Page 104 - คู่มือ Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย
P. 104
2.6 ให้โอกาสเด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น • กำรเล่น ต้องมีกติกำ หรือข้อตกลง เพื่อให้เด็กรู้จักค�ำว่ำ กำรยับยั้งชั่งใจ (อำจจะ
ส�ำคัญอย่ำงไร ใช้เวลำเป็นข้อตกลง) รู้จักกำรวำงแผน เคำรพข้อตกลง
กำรเล่นคือกำรเรียนรู้ที่สร้ำงควำมสุข และท�ำให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อกำรเรียนรู้ • ส่งเสริมให้เด็กได้ตั้งโจทย์ ตั้งเงื่อนไข ข้อตกลงหรือกติกำกำรเล่นด้วยตัวเอง
กำรเล่นของเด็กมีควำมหมำยเทียบเท่ำกำรท�ำงำนของผู้ใหญ่ เพรำะเด็กเรียนรู้ • จัดเวลำให้เด็กได้เล่นอิสระนอกห้องเรียน และให้ควำมส�ำคัญกับกำรจัด
ผ่ำนกำรเล่น จึงมักใช้ค�ำว่ำให้เด็กเล่น (ส่วนเด็กประถมสำมำรถเรียนรู้เรื่องที่ยำก สภำพแวดล้อมที่มีควำมหลำกหลำย ท้ำทำยสูง แต่ต้องปลอดภัย
และซับซ้อนมำกขึ้น รับผิดชอบได้มำกขึ้น ครูก็ให้ท�ำงำนที่ยำกขึ้น จึงมักใช้ค�ำว่ำ • ต้องสื่อสำรกับเด็กให้ชัดเจนก่อนให้เล่นอิสระ(Free Play) โดยมี 3 กรอบคือ
ให้ ‘งำน’ ‘ท�ำงำน’) กรอบของสถำนที่ (ต้องมีขอบเขต) กรอบของเวลำ (ก�ำหนดเวลำ) และกรอบ
กำรเล่นเป็นกำรเรียนรู้และพัฒนำเด็กแบบบูรณำกำรอย่ำงเป็นธรรมชำติ ของควำมปลอดภัย (กฎกติกำ)
ในพัฒนำกำรทั้ง 4 เช่น ด้ำนร่ำงกำยที่ต้องท�ำงำนกับควำมคิดและควำมมุ่งมั่น • เมื่อเด็กกลับมำจำกกำรเล่นอิสระ ชวนให้เด็กเล่ำว่ำได้เรียนรู้อะไรบ้ำงจำกที่ออกไป
เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ดังที่ตั้งเป้ำหมำย หรือใช้ควำมคิดจินตนำกำรกับภำษำ และ เรียนรู้นอกห้องเรียน
เรียนรู้กฎระเบียบทำงสังคม วัฒนธรรม • ให้เด็กเข้ำใจและเห็นคุณค่ำในกำรเล่นบทบำทสมมติหรือละครสร้ำงสรรค์ ที่ช่วย
กำรเล่นจะดึงเอำควำมรู้สึกนึกคิด ควำมจ�ำ และประสบกำรณ์เดิมของเด็กออก ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่ำนกำรสวมบทบำทเป็นคนอื่น เป็นตัวละครในเรื่อง กำรเรียนรู้
มำ ได้ฝึกกำรแก้ปัญหำที่เกิดจำกกำรเล่น ท�ำให้มีสมำธิจดจ่อ และหำกเล่นร่วมกับ ผ่ำนสถำนกำรณ์จ�ำลองจะช่วยให้เข้ำใจควำมคิดและอำรมณ์ควำมรู้สึกผู้อื่น
เพื่อนก็จะเป็นกำรพัฒนำด้ำนปัญญำควบคู่ไปกับกำรส่งเสริมพัฒนำกำรด้ำนสังคม ได้แก้ปัญหำเฉพำะหน้ำ ได้ฝึกกำรใช้จินตนำกำรร่วมกับคนอื่นซึ่งต้องอำศัย
เพรำะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ต้องประนีประนอมกัน ยั้งคิด ไตร่ตรอง รู้จัก กำรยืดหยุ่นทำงควำมคิดไปพร้อมๆ กัน
แบ่งกันเล่น รู้จักรอคอย และเคำรพกติกำ
กำรเล่นยังช่วยพัฒนำด้ำนคุณธรรมจริยธรรม ยกระดับจิตใจเด็กให้สูงขึ้น เช่น 2.7 ให้โอกาสเด็กได้แสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลการท�างานของตนเอง
กำรเล่นบทบำทสมมติ ท�ำให้ได้เรียนรู้จักและเข้ำใจผู้อื่น ผ่ำนกำรแสดงบทบำทเป็น ส�ำคัญอย่ำงไร
คนนั้นๆ กำรให้เด็กมีโอกำสได้แสดงควำมคิดเห็นและวิเครำะห์ผลงำนของตน จะท�ำให้เด็ก
บทบำทครูและวิธีกำร ได้ฝึกกำรล�ำดับกำรท�ำงำน ฝึกกำรใช้เหตุผล ใช้ข้อมูล ควำมจ�ำ ประสบกำรณ์เดิม และ
• ครูจัดเวลำให้เด็กเรียนรู้ผ่ำนกำรเล่นที่หลำกหลำย ฝึกกำรคิดเชื่อมโยง น�ำมำสู่ทักษะกำรประเมินตนเอง โดยสำมำรถบ่งบอกถึงควำมรู้สึก
• ต้องให้มีควำมสมดุลระหว่ำงกำรเล่นหรือท�ำกิจกรรมที่ครูเป็นผู้ริเริ่มกับเด็กริเริ่ม พึงพอใจ หรือควำมพยำยำมในกำรปรับปรุงกำรท�ำงำนและผลงำนของตนเอง และหำก
(Teacher Initiated & Child Initiated) คุณครูให้เด็กๆ ได้ผลัดกันแสดงควำมคิดเห็นและน�ำเสนองำนกับผู้อื่น ก็เป็นโอกำสที่
• ในกำรเล่นหรือท�ำกิจกรรม ต้องมีกำรตั้งเงื่อนไขบำงอย่ำง เพื่อให้เกิดควำมท้ำทำย เด็กจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่ำงกัน มีโอกำสทั้งพูดและรับฟังควำมคิดเห็นของคน
เกิดควำมคิดสร้ำงสรรค์เพื่อฝึกทักษะแก้ปัญหำหรือหำทำงออก กำรใส่เงื่อนไข อื่น ได้เห็นมุมมองของคนอื่นที่อำจเหมือนหรือต่ำงไป ท�ำให้เรียนรู้จักที่จะรับฟังค�ำ
ต้องเหมำะกับวัยด้วย เช่น เด็กเล็กใส่เงื่อนไขน้อยหน่อย ง่ำยหน่อย เพรำะถ้ำ วิจำรณ์ที่มีต่อผลงำนของตน ขณะเดียวกันก็เรียนรู้วิธีที่จะพูดแสดงควำมคิดเห็นอย่ำง
มำกเกินไป หรือยำกเกินไป เด็กจะท�ำไม่ถูกและจะไม่เอื้อให้เกิดผลส�ำเร็จ เหมำะสม
104 105

