Page 201 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 201

ท�ำไมต้องสอนให้ลงมือท�ำเอง  ได้แล้วน�ำเอำข้อมูลจำกประสบกำรณ์เดิมมำประมวลเข้ำกับข้อมูลใหม่ หำกไม่มีข้อมูลเก่ำ
                        อยู่เลย ควำมจ�ำเพื่อใช้งำนจะท�ำหน้ำที่เก็บข้อมูลไว้เพื่อใช้ในครำวต่อไป

 >>  จุดมุ่งหมำยของกำรสอนซึ่งในที่นี้หมำยถึงกำรสอนแบบ active learning หรือ
 กำรจัดประสบกำรณ์กำรเรียนรู้ทุกอย่ำง ด้วยควำมหวังว่ำ วันหนึ่งเมื่อเด็กอยู่คนเดียว    ควำมจ�ำเพื่อใช้งำนจึงมีบทบำทส�ำคัญมำกในกำรเรียนรู้ทุกอย่ำงที่เกิดขึ้น

 หรือต้องท�ำสิ่งนั้นโดยล�ำพังก็สำมำรถที่จะท�ำได้ ดังนั้นทั้งพ่อแม่และครูจะต้องใช้ทักษะ  ในชีวิตประจ�ำวัน หำกอ่อนแออำจจะท�ำให้กำรเรียนรู้เป็นไปได้ช้ำ

 กำรวำงแผนของตนว่ำเมื่อไหร่จะต้องถอยตัวออกมำ เมื่อสอนลูกวำงแผนในครั้งแรก
 แล้ว ครั้งที่สองที่สำมต้องค่อยๆ ถอยตัวออกมำเป็นที่ปรึกษำยำมที่เขำต้องกำร    ความจ�าเพื่อใช้งาน มี 2 แบบ ได้แก่
                          1. ควำมจ�ำเพื่อใช้งำนในรูปแบบภำษำพูดหรือเสียง (verbal working memory)

   อีกประกำรที่ส�ำคัญคือ กำรสอนให้ลูกๆ ยอมรับสิ่งที่ตนเองเป็น งำนวิจัยพบว่ำ   เด็กที่ควำมจ�ำเพื่อใช้งำนในด้ำนนี้อ่อนแอ อำจจะไม่สำมำรถจดจ�ำค�ำสั่งหรือค�ำพูด

 วัยรุ่นที่ยอมรับสิ่งที่ตนเองเป็น ได้ฝึกควำมจ�ำเพื่อใช้งำน (working memory)   ในสมองได้ ทั้งที่เข้ำใจค�ำสั่งหรือค�ำพูด
 กำรยับยั้งชั่งใจ กำรวำงแผนที่จะน�ำมำแก้ปัญหำของตนเองได้ เวลำวัยรุ่นแก้ปัญหำ    2. ควำมจ�ำเพื่อใช้งำนในรูปแบบภำษำภำพ (visual-spatial working memory)
 ตนเองได้ สิ่งที่ตำมมำคือควำมภำคภูมิใจในแนวทำงหรือวิธีกำรที่น�ำมำแก้ไขปัญหำ   เหมือนกำรวำดภำพในสมอง เด็กๆ ใช้ทักษะนี้ในกำรท�ำคณิตศำสตร์ กำรจ�ำรูป ล�ำดับและ

 ของตนเอง สิ่งที่พ่อแม่ต้องท�ำคือยับยั้งชั่งใจตนเอง เป็นโค้ชที่ดี ตั้งเป้ำ ติดตำม ชื่นชม   สัญลักษณ์ต่ำงๆ

 ให้ค�ำแนะน�ำเมื่อลูกต้องกำร หรือเมื่อสิ่งที่ลูกท�ำอำจท�ำให้ตนเองหรือผู้อื่นเดือดร้อน
 กำรที่พ่อแม่ไม่รีบเข้ำไปจัดกำรแทนหรือรีบเข้ำไปให้ค�ำแนะน�ำสั่งสอน จะท�ำให้ลูกได้
 เรียนรู้เต็มที่        ครูสำมำรถช่วยนักเรียนที่ทักษะสมอง EF ด้ำนกำรจ�ำเพื่อใช้งำนอ่อนแอได้อย่ำงไร



                        >>  ครูสำมำรถช่วยได้ด้วยกำรใช้สื่อหลำกหลำยในกำรเรียนกำรสอน แทนที่จะสอนด้วย

 ครูจะช่วยให้นักเรียนพัฒนำทักษะสมอง EF เพื่อเรียนให้เก่งขึ้นได้อย่ำงไร  ปำกเปล่ำหรือกำรเขียนโจทย์แบบฝึกหัดเท่ำนั้น กำรใช้แผนภำพและอุปกรณ์เพื่อท�ำให้
                        โจทย์ทำงคณิตศำสตร์กลำยเป็นสิ่งที่มองเห็นด้วยตำจะช่วยให้เด็กที่มีจุดแข็งด้ำนทักษะ

 >>  “ควำมจ�ำเพื่อใช้งำน คือกระดำษ post-it-note ในสมองของเรำ  กำรจ�ำด้วยภำพ สำมำรถจดจ�ำและเข้ำใจเนื้อหำได้ดีขึ้น



   ควำมจ�ำเพื่อใช้งำนในสมองส่วนหน้ำท�ำหน้ำที่หยิบข้อมูลจำกประสบกำรณ์ในอดีต    เช่นเดียวกัน กำรใช้เสียงและจังหวะจะโคนที่หลำกหลำยมำใช้ในกำรอธิบำย
 ที่เรำเก็บไว้ในสมอง ขึ้นมำใช้ในสถำนกำรณ์ใหม่ๆ เช่น ในขณะที่เรียนวิชำคณิตศำสตร์   ก็จะท�ำให้นักเรียนที่ทักษะกำรจ�ำในรูปแบบภำษำพูดหรือเสียงดี สำมำรถจดจ�ำและเข้ำใจ

 เด็กต้องหยิบเอำควำมรู้เรื่องตัวเลขหรือกำรคิดค�ำนวณที่เคยท�ำมำก่อนออกมำใช้    เนื้อหำได้ดีขึ้น
 หำกเด็กไม่มีควำมรู้หรือข้อมูลเก่ำในสมองเลย จะไม่สำมำรถเรียนคณิตศำสตร์

 ในขั้นต่อไปได้ หรือในกรณีฟังครูบรรยำย นักเรียนตัองจดจ�ำล�ำดับเรื่องรำวที่ครูบรรยำย








 200                                                                                                         201
   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206