Page 170 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 170

Problem - Based Learning (PBL)                                                                  ทุกคนเป็นเจ้าของการเรียนรู้

                                       กระบวนกำรเรียนรู้ที่โรงเรียนใช้พัฒนำควำมฉลำดภำยนอก (ควำมเข้ำใจต่อโลก                            หลักคิดส�ำคัญที่สุดของกำรจัดกำรเรียนรู้ของล�ำปลำยมำศพัฒนำคือ ทุกคน
                                   และปรำกฏกำรณ์) ให้กับนักเรียนคือ Problem - Based Learning (PBL) ที่เป็นทั้ง                     ในโรงเรียนต่ำงเป็นเจ้ำของกำรเรียนรู้ของโรงเรียน ครูเป็นเจ้ำของหลักสูตร เด็กได้เรียน

                                   ปรัชญำกำรเรียนรู้และวิธีกำรเรียนรู้ที่มีฐำนควำมเชื่อว่ำเมื่อมนุษย์เผชิญปัญหำจะ                  ในสิ่งที่ตนสนใจ ในเนื้อหำกำรเรียนกำรสอนที่ครอบคลุมและบรรลุมำตรฐำนกำรศึกษำ
                                   พยำยำมหำทำงออก จึงเกิดกำรเรียนรู้เพื่อพยำยำมหำทำงแก้ปัญหำและในที่สุด                            ของกระทรวงศึกษำธิกำร วิธีกำรที่โรงเรียนด�ำเนินกำรคือก�ำหนดให้ครูเอำหลักสูตร

                                   จะค้นพบหนทำงแก้ปัญหำ ค้นพบนวัตกรรมและได้ทักษะใหม่                                               ทั้งหมดมำกำงไล่เรียงว่ำ เนื้อหำแบบนี้น่ำจะออกแบบกำรเรียนและกิจกรรมแบบไหน
                                                                                                                                   เป็นแนวทำงก่อนจะสร้ำงแรงบันดำลใจให้เด็กเลือก เมื่อเด็กเลือกได้อย่ำงอิสระโดยครู

                                                                                                                                   เข้ำร่วมแลกเปลี่ยน ถ้ำสิ่งที่เด็กเลือกอยำกเรียน อยำกท�ำ ไม่ตรงกับเพื่อนคนไหนเลย
                                                                                                                                   หรือรวมกันยำก ครูก็จะพยำยำมหำช่องคลี่คลำยหำทำงออกให้
                                PBL เชื่อว่า “การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้สร้างความรู้ที่เป็นของตนเองขึ้นมาจาก

                                ความรู้ที่มีอยู่เดิม หรือจากความรู้ที่รับเข้ามาใหม่ แนวคิคเช่นนี้น�าไปสู่การปรับเปลี่ยน
                                วิธีเรียนวิธีสอนแนวใหม่ ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21 ครูไม่ใช่ผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง                      ในระดับชั้นมัธยม 1 ถึงมัธยม 3 ซึ่งเป็นนักเรียนที่โตแล้ว จะใช้เวลำเรียนหน่วยหนึ่ง
                                ผู้เรียนต้องได้ลงมือปฏิบัติเอง สร้างความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจของตนเอง และ                        นำน 10 สัปดำห์ ในสัปดำห์แรกเป็นเรื่องของกำรสร้ำงเจตจ�ำนง สร้ำงกำร “ตื่น” เพื่อ

                                มีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น (active learning)”                                                     เลือกเรื่องที่จะเรียน เมื่อเลือกแล้วนักเรียนแบ่งกลุ่มกันออกแบบกิจกรรมตลอด
                                                                               (ผศ.ดร.ไพศาล สุวรรณน้อย)                            10 สัปดำห์ที่จะเรียน แล้วออกมำน�ำเสนอ มำตกลงกันว่ำ แต่ละสัปดำห์จะท�ำอะไรกัน
                                                                                                                                   บ้ำง โดยครูจะน�ำสิ่งที่นักเรียนคิดมำปรับให้เข้ำกับแผนที่ครูวำงไว้ ในช่วงเวลำเช่นนี้

                                                                                                                                   ต้องใช้กำรอภิปรำยแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นกันอย่ำงมำก และเวลำช่วงหลังจำกนี้ไป
                                       โรงเรียนใช้โครงสร้ำงหลักสูตรแกนกลำงของกระทรวงศึกษำธิกำร แต่ไม่มีกำรใช้                      จะเป็นกำรเรียน พูดคุย ท�ำกิจกรรม ถกอภิปรำยในเรื่องที่เรียนนั้นอย่ำงเต็มที่ จนกระทั่ง

                                   แบบเรียนในกำรเรียนกำรสอน นักเรียนระดับชั้นมัธยม 1-3 สำมำรถเข้ำไปค้นคว้ำ                         ถึงสัปดำห์ท้ำยๆ นักเรียนต้องสรุปองค์ควำมรู้ทั้งเป็นรำยบุคคลและรำยกลุ่ม โดยท�ำ
                                   เนื้อหำที่เรียนในห้องสมุดขนำดใหญ่ที่โรงเรียนจัดไว้ให้ ส่วนนักเรียนระดับชั้นมัธยม                ออกมำสื่อให้คนอื่นเข้ำใจ เช่น มัธยม 1 ในสัปดำห์ที่หก ประมวลควำมรู้ทั้งหมดที่เรียน

                                   4-6 มีคอมพิวเตอร์บริกำรอีก 2 จุด Problem - Based Learning (PBL) จึงเป็นกำร                      มำถอดออกมำเป็นหนังสำรคดี ด้วยกำรเขียนบทเอง ตัดต่อเอง มัธยม 2 น�ำวรรณกรรม
                                   จัดกำรเรียนรู้ที่ท�ำให้เด็กได้เข้ำไปค้นคว้ำศึกษำข้อมูลควำมรู้ทั้งในส่วนปฐมภูมิ                  ของอำจำรย์วิเชียร ไชยบัง ไปเรียน แล้วถอดควำมรู้ออกมำเป็นบทภำพยนตร์ให้ครู

                                   และทุติยภูมิ ด้วยกำรท�ำควำมเข้ำใจและลงมือปฏิบัติ แล้วไปเปลี่ยนแปลงตนเอง                         แสดง โดยถ่ำยท�ำเอง ก�ำกับและตัดต่อเอง เป็นต้น
                                   จำกด้ำนใน แต่ละหน่วยบูรณำกำรนักเรียนจะได้รับปัญหำให้คิดและท�ำทีละเรื่อง

                                   ต่อเนื่องกัน ระดับของปัญหำมี 2 ระดับ ในระดับเด็กเล็ก เด็กไม่รู้ว่ำเรื่องอะไรคือ                     ในกระบวนกำรจัดกำรเรียนแบบ Problem - Based Learning ของล�ำปลำยมำศ
                                   เรื่องที่จะเป็นปัญหำ เป็นหน้ำที่ของครูต้องสร้ำงกำรเรียนรู้ให้เด็กเข้ำใจว่ำ “อะไรคือ             พัฒนำข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ครูมีควำมส�ำคัญอย่ำงมำก โรงเรียนจึงมีกระบวนกำรสร้ำง

                                   ปัญหำ” เมื่อเด็กสำมำรถเข้ำใจเรื่องนั้นๆ ถือว่ำครูประสบควำมส�ำเร็จ ส่วนเด็กโต                    ครู ท�ำให้ครูเป็น “ครู” ที่สูงขึ้น พัฒนำไปเป็นครูโค้ชและเป็นพี่เลี้ยง (mentor) โดยใช้
                                   ควำมไม่สำมำรถแก้ปัญหำ คือโจทย์ที่ครูต้องจัดกำรเรียนรู้ให้เด็กเกิดควำมสำมำรถ                     “กระบวนกำรชุมชนแห่งกำรเรียนรู้” (PLC) ให้ครูเรียนรู้ร่วมกันซึ่งต่ำงไปจำกวิธีกำร

                                   ขึ้นมำ                                                                                          สร้ำงครูที่พบเห็นในโรงเรียนทั่วไปคือ ส่งครูไปเรียนต่อให้วุฒิฯ สูงขึ้น หรือให้ไปรับ
                                                                                                                                   กำรอบรมมำกๆ แต่ไม่เกิดกำรเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวครูเลย



            170                                                                                                                                                                                                                  171
   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175