Page 93 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 93
6
พัฒนำกำรที่ส�ำคัญต่อกำรพัฒนำทักษะสมอง EF เด็กวัย 2-3 ปี
ของลูกวัย 2-3 ปี เป็นเด็กที่ท�ำตำม
ลูกวัย 2-3 ปี เคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วมากขึ้น ทรงตัวได้ดีขึ้น ท�าอะไรๆ กฎมำกที่สุด
ได้มากขึ้น เช่น ขว้าง รับลูกบอล เดินขึ้นลงบันได เริ่มหัดขี่จักรยานสามล้อได้
บวกกับมีพัฒนาการที่ส�าคัญที่จะน�าไปสู่การพัฒนาทักษะ EF คือ การตระหนัก หำกผู้ใหญ่เข้ำใจและ
ตอบสนองเด็กได้อย่ำง
รู้จักตัวเอง (Self-Awareness) ท�าให้ลูกเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง ต้องการ เหมำะสม
เป็นอิสระ ต้องการจะท�าอะไรด้วยตัวเอง และรู้ความต้องการของตัวเอง สามารถ
ตอบรับหรือปฏิเสธได้ พัฒนาการที่ส�าคัญอีกอย่าง คือ พัฒนาการด้านภาษา
จะก้าวหน้ามาก สามารถเรียกชื่อสิ่งของหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ เริ่มท�าตาม
ค�าสั่งง่ายๆ ได้ เลียนแบบได้ มีสมาธิจดจ่อกับการฟังนิทานได้นานขึ้น
วัยดื้อ ต่อต้าน (Terrible 2) หรือ วัยดีเด่น (Terrific 2) กันแน่
เด็กวัย 2-3 ปี พูดกันว่าเป็นวัยที่เด็กดื้อ ต่อต้านพ่อแม่ เรื่องนี้ทัศนคติของ
พัฒนำกำรของทักษะสมอง EF พ่อแม่และความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กส�าคัญมาก ความจริงเด็กดื้อ
(Terrible 2) นี้อาจจะเป็นเด็กดีเด่น (Terrific 2) ที่พัฒนารุดหน้าก็ได้ หากพ่อแม่
เข้าใจว่าเด็กวัยนี้เป็นวัยที่พร้อมจะเรียนรู้ เด็กอยากท�าอะไรด้วยตัวเองอยู่แล้ว
ในเด็กวัย 2-3 ปี พอมีโอกาสได้ท�า แล้วได้รับค�าชม เด็กยิ่งท�ามากขึ้น เราจะพบว่าเด็กวัย 2-3 ปี
เป็นเด็กที่ท�าตามกฎมากที่สุดหากผู้ใหญ่เข้าใจและตอบสนองเด็กได้อย่างเหมาะสม
(25-36 เดือน) ยกตัวอย่างเด็กวัยสองปีกว่าคนหนึ่ง เป็นเด็กอารมณ์ไม่มั่นคง เนื่องจากว่า
พ่อแม่ก�าลังแยกทางกัน เมื่อได้รับการพัฒนาทางอารมณ์จากผู้ดูแลเด็กในเนิร์สเซอรี่
ผู้ดูแลมีการตอบสนองอารมณ์เด็กอย่างเหมาะสม เด็กก็ดีขึ้น พออายุได้ 4 ขวบ
เด็กสามารถบอกคุณแม่ที่ก�าลังโมโหว่า “แม่ก�าลังโกรธนะ แม่อารมณ์ดีแล้วค่อย
มาพูดกับหนู แม่พูดเสียงแบบนี้หนูไม่ชอบ” แสดงให้เห็นว่าเด็กได้เรียนรู้
รู้จักอารมณ์และการตอบสนองอย่างเหมาะสม จากเด็กที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเด็ก
มีปัญหากลายเป็นเด็กที่พัฒนาได้ดี มีทักษะสมอง EF ที่ดีได้
92 93

