Page 108 - คู่มือ Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย
P. 108

ถ้ำเด็กพอจะท�ำได้ ก็ให้ก�ำลังใจให้พยำยำมท�ำต่ออีกนิด แต่ถ้ำดูแล้วว่ำท�ำไม่ได้                    จะช่วยให้เด็กมีกำรสังเกตได้ละเอียดขึ้น ยังช่วยให้ครูได้รู้ว่ำเด็กมีกำรสังเกตดี
                                    แน่นอน ครูจะชี้แนะ/ท�ำให้ดู แล้วให้เด็กลองท�ำดูใหม่                                              หรือไม่ ได้รู้ว่ำเด็กให้ควำมสนใจหรือใส่ใจในแง่มุมใด

                                  •  ต้องระมัดระวังกำรเข้ำไปแทรกแซงที่อำจไปขัดจังหวะในกำรที่เด็กจะแก้ปัญหำ
                                    หรือลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ต้องให้เด็กค้นหำวิธีแก้ปัญหำหรือเสนอทำงออก                           2.11   ให้โอกาสเด็กได้จดจ่อใส่ใจ

                                    ด้วยตนเองก่อน ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ไม่ตรงกับใจของครู หรือจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดก็ตำม            ส�ำคัญอย่ำงไร
                                  •  จัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้เผชิญกับปัญหำด้วยควำมสนุกและท้ำทำยตำมวัย                                  ในช่วงปฐมวัยเด็กต้องมีพื้นฐำนด้ำนอำรมณ์และจิตใจที่จดจ่อและใส่ใจกับสิ่งที่ท�ำ

                                  •  ให้เด็กมีส่วนร่วมในกำรแก้ปัญหำในกิจกรรมหรือกิจวัตร ในกรณีที่ไม่เป็นไปตำมแผน                   จะเป็นกำรฝึก “สติ” ให้อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ำและช่วยให้เด็กมีสมำธิในกำรท�ำงำน
                                     เช่น ห้องน�้ำไม่พอจะท�ำอย่ำงไร ของเล่นแบบนี้มีชิ้นเดียวแต่อยำกเล่นหลำยคน เป็นต้น              อำจกล่ำวได้ว่ำ “สติเป็นเหตุ สมำธิเป็นผล” กำรฝึกทักษะจดจ่อใส่ใจอย่ำงสม�่ำเสมอ


                                                                                                                                   จะช่วยยืดช่วงสมำธิของเด็กให้ยำวขึ้น เป็นผลดีต่อกำรรับรู้และประสิทธิภำพกำรท�ำงำน
                                  2.10   ให้โอกาสเด็กได้เรียนรู้ผ่านบูรณาการประสาทสัมผัส (Sensory                                  ของสมอง กำรจดจ่อใส่ใจจึงเป็นปัจจัยส�ำคัญต่อควำมส�ำเร็จทั้งทำงกำรเรียนและ

                                  Integration) ทั้ง 7 (5+2= มองเห็น/ได้ยิน/สัมผัส/ดมกลิ่น/ลิ้มรส + กำรใช้                          คุณภำพในกำรท�ำงำน
                                  กล้ำมเนื้อ เอ็นข้อต่อ/กำรทรงตัว)
                                                                                                                                   บทบำทครูและวิธีกำร
                                  ส�ำคัญอย่ำงไร                                                                                    •  หลักกำรส�ำหรับกำรฝึกสติให้กับเด็กเล็กๆ  คือ “กำยเคลื่อนไหวแต่ใจอยู่นิ่ง” คือ

                                    กำรสังเกตและรับรู้ผ่ำนประสำทสัมผัส (Sensory Integration) ทั้ง 7 (5+2) เป็น                       ให้เด็กจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ก�ำลังท�ำอยู่  กำรฝึกสติไม่ควรใช้วิธีให้เด็กหลับตำ เพรำะ
                                  ด่ำนแรกของกำรรับข้อมูลจำกภำยนอกเพื่อให้เกิดกำรเรียนรู้ เพรำะเด็กวัยนี้เรียนรู้ได้ดี                เป็นกำรฝืนธรรมชำติ เมื่อเด็กหลับตำกำรจินตนำกำรอำจฟุ้งไปไกลมำก อำจ

                                  ที่สุดผ่ำนประสำทสัมผัสทั้ง 7 (5+2) และประสำทสัมผัสทั้ง 7 (5+2) จะพัฒนำได้ดีที่สุด                  คิดถึงสิ่งที่น่ำกลัวได้
                                 ในช่วงวัยนี้ กำรให้เด็กได้รับโอกำสดังกล่ำวจึงท�ำให้เด็กมีประสำทสัมผัสที่ฉับไว มีกำร               •  กำรฝึกสติควรให้เด็กท�ำกิจกรรมที่ต้องใช้สมำธิจดจ่อกับงำนที่ท�ำจนส�ำเร็จ เช่น

                                 สังเกตที่ละเอียดและเฉียบคม นอกจำกนี้ประสำทสัมผัส 7 (5+2) ยังเป็นพื้นฐำนกำร                          ตัดกระดำษ ร้อยลูกปัด กรอกน�้ำใส่ขวด ระบำยสี ท�ำงำนประดิษฐ์ ภำยใต้
                                 พัฒนำทักษะสมอง EF อีกด้วย
                                                                                                                                     สภำพแวดล้อมที่สงบ ผ่อนคลำย ไม่เร่งรัด หรือแข่งขัน

                                  บทบำทครูและวิธีกำร                                                                               •  ในระหว่ำงกำรจัดกิจกรรม เช่น วำดภำพ ระบำยสี อำจให้เด็กได้ฟังเพลงเบำๆ
                                  •  จัดกิจกรรมที่ต้องใช้กำรบูรณำกำรผ่ำนประสำทสัมผัส (Sensory Integration)                           ดนตรีที่รื่นรมย์ ครูควรพูดเบำๆ ด้วยน�้ำเสียงที่นุ่มนวล

                                    เช่น กำรให้เด็กได้มุดลอด ไต่ กลิ้งตัวบนพื้นผิวต่ำงๆ ให้เด็กได้เล่นกับน�้ำ ทรำย เป็นต้น         •  จัดกิจกรรมกำรเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ ให้เด็กได้จดจ่อกับกำรเคลื่อนไหว
                                  •  กิจกรรมกำรเรียนรู้ที่จัดให้กับเด็ก ควรเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ผ่ำนประสำท            ตำมจังหวะเพลง หรือ เคลื่อนไหวภำยใต้เงื่อนไขที่ครูบอกอย่ำงมีสมำธิจดจ่อกับ

                                    สัมผัสให้มำกที่สุด และให้เด็กได้สะท้อนกำรเรียนรู้ในกำรสังเกตผ่ำนประสำทสัมผัส                     กำรก�ำกับร่ำงกำยของตนเอง เช่น เคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้องช้ำๆ โดยไม่ให้ชนกัน
                                    ด้วยรูปแบบที่หลำกหลำย นั่นคือ กำรเรียนรู้ที่ผ่ำนกำรลงมือท�ำ ชวนเด็กตั้งค�ำถำม                    สมมติตัวเองเป็นลูกแมวเหมียวตัวอ้วนก�ำลังคลำนไปหำที่นอน แล้วลูกแมว

                                    ให้เด็กหำค�ำตอบจำกกำรสังเกต ส�ำรวจ                                                               แต่ละตัวก็ไปนอนขดในตะกร้ำของตนเอง
                                  •  เมื่อครูให้เด็กบันทึกร่องรอยหรือสะท้อนสิ่งที่เห็น สิ่งที่รับรู้ได้จำกประสำทสัมผัส

                                    ด้วยกำรวำดภำพ ปั้น เล่ำเรื่อง ประดิษฐ์จำกวัสดุที่หลำกหลำย ฯลฯ นอกจำก




            108                                                                                                                                                                                                                  109
   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112   113