Page 206 - Executive Functions ในเด็กวัย 13-18 ปี
P. 206

จะช่วยให้นักเรียนเป็นคนที่มีควำมคิดยืดหยุ่นได้อย่ำงไร
                                                                                                                                                    ครูจะสำมำรถสร้ำงประเด็น “ปัญหำ” เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ได้อย่ำงไร
                                                                                                                                                    (problem - based learning)
                                    >>  •  ให้นักเรียนได้ท�ำกิจกรรมที่เล่นกับค�ำที่มีควำมหมำยหลำยๆ อย่ำงตั้งแต่ปฐมวัย
                                         ให้โอกำสเด็กได้เล่นแยกค�ำเป็นกลุ่ม เล่นเกมตัวเลขต่ำงๆ                                                      >>  ปัญหำที่สำมำรถยกขึ้นมำเป็นประเด็นให้เด็กค้นคว้ำลงมือท�ำในกำรเรียนแบบ

                                        •  เมื่อนักเรียนอ่ำนค�ำ ประโยคไม่เข้ำใจ ให้หยุดก่อน แล้วตั้งค�ำถำม เช่น มีค�ำ                               problem - based learning นั้น เนื้อหำ 4 เรื่องที่เด็กจ�ำเป็นต้องรู้คือ สุขภำพ

                                        หรือประโยคไหนที่มีควำมหมำยมำกกว่ำหนึ่งอย่ำง หรือถ้ำไม่ใช้ค�ำนี้ ในประโยค                                    กำรเงิน/เศรษฐศำสตร์ สิ่งแวดล้อมและวิชำสังคมพลเมือง หลักกำรคือ
                                        นี้จะใช้ค�ำอะไรได้อีกบ้ำง                                                                                     1. เรื่องที่จะเรียนต้องสัมพันธ์และตอบโจทย์ชีวิตของนักเรียนเป็นเรื่องที่เขำสนใจ
                                        •  เมื่อเขียนไม่ออกหรือไม่รู้จะเขียนอะไร ให้ลองเขียนเป็นภำพ เช่น mind map                                   มำกพอที่จะลงมือท�ำ

                                        เพื่อให้เด็กเห็นควำมส�ำคัญ ควำมเชื่อมโยง                                                                      2. ตอบสนองต่อชุมชนที่เขำอำศัยอยู่

                                        •  ให้หำค�ำตอบด้วยวิธีกำรหลำยๆ วิธีกำร โดยเฉพำะกำรท�ำโจทย์คณิตศำสตร์
                                        •  มีค�ำถำมที่ควรถำมเด็กเสมอๆ เช่น                                                                            ครูท�ำหน้ำที่เป็นคนชวนให้เด็กเรียนรู้ในประเด็นที่น่ำสนใจ ครูที่จะให้เด็กเสนอ
                                          “ยังวิธีอื่นที่สำมำรถท�ำได้อีกไหม”                                                                        หัวข้อ problem - based learning เองต้องเป็นครูที่มีควำมรู้และมีควำมเป็นโค้ช

                                          “วิธีนี้เหมือนหรือคล้ำยกับที่เคยท�ำหรือเห็นมำอย่ำงไร”                                                     มำกพอ สำมำรถเชื่อมโยงสิ่งที่เด็กเรียนเข้ำกับอนำคตของชุมชน ท�ำเรื่องใดก็แล้วแต่

                                          “ปัญหำนี้เหมือนหรือแตกต่ำงจำกปัญหำครั้งก่อนอย่ำงไร”                                                       สำมำรถบูรณำกำรไปกับทุกวิชำได้
                                        •  ฝึกให้เด็กค้นคว้ำข้อมูลจำกหลำยๆ แหล่ง






                                     การประเมินตนเอง (Self- Monitoring)


                                       “การรู้จักประเมินตนเองว่ารู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรหรือท�าอะไรไปแล้วได้ผลหรือ
                                     ไม่อย่างไร เพื่อให้นักเรียนได้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและน�าไปพัฒนาต่อไป”







                                      กำรประเมินตนเองเป็นทักษะสมองที่ช่วยให้เรำตระหนักได้ว่ำสิ่งที่เรียนไปนั้น
                                    ตนเองเข้ำใจอย่ำงไร งำนที่ท�ำไปนั้นมีประสิทธิภำพหรือไม่เพียงไร และจะพัฒนำให้

                                    ดีขึ้นได้อย่ำงไร จะประเมินตนเองได้จะต้องมี “สติ” รู้ว่ำก�ำลังท�ำอะไร ก�ำลังท�ำด้วย
                                    วิธีกำรใด และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่ำงไร








            206                                                                                                                                                                                                                  207
   201   202   203   204   205   206   207   208   209   210   211