Page 168 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 168

เมื่อไม่มีเสียงระฆังและเสียงดังของครู จึงไม่มีกำรควบคุมด้วยกฎระเบียบที่                                                     FLOW ภาวะลื่นไหล
                                   แข็งกระด้ำงตำยตัว โรงเรียนต้องสร้ำงวิถีและควำมรู้สึกรับผิดชอบ ก�ำกับตนเองให้ได้

                                   ถึงเวลำแปดโมงเช้ำทุกคนจะมำพร้อมกัน และบ่ำยโมงจะไม่มีใครเล่นอยู่ที่สนำม
                                   โดยไม่รู้เวลำเข้ำห้อง กำรสอนด้วยเสียงธรรมดำเป็นเรื่องที่ยำกที่สุดแต่เป็นหน้ำที่                      (High)                    Anxiety                       Flow

                                   ที่ครูทุกคนต้องท�ำ                                                                                                       กังวล คิดไม่ตก                      Channel



                                       และโรงเรียนได้พัฒนำเครื่องมือหลำยอย่ำงให้ผู้ปกครองมำเรียนรู้ร่วมกันกับเด็ก                                         A 3                      A 4           ลื่นไหล อิทธิบำท 4
                                                                                                                                             Challenges


                                       ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่ำงมีควำมสุข ซึ่งควำมสุขของล�ำปลำยมำศ
                                   พัฒนำหมำยถึงสภำวะ “ไหลลื่น” (flow) ค�ำว่ำควำมสุขไม่ได้มีควำมหมำยเพียงว่ำเรียน

                                   สนุก (fun) แต่เป็นสภำวะควำมสุขที่เกิดจำกกำรได้พบควำมสมดุลจำกควำมท้ำทำย                                                 A                             Boredom
                                   และทักษะที่มีอยู่ มิฮำย ชิกเซนมิฮำยยี (Mihaly Csikszentmihalyi) หนึ่งในนักจิตวิทยำ                  (Low)                1                      A 2   เบื่อ

                                   ชื่อดังที่ท�ำงำนในยุคบุกเบิกของจิตวิทยำเชิงบวก เรียกสภำวะนี้ว่ำ “ประสบกำรณ์ที่                            0                 พำยเรือในอ่ำง
                                   พอเหมำะที่สุด” เป็นช่วงเวลำที่รู้สึกเป็นอิสระ มีสมำธิอันแรงกล้ำ จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน

                                   ที่อยู่ตรงหน้ำ สำมำรถควบคุมชะตำชีวิตของตนได้ ชิกเซนมิฮำยยีบรรยำยว่ำ ช่วงเวลำ                                    0  (Low)                     Skills                   (High)
                                   เช่นนี้มักเกิดขึ้นเมื่อร่ำงกำยหรือจิตใจคนเรำท�ำงำนหนักถึงจุดหนึ่งด้วยควำมเต็มใจ                                                            Ref; http://www.toyoda-maki.jp/en/whatis-coaching

                                   เพื่อบรรลุเป้ำหมำยที่คุ้มค่ำและท้ำทำย



                                       ทฤษฎีจิตวิทยำเชิงบวก FLOW คือภำวะลื่นไหลซึ่งเป็นควำมสุขประเภทที่มนุษย์                                    พื้นที่ A1 เป็นภำวะที่คนเหมือนหมดอำลัยตำยอยำก เป็นสภำวะของคนที่ไม่มีอะไร
                                   จะสุขแบบลืมเวลำ เพลินเพรำะได้ท�ำสิ่งที่ท้ำทำยมำกและก็มีทักษะมำกพอที่จะท�ำ                                     ท้ำทำย และไม่ต้องใช้ทักษะอะไรในกำรด�ำเนินชีวิต แค่หำยใจไปวันๆ

                                   สิ่งนั้นได้ เป็นภำวะที่มนุษย์จะท�ำอะไรได้ผลมำก และมีควำมสุขมำกที่สุด ภำวะ FLOW                                พื้นที่ A2 เป็นช่วงที่คนรู้สึกเบื่อเพรำะทักษะสูงแต่ควำมท้ำทำยต�่ำ

                                   เกิดขึ้นเมื่อมีสมดุลระหว่ำงทักษะและควำมท้ำทำย ดูในรูป (หน้ำถัดไป) จะเห็นช่องว่ำง                              พื้นที่ A3 เป็นช่วงที่คนเรำจะรู้สึกตึงเครียดเพรำะอยู่ในช่วงเจอควำมท้ำทำยสูง
                                   ขำวตรงกลำงที่พำดผ่ำนจุด A1 และ A 4 ที่เรียกว่ำ Flow Channel                                                   แต่ทักษะไม่พอต้องฝึกทักษะเพิ่มหรือต้องหำเครื่องมือ/คนมำช่วย )
                                                                                                                                                 (ดร.ภิญโญ รัตนำพันธุ์.https://cdn.gotoknow.org/assets/media/
                                                                                                                                                 files/001/093/296/original_one3.001.jpg กระบวนกำร Problem - Based

                                                                                                                                                 Learning (PBL)











            168                                                                                                                                                                                                                  169
   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173