Page 167 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 167

กระบวนการ Problem - Based Learning (PBL)      ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจำกกระบวนกำรเรียนกำรสอนดังกล่ำว โรงเรียนผ่ำนเกณฑ์

    พัฒนำควำมฉลำดหรือปัญญำภำยนอก (ควำมเข้ำใจต่อโลกและปรำกฏกำรณ์)   “ดีมำก” 13 มำตรฐำน , เกณฑ์ดี 1 มำตรฐำนจำกส�ำนักงำนรับรองมำตรฐำนและ
 บูรณำกำรหน่วยกำรเรียนรู้จำกปัญหำสู่กำรพัฒนำปัญญำ ด้วยควำมเชื่อว่ำ    ประเมินคุณภำพกำรศึกษำ (สมศ.) และผลกำรสอบเอ็นที (National Test) มีคะแนน

 “ปัญหำท�ำให้เกิดกำรเรียนรู้” กระบวนกำร PBL เริ่มจำกกำรสร้ำงควำมเข้ำใจปัญหำ    เฉลี่ยวิชำภำษำไทย คณิตศำสตร์ และวิทยำศำสตร์ สูงกว่ำเกณฑ์เฉลี่ยของทั้งประเทศ
 หำวิธีกำรหรือนวัตกรรมเข้ำไปแก้ไขโดยใช้ควำมรู้หลำกหลำย (multi knowledge)

 และทักษะหลำกหลำย (multi skills) จนผู้เรียนเข้ำถึงแก่นควำมรู้ของเนื้อหำชุดนั้น   เปลี่ยน Mindset จึงเปลี่ยนทุกอย่างได้
 และมีทักษะที่จ�ำเป็นส�ำหรับศตวรรษที่ 21 (21  century skills) คือมีทักษะกำร      ก้อนหินก้อนโตที่ตั้งอยู่หน้ำโรงเรียนมีข้อควำมว่ำ “ไม่มีหินก้อนใดโง่” เพื่อเตือน
 st
 เรียนรู้และกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะกำรสังเครำะห์ข้อมูล และกำรจัดกำรควำมรู้   สติครูและผู้ปกครองว่ำผู้ที่ท�ำกำรศึกษำมีหน้ำที่ท�ำให้นักเรียนยกระดับตัวเองขึ้นมำ
 ทักษะชีวิต ทักษะกำรท�ำงำนร่วมกัน ฯลฯ มีจิตส�ำนึกต่อผู้อื่น วัฒนธรรมอื่นและ   ทุกมิติ ไม่ใช่ใช้กำรศึกษำมำตัดสินว่ำใครเก่งใครโง่

 ต่อโลก

                   กระบวนการเปลี่ยน mindset คือกำรสั่นสะเทือนและสร้ำงกำรเปลี่ยนแปลง
 กระบวนการจิตศึกษาพัฒนาความฉลาดหรือปัญญาภายใน  ถึงรำกถึงโคน ล�ำปลำยมำศพัฒนำประกำศและด�ำเนินกำรเป็นโรงเรียนที่

    เป็นกำรเรียนรู้และงอกงำมภำยในจิตวิญญำณ (SQ) และควำมฉลำดทำงอำรมณ์       “ไม่มีกำรสอบ”

 (EQ) คือ สำมำรถรับรู้อำรมณ์และควำมรู้สึกของตนเอง (ควำมรู้ตัว) และผู้อื่น เท่ำทัน      “ไม่ใช้แบบเรียน”
 จัดกำรอำรมณ์ตนเองได้ อดทนทั้งร่ำงกำยและจิตใจ
                   “ไม่มีดำวให้ผู้เรียน”

                   “ไม่จัดล�ำดับควำมสำมำรถผู้เรียน”
    เห็นคุณค่ำตนเอง ผู้อื่นและสรรพสิ่ง ยอมรับควำมแตกต่ำง นอบน้อมต่อสรรพสิ่ง     “ไม่มีเสียงระฆัง”

 ที่เกื้อกูลกัน สำมำรถอยู่ด้วยกันอย่ำงภรำดรภำพ
                   “ไม่อบรมหน้ำเสำธง”
                   “ครูสอนด้วยเสียงเบำที่สุด”
    ด�ำเนินชีวิตอย่ำงมีเป้ำหมำยและมีควำมหมำย รับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม      “พ่อแม่ต้องมำเรียนรู้กับลูก”
 มีวินัย มีสัมมำสมำธิ ก�ำกับควำมเพียรเพื่อเรียนรู้และท�ำงำนจนลุล่วงได้
                   “ทุกคนเรียนรู้อย่ำงมีควำมสุข”


    มีจิตใหญ่ มีควำมรัก เมตตำ มหำศำล     ด้วยกำรประกำศ “wording” ที่ส�ำคัญดังกล่ำว ท�ำให้โรงเรียนเปลี่ยนระบบ

               กำรจัดกำรเรียนรู้ที่แตกต่ำงจำกโรงเรียนทั่วไปอย่ำงสิ้นเชิง คณะครูท�ำงำนกันอย่ำงหนัก
    ล�ำปลำยมำศพัฒนำมีควำมเชื่อร่วมกันว่ำ เครื่องมือเดียวที่ท�ำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลง  กำรไม่ใช้แบบเรียนนั้นสั่นสะเทือนและเปลี่ยนแปลงกำรท�ำงำนทั้งหมด ครูมีอิสระ

 คือกำรเรียนรู้ไม่ใช่กำรสอน กำรศึกษำต้องไปไกลกว่ำกำรให้ควำมรู้และพำผู้เรียนไปพบ  ไม่ถูกท�ำร้ำยจำกกลไกอันซับซ้อนของแบบเรียนที่ท�ำให้ครูเพียงท�ำตำมกรอบ เมื่อยกเลิก
 กับอิสระทำงกำยทำงใจและจิตวิญญำณเพื่อไปพบกับควำมหมำยและสุขภำวะ
               กำรสอบ ครูต้องมำท�ำควำมเข้ำใจกำรประเมินตำมสภำพควำมเป็นจริงอย่ำงจริงจัง

               เพื่อสนับสนุนให้เด็กทุกคนรู้ว่ำตนเองสำมำรถท�ำอะไรส�ำเร็จได้




 166                                                                                                         167
   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172