Page 109 - คู่มือ Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย
P. 109

ถ้ำเด็กพอจะท�ำได้ ก็ให้ก�ำลังใจให้พยำยำมท�ำต่ออีกนิด แต่ถ้ำดูแล้วว่ำท�ำไม่ได้     จะช่วยให้เด็กมีกำรสังเกตได้ละเอียดขึ้น ยังช่วยให้ครูได้รู้ว่ำเด็กมีกำรสังเกตดี
   แน่นอน ครูจะชี้แนะ/ท�ำให้ดู แล้วให้เด็กลองท�ำดูใหม่      หรือไม่ ได้รู้ว่ำเด็กให้ควำมสนใจหรือใส่ใจในแง่มุมใด

 •  ต้องระมัดระวังกำรเข้ำไปแทรกแซงที่อำจไปขัดจังหวะในกำรที่เด็กจะแก้ปัญหำ
   หรือลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ต้องให้เด็กค้นหำวิธีแก้ปัญหำหรือเสนอทำงออก   2.11   ให้โอกาสเด็กได้จดจ่อใส่ใจ

   ด้วยตนเองก่อน ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ไม่ตรงกับใจของครู หรือจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดก็ตำม  ส�ำคัญอย่ำงไร
 •  จัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้เผชิญกับปัญหำด้วยควำมสนุกและท้ำทำยตำมวัย     ในช่วงปฐมวัยเด็กต้องมีพื้นฐำนด้ำนอำรมณ์และจิตใจที่จดจ่อและใส่ใจกับสิ่งที่ท�ำ

 •  ให้เด็กมีส่วนร่วมในกำรแก้ปัญหำในกิจกรรมหรือกิจวัตร ในกรณีที่ไม่เป็นไปตำมแผน   จะเป็นกำรฝึก “สติ” ให้อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ำและช่วยให้เด็กมีสมำธิในกำรท�ำงำน
    เช่น ห้องน�้ำไม่พอจะท�ำอย่ำงไร ของเล่นแบบนี้มีชิ้นเดียวแต่อยำกเล่นหลำยคน เป็นต้น  อำจกล่ำวได้ว่ำ “สติเป็นเหตุ สมำธิเป็นผล” กำรฝึกทักษะจดจ่อใส่ใจอย่ำงสม�่ำเสมอ


               จะช่วยยืดช่วงสมำธิของเด็กให้ยำวขึ้น เป็นผลดีต่อกำรรับรู้และประสิทธิภำพกำรท�ำงำน
 2.10   ให้โอกาสเด็กได้เรียนรู้ผ่านบูรณาการประสาทสัมผัส (Sensory   ของสมอง กำรจดจ่อใส่ใจจึงเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อควำมส�ำเร็จทั้งทำงกำรเรียนและ

 Integration) ทั้ง 7 (5+2= มองเห็น/ได้ยิน/สัมผัส/ดมกลิ่น/ลิ้มรส + กำรใช้   คุณภำพในกำรท�ำงำน
 กล้ำมเนื้อ เอ็นข้อต่อ/กำรทรงตัว)
               บทบำทครูและวิธีกำร
 ส�ำคัญอย่ำงไร  •  หลักกำรส�ำหรับกำรฝึกสติให้กับเด็กเล็กๆ  คือ “กำยเคลื่อนไหวแต่ใจอยู่นิ่ง” คือ

   กำรสังเกตและรับรู้ผ่ำนประสำทสัมผัส (Sensory Integration) ทั้ง 7 (5+2) เป็น    ให้เด็กจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ก�ำลังท�ำอยู่  กำรฝึกสติไม่ควรใช้วิธีให้เด็กหลับตำ เพรำะ
 ด่ำนแรกของกำรรับข้อมูลจำกภำยนอกเพื่อให้เกิดกำรเรียนรู้ เพรำะเด็กวัยนี้เรียนรู้ได้ดี    เป็นกำรฝืนธรรมชำติ เมื่อเด็กหลับตำกำรจินตนำกำรอำจฟุ้งไปไกลมำก อำจ

 ที่สุดผ่ำนประสำทสัมผัสทั้ง 7 (5+2) และประสำทสัมผัสทั้ง 7 (5+2) จะพัฒนำได้ดีที่สุด    คิดถึงสิ่งที่น่ำกลัวได้
 ในช่วงวัยนี้ กำรให้เด็กได้รับโอกำสดังกล่ำวจึงท�ำให้เด็กมีประสำทสัมผัสที่ฉับไว มีกำร  •  กำรฝึกสติควรให้เด็กท�ำกิจกรรมที่ต้องใช้สมำธิจดจ่อกับงำนที่ท�ำจนส�ำเร็จ เช่น

 สังเกตที่ละเอียดและเฉียบคม นอกจำกนี้ประสำทสัมผัส 7 (5+2) ยังเป็นพื้นฐำนกำร    ตัดกระดำษ ร้อยลูกปัด กรอกน�้ำใส่ขวด ระบำยสี ท�ำงำนประดิษฐ์ ภำยใต้
 พัฒนำทักษะสมอง EF อีกด้วย
                 สภำพแวดล้อมที่สงบ ผ่อนคลำย ไม่เร่งรัด หรือแข่งขัน

 บทบำทครูและวิธีกำร  •  ในระหว่ำงกำรจัดกิจกรรม เช่น วำดภำพ ระบำยสี อำจให้เด็กได้ฟังเพลงเบำๆ
 •  จัดกิจกรรมที่ต้องใช้กำรบูรณำกำรผ่ำนประสำทสัมผัส (Sensory Integration)      ดนตรีที่รื่นรมย์ ครูควรพูดเบำๆ ด้วยน�้ำเสียงที่นุ่มนวล

   เช่น กำรให้เด็กได้มุดลอด ไต่ กลิ้งตัวบนพื้นผิวต่ำงๆ ให้เด็กได้เล่นกับน�้ำ ทรำย เป็นต้น   •  จัดกิจกรรมกำรเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ ให้เด็กได้จดจ่อกับกำรเคลื่อนไหว
 •  กิจกรรมกำรเรียนรู้ที่จัดให้กับเด็ก ควรเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ผ่ำนประสำท     ตำมจังหวะเพลง หรือ เคลื่อนไหวภำยใต้เงื่อนไขที่ครูบอกอย่ำงมีสมำธิจดจ่อกับ

   สัมผัสให้มำกที่สุด และให้เด็กได้สะท้อนกำรเรียนรู้ในกำรสังเกตผ่ำนประสำทสัมผัส     กำรก�ำกับร่ำงกำยของตนเอง เช่น เคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้องช้ำๆ โดยไม่ให้ชนกัน
   ด้วยรูปแบบที่หลำกหลำย นั่นคือ กำรเรียนรู้ที่ผ่ำนกำรลงมือท�ำ ชวนเด็กตั้งค�ำถำม      สมมติตัวเองเป็นลูกแมวเหมียวตัวอ้วนก�ำลังคลำนไปหำที่นอน แล้วลูกแมว

   ให้เด็กหำค�ำตอบจำกกำรสังเกต ส�ำรวจ     แต่ละตัวก็ไปนอนขดในตะกร้ำของตนเอง
 •  เมื่อครูให้เด็กบันทึกร่องรอยหรือสะท้อนสิ่งที่เห็น สิ่งที่รับรู้ได้จำกประสำทสัมผัส

   ด้วยกำรวำดภำพ ปั้น เล่ำเรื่อง ประดิษฐ์จำกวัสดุที่หลำกหลำย ฯลฯ นอกจำก




 108                                                                                                         109
   104   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114