Page 89 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 89

ทักษะสมอง EF ในชีวิตประจ�ำวัน     2. จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของลูก        เปิดโอกำส

    ส�าหรับเด็กเล็กแล้ว การลงมือพัฒนาทักษะสมอง EF ลูกในชีวิตจริง คือกิจวัตร     จัดบ้านให้เป็นระเบียบ จัดสิ่งของให้หยิบง่าย เก็บง่าย ปลอดภัย ไม่ว่าลูก   ให้ลูกได้แสดง

 ประจ�าวัน หรือ Daily life living  เป็นการใช้ชีวิตอย่างปกติเป็นธรรมชาติตาม  จะอยู่กับพี่เลี้ยงหรือปู่ย่าตายาย ท�าให้ลูกได้เรียนรู้การจัดการ จัดระบบ การป้องกัน ควำมสำมำรถ
 พัฒนาการของเด็ก ดังนั้น พ่อแม่จึงสามารถฝึกทักษะสมอง EF ให้ลูกได้ทุกที่   อุบัติเหตุเป็นเรื่องส�าคัญส�าหรับเด็กวัยนี้ ซึ่งเป็นวัยอยากรู้อยากเห็นและชอบ   ได้เล่น ได้ช่วยเหลือ
 ทุกเวลา ทุกกิจกรรม  แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตพัฒนาการที่เด็กจะท�าได้   เลียนแบบ จึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมาก จากการศึกษาติดตามระยะยาว   ตนเอง

    โดยบทบาทของพ่อแม่ หลักๆ มี 3 ข้อ เรียกว่าเป็นเครื่องมือที่ง่ายที่สุดที่น�าไป  เด็กวัย 1-2 ปี ที่ล้มได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ แม้ไม่มากก็ตาม ปรากฏว่าโตขึ้น

 สู่การพัฒนาทักษะสมอง EF และตอบสนองพัฒนาการของลูก ได้แก่    อาจจะมีปัญหาเรื่องสมาธิและการคิดที่ซับซ้อน



    1. เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความสามารถ ได้เล่น ได้ช่วยเหลือตัวเอง    3.  สร้างกิจวัตรและชีวิตประจ�าวันที่สะดวกทั้งกับพ่อแม่และลูก
    ขวบปีที่สองนี้เป็นช่วงวัยที่เด็กก�าลังเปลี่ยนจาก “ท�าด้วยตัวเองไม่ได้” เป็น      การพัฒนาทักษะสมอง EF ต้องท�าให้เป็นเรื่องง่าย เป็นเรื่องในชีวิตประจ�าวัน

 “ท�าด้วยตัวเองได้” เป็นช่วงที่อยากรู้อยากเห็น อยากเลียนแบบ อยากท�า เป็นแรง   ตามสถานะของพ่อแม่ พ่อแม่ต้องส�ารวจว่ามีต้นทุนทักษะสมอง EF อะไรบ้าง
 ผลักดันให้อยากลองท�าโน่นนี่  ถ้าเด็กได้ท�าในที่ปลอดภัยก็จะเกิดทักษะและภูมิใจ  เพื่อถ่ายทอดไปยังลูก การใช้ชีวิตด้วยกันจะท�าให้ลูกค่อยๆ ซึมซับการใช้ชีวิตตาม
 ในตัวเอง ทั้งสองอย่างนี้น�าไปสู่ความส�าเร็จในการเรียนรู้ การด�ารงชีวิตต่อไป   วิถีชีวิตของพ่อแม่  ควรจัดตารางกิจวัตรประจ�าวันที่สบายๆ  ท�าให้เกิดเป็นรูปแบบ

 ในอนาคต  ถ้าในช่วงนี้อยากท�าแล้วผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้ท�า เด็กจะกลายเป็นเด็กดื้อเงียบ   กิจกรรมด้วยความรู้สึกที่ดี ตื่นมาพ่อแม่ลูกยิ้มให้กัน ท�าสิ่งต่างๆ ด้วยกัน และมี

 (Passive Aggressive)   กฎกติกา เช่น การกินอาหารต้องนั่งกินที่โต๊ะอาหาร ไม่ใช่พ่อแม่ตามป้อน การที่ลูก
    พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้มีการเล่นที่หลากหลาย ทั้งในบ้านและนอกบ้าน   นั่งกินอาหารพร้อมกับพ่อแม่และสมาชิกในบ้าน จะช่วยฝึกให้ลูกกินได้ด้วยตัวเอง
 การเล่นคนเดียวและการร่วมเล่นกับคนอื่น  พ่อแม่บางคนไม่ปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว  หรือเมื่อขึ้นรถลูกต้องนั่ง Car Seat  อะไรก็ตามที่เป็นเรื่อง “ต้อง” พ่อแม่ต้องยืนยัน

 เพราะตนเองจะกระตุ้นลูกอยู่ตลอดเวลา ท�าให้เด็กไม่รู้จักการอยู่ด้วยตัวเอง   ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือสิ่งที่กติกาสังคมปฏิบัติ

 โดยไม่พึ่งพาใคร เมื่อปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียว สักพักเด็กจะขยับมองหาพ่อแม่       เป็น 3 ข้อสั้นๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองใช้เป็นหลักปฏิบัติในบ้าน ด้วยความ
 ถึงเวลานั้นจึงค่อยส่งเสียงให้ลูกรู้ว่าแม่อยู่ด้วย นอกจากนั้นน�้าเสียงแม่ก็ส�าคัญ   เอาใจใส่ของพ่อแม่ ก็จะสามารถพัฒนาลูกได้ทั้งพัฒนาการและทักษะสมอง EF
 เพราะเสียงนั้นจะบ่งบอกออกมาได้ว่าแม่พูดด้วยอารมณ์ใด ตกใจ กลัวหรือเป็น   ที่ส�าคัญท�าแล้วต้องเกิดความสุขในบ้านด้วย

 ปกติดี ซึ่งถ้าเสียงเป็นปกติ ก็จะท�าให้ลูกเชื่อมั่นที่จะเล่นโดยล�าพังได้

    พ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองบ้าง เช่น ถอดผ้าอ้อมเอง หยิบ
 ของเอง หรือบางครั้งพ่อแม่อาจท�าให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น เด็กจะก้มเก็บของ
 ใต้โต๊ะ แม่เอาไม้เขี่ยให้ดู ลูกก็จะเรียนรู้  แต่จะดีที่สุดถ้าให้โอกาสเด็กได้ท�าเอง

 แก้ปัญหาเอง









 88                                                                                                           89
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94