของใครบางคน (Sense of   Register รับข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล บูรณาการข้อมูล แปลสิ่งเร้าที่มากระตุ้นหรือ

       Belonging) 3) รู้คุณค่าในตัวเอง คนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองแต่ไม่รู้สึกว่า   ที่รับรู้เข้ามา ออกมาเป็นการรับรู้ เข้าใจ และแสดงพฤติกรรมตอบสนองได้เหมาะสม
       เป็นส่วนหนึ่งของสังคมจะแสดงออกผิดๆ หรือการไม่รู้คุณค่าตนเอง ก็ท�าให้   เช่น เด็กเดินเข้าไปในสวน เห็นดอกมะลิแล้วดม แม่บอกว่านี่คือดอกมะลิ เด็กได้

       มีพฤติกรรมเสี่ยงได้  เรียนรู้ว่านี่คือดอกมะลิ สิ่งที่ประสาทสัมผัสได้รับนี้ก็จะไปเก็บเป็นข้อมูลที่สมอง
   ✿  ใช้ค�าพูดเชิงบวกเมื่อต้องการให้ลูกท�าอะไร จะป้องกันการต่อต้าน การปฏิเสธ    แต่เด็กอาจยังพูดออกมาไม่ได้ เป็นประสบการณ์ที่ถูกเก็บไว้แล้ว และสามารถเข้าใจ

       “ไม่” ควรมีทางเลือกให้ลูก แต่เป็นทางเลือกที่ท�าให้ไปถึงเป้าหมาย   ชื่อของสิ่งนั้นได้ รับรู้ได้แต่ยังพูดออกมาไม่ได้ พอเด็กโต ครูถามว่านี่ดอกอะไร
       ที่เราวางไว้ เช่น จะให้ลูกที่ไม่ชอบอาบน�้าไปอาบน�้า ก็อาจให้ลูกเลือกเอา   เด็กดึงความจ�าที่เก็บมาใช้ จึงตอบได้ว่านี่คือดอกมะลิ จากการที่เด็กได้เรียนรู้

       ตุ๊กตาเข้าไปอาบน�้าด้วย บอกลูกว่าท�าอะไรได้เมื่อไร เปลี่ยนวิธีการเดิมๆ   และจดจ�าผ่านประสาทสัมผัส
       ที่ไม่ได้ผล เช่นถ้าบอกลูกว่า... กินข้าวไม่หมดไม่ต้องไปเล่น... ลูกอาจจะ      ในวัยนี้มีการท�างานที่เชื่อมต่อกันของสมองส่วนการรับรู้สัมผัส ความรู้สึก

       บอกว่า... งั้นหนูไม่เล่น ... พ่อแม่ควรบอกว่า กินข้าวเสร็จแล้วไปเล่นได้เลย    และการเคลื่อนไหว (Sensory Motor Cortex) การรับรู้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
       ทั้งนี้น�้าเสียงและท่าทีของพ่อแม่ต้องเป็นไปในทางบวก  การรับรู้ของร่างกายซ้ายขวา น�าไปสู่การวางแผนการเคลื่อนไหว  เมื่อลูกอายุ 1 ขวบ

               พ่อแม่เริ่มพาฝึกเดินจะกระตุ้นให้เด็กทรงตัว เป็นพัฒนาการน�าไปสู่การรับรู้
               การทรงตัว (Perceptual Motor Development) การประสานกันของ
               การมองเห็นและมือ (Eye-Hand Coordination) สมาธิจดจ่อ (Attention)

               น�าไปสู่การเรียนรู้การท�ากิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ�าวัน









 96                                                                                                           97
   92   93   94   95   96   97   98   99   100   101   102