Page 31 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 31

สรุปแนวทำงกำรพัฒนำพื้นฐำนทักษะสมอง EF ลูกวัย 0-3 ปี  	✪  เด็กวัย 0-3 ปี เป็นวัยที่ก�าลังก่อรูปความรักความผูกพัน (Attachment)

    เนื่องจากลูกวัย 0-3 ปี คือนับตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาไปถึงแรกเกิดและ         กับพ่อแม่ ผู้ดูแล ดังนั้น สื่อเรียนรู้ที่ส�าคัญคือตัวพ่อแม่ซึ่งมีความส�าคัญ

 จนกระทั่ง 3 ปี พ่อแม่เป็นบุคคลที่มีบทบาทส�าคัญในการพัฒนาทักษะสมอง EF         กว่าของเล่นหรือเครื่องมือกระตุ้นพัฒนาการใดๆ  ถ้าพ่อแม่สามารถสร้าง
 ของลูกโดยตรง โดยในการเลี้ยงดูลูกอาจมีคนในครอบครัวช่วยเหลือ เช่น ปู่ย่า         ความผูกพันให้เกิดกับลูกได้  ไม่ว่าจะสอนอะไร รวมทั้งการฝึกทักษะสมอง
 ตายาย พี่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ ซึ่งพ่อแม่รวมทั้งคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดเด็กนี้ควรต้อง         EF ก็จะได้ผลดี

 มีความรู้เรื่องทักษะสมอง EF และพัฒนาการเด็ก เพื่อให้การพัฒนาเด็กเป็นไป

 อย่างสอดคล้องกัน ท�าให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือตัวเด็กนั่นเอง  ส�าหรับวิธีการ  	✪  เลี้ยงลูกด้วยการสร้างวินัยเชิงบวก ดูแลให้ความรักความเอาใจใส่ (Positive
 พัฒนาทักษะสมอง EF ลูกวัย 0-3 ปี มีแนวทางหลักๆ ดังนี้        Discipline) จะท�าให้ลูกพัฒนาทักษะสมอง EF โดยหลีกเลี่ยงการลงโทษ
                       ทั้งทางร่างกายและจิตใจ (Corporal Punishment) เพราะจะมีผล

 	✪  ดูแลการตั้งครรภ์ให้เป็นไปอย่างราบรื่น มีคุณภาพ ขจัดหรือหลีกเลี่ยง         ให้ทักษะสมอง EF ของลูกอ่อนแอ

       ปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบ ขัดขวางการเจริญเติบโตของพัฒนาการสมอง
       ของทารก เช่น ความเครียด การขาดสารอาหาร ฯลฯ  	✪  พบว่าเด็กที่ใช้สองภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น พ่อพูดภาษาจีน แม่พูด
                       ภาษาไทย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี เพราะเด็กมีการใช้วงจรประสาท

 	✪  บูรณาการการพัฒนาทักษะสมอง EF ควบคู่ไปกับพฤติกรรมพัฒนาการ         ด้านภาษามากกว่าปกติ แต่ทั้งนี้เป็นที่สภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการพูดแบบ

       ในชีวิตประจ�าวัน ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมพัฒนาการจะช่วยให้พ่อแม่         ธรรมชาติ ใช้ในชีวิตประจ�าวัน ไม่ใช่การน�าเด็กวัยเล็กไปเร่งหรือฝึกภาษา
       ฝึกทักษะสมอง EF ควบคู่ไปกับพัฒนาการได้ เช่น พัฒนาการของเด็ก         ในห้องเรียน
       วัย 9-10 เดือน สามารถใช้นิ้วหยิบของชิ้นเล็กๆ ได้ พ่อแม่อาจจะ

       หั่นแครอตชิ้นเล็กๆ ให้ลูกหยิบกินเอง หรือพ่อแม่พูด “หม�่า หม�่า”   	✪  มีการคิดค้น Baby Sign Language หรือการใช้ภาษากาย ภาษามือ
 พ่อแม่รวมทั้ง
 คนในครอบครัว        เป็นการฝึกภาษาให้กับลูก เหล่านี้ล้วนพัฒนาทักษะสมอง EF ด้วย            กับลูกที่ยังพูดไม่ได้เพื่อช่วยให้พ่อแม่ตอบสนองลูกได้ดีขึ้น เนื่องจาก
                       เด็กเล็กยังไม่มีทักษะทางด้านภาษาที่จะสามารถสื่อความต้องการได้ เช่น
 ที่ใกล้ชิดเด็กควรต้อง  	✪  เด็กเรียนรู้ได้ดีจากการใช้ประสาทสัมผัส การพัฒนาระบบประสาทสัมผัส         เวลาลูกหิว เวลาอยากได้อะไร อยากไปไหน จะหาใคร เป็นต้น หากพ่อแม่


 มีควำมรู้เรื่อง        ด้านต่างๆ จะเป็นพื้นฐานให้เด็กพัฒนาด้านภาษาต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยส�าคัญ         เรียนรู้ ฝึกการใช้ Sign Language และใช้ภาษาท่าทางกับลูก ก็จะช่วยให้
 ทักษะสมอง EF        ต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF พ่อแม่จึงควรให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัส         พ่อแม่เข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกได้ดีขึ้น ซึ่งการตอบสนอง
       เพื่อเรียนรู้จากกิจกรรมในชีวิตประจ�าวันและจากการปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่          ที่ดีจะสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูก อันเป็นปัจจัยส�าคัญในการพัฒนา
 และพัฒนำกำรเด็ก        โดยพ่อแม่มีการสื่อสารที่ดี สื่อสารด้วยความเข้าใจกับลูก        ทักษะสมอง EF นอกจากนี้เมื่อลูกฝึกใช้ Sign Language ก็จะเป็นการ

                      ปูพื้นฐานทักษะสมอง EF เช่น Inhibit, Working Memory และ Shifting

                      ได้ด้วย






 30                                                                                                           31
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36