Page 88 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 88

ทักษะสมอง EF ในชีวิตประจ�ำวัน                                                                    2. จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของลูก                          เปิดโอกำส

                                        ส�าหรับเด็กเล็กแล้ว การลงมือพัฒนาทักษะสมอง EF ลูกในชีวิตจริง คือกิจวัตร                       จัดบ้านให้เป็นระเบียบ จัดสิ่งของให้หยิบง่าย เก็บง่าย ปลอดภัย ไม่ว่าลูก   ให้ลูกได้แสดง

                                     ประจ�าวัน หรือ Daily life living  เป็นการใช้ชีวิตอย่างปกติเป็นธรรมชาติตาม                     จะอยู่กับพี่เลี้ยงหรือปู่ย่าตายาย ท�าให้ลูกได้เรียนรู้การจัดการ จัดระบบ การป้องกัน ควำมสำมำรถ
                                     พัฒนาการของเด็ก ดังนั้น พ่อแม่จึงสามารถฝึกทักษะสมอง EF ให้ลูกได้ทุกที่                        อุบัติเหตุเป็นเรื่องส�าคัญส�าหรับเด็กวัยนี้ ซึ่งเป็นวัยอยากรู้อยากเห็นและชอบ   ได้เล่น ได้ช่วยเหลือ
                                     ทุกเวลา ทุกกิจกรรม  แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตพัฒนาการที่เด็กจะท�าได้                            เลียนแบบ จึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมาก จากการศึกษาติดตามระยะยาว      ตนเอง

                                        โดยบทบาทของพ่อแม่ หลักๆ มี 3 ข้อ เรียกว่าเป็นเครื่องมือที่ง่ายที่สุดที่น�าไป               เด็กวัย 1-2 ปี ที่ล้มได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ แม้ไม่มากก็ตาม ปรากฏว่าโตขึ้น

                                     สู่การพัฒนาทักษะสมอง EF และตอบสนองพัฒนาการของลูก ได้แก่                                       อาจจะมีปัญหาเรื่องสมาธิและการคิดที่ซับซ้อน



                                        1. เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความสามารถ ได้เล่น ได้ช่วยเหลือตัวเอง                               3.  สร้างกิจวัตรและชีวิตประจ�าวันที่สะดวกทั้งกับพ่อแม่และลูก
                                        ขวบปีที่สองนี้เป็นช่วงวัยที่เด็กก�าลังเปลี่ยนจาก “ท�าด้วยตัวเองไม่ได้” เป็น                   การพัฒนาทักษะสมอง EF ต้องท�าให้เป็นเรื่องง่าย เป็นเรื่องในชีวิตประจ�าวัน

                                     “ท�าด้วยตัวเองได้” เป็นช่วงที่อยากรู้อยากเห็น อยากเลียนแบบ อยากท�า เป็นแรง                    ตามสถานะของพ่อแม่ พ่อแม่ต้องส�ารวจว่ามีต้นทุนทักษะสมอง EF อะไรบ้าง
                                     ผลักดันให้อยากลองท�าโน่นนี่  ถ้าเด็กได้ท�าในที่ปลอดภัยก็จะเกิดทักษะและภูมิใจ                  เพื่อถ่ายทอดไปยังลูก การใช้ชีวิตด้วยกันจะท�าให้ลูกค่อยๆ ซึมซับการใช้ชีวิตตาม
                                     ในตัวเอง ทั้งสองอย่างนี้น�าไปสู่ความส�าเร็จในการเรียนรู้ การด�ารงชีวิตต่อไป                   วิถีชีวิตของพ่อแม่  ควรจัดตารางกิจวัตรประจ�าวันที่สบายๆ  ท�าให้เกิดเป็นรูปแบบ

                                     ในอนาคต  ถ้าในช่วงนี้อยากท�าแล้วผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้ท�า เด็กจะกลายเป็นเด็กดื้อเงียบ              กิจกรรมด้วยความรู้สึกที่ดี ตื่นมาพ่อแม่ลูกยิ้มให้กัน ท�าสิ่งต่างๆ ด้วยกัน และมี

                                     (Passive Aggressive)                                                                          กฎกติกา เช่น การกินอาหารต้องนั่งกินที่โต๊ะอาหาร ไม่ใช่พ่อแม่ตามป้อน การที่ลูก
                                        พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้มีการเล่นที่หลากหลาย ทั้งในบ้านและนอกบ้าน                      นั่งกินอาหารพร้อมกับพ่อแม่และสมาชิกในบ้าน จะช่วยฝึกให้ลูกกินได้ด้วยตัวเอง
                                     การเล่นคนเดียวและการร่วมเล่นกับคนอื่น  พ่อแม่บางคนไม่ปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว                   หรือเมื่อขึ้นรถลูกต้องนั่ง Car Seat  อะไรก็ตามที่เป็นเรื่อง “ต้อง” พ่อแม่ต้องยืนยัน

                                     เพราะตนเองจะกระตุ้นลูกอยู่ตลอดเวลา ท�าให้เด็กไม่รู้จักการอยู่ด้วยตัวเอง                       ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือสิ่งที่กติกาสังคมปฏิบัติ

                                     โดยไม่พึ่งพาใคร เมื่อปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียว สักพักเด็กจะขยับมองหาพ่อแม่                          เป็น 3 ข้อสั้นๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองใช้เป็นหลักปฏิบัติในบ้าน ด้วยความ
                                     ถึงเวลานั้นจึงค่อยส่งเสียงให้ลูกรู้ว่าแม่อยู่ด้วย นอกจากนั้นน�้าเสียงแม่ก็ส�าคัญ              เอาใจใส่ของพ่อแม่ ก็จะสามารถพัฒนาลูกได้ทั้งพัฒนาการและทักษะสมอง EF
                                     เพราะเสียงนั้นจะบ่งบอกออกมาได้ว่าแม่พูดด้วยอารมณ์ใด ตกใจ กลัวหรือเป็น                         ที่ส�าคัญท�าแล้วต้องเกิดความสุขในบ้านด้วย

                                     ปกติดี ซึ่งถ้าเสียงเป็นปกติ ก็จะท�าให้ลูกเชื่อมั่นที่จะเล่นโดยล�าพังได้

                                        พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองบ้าง เช่น ถอดผ้าอ้อมเอง หยิบ
                                     ของเอง หรือบางครั้งพ่อแม่อาจท�าให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น เด็กจะก้มเก็บของ
                                     ใต้โต๊ะ แม่เอาไม้เขี่ยให้ดู ลูกก็จะเรียนรู้  แต่จะดีที่สุดถ้าให้โอกาสเด็กได้ท�าเอง

                                     แก้ปัญหาเอง









            88                                                                                                                                                                                                                    89
   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93