สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

EF กับการปฏิรูปการศึกษา

เป็นที่ชัดเจนกันนานแล้วว่า ประเทศไทยต้องการการปฏิรูปการศึกษาอย่างยิ่ง และไม่ควรช้า เราพูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษามาตั้งกว่า 20 ปีแล้ว ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่พูดว่า “ปฏิรูปแล้ว” เราก็จะพบว่า ยิ่งถอยหลัง ยิ่งแย่ลงไป พูดง่ายๆ คือเราเดินผิดทาง ล้าหลังและผิดพลาดอยู่
EF เป็นความเข้าใจว่า สมองทำงานอย่างไร มีผลต่อพฤติกรรมมนุษย์อย่างไร มีผลต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อย่างไร ในต่างประเทศที่ระบบการศึกษาก้าวหน้าและได้ทำการเชื่อมโยงกับความรู้เรื่อง EF เขาจะใช้คำว่า Socio – Emotional Skill คือ เป็นเรื่องของทักษะอารมณ์และสังคม ทั้งเกี่ยวข้องกับ บุคลิกภาพ (personality) ท่าทีการแสดงออกของคนแต่ละคน และเป็นเรื่องของปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกัน

หากเชื่อมโยง EF กับการปฏิรูปการศึกษา ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า EF นั้นเกิดได้ยากในการศึกษาที่เป็นแบบถ่ายทอดความรู้ ครูเป็นผู้บงการหรือเป็นผู้กระทำในห้องเรียน นักเรียนเป็นเพียงผู้รับการถ่ายทอด เป็นผู้ถูกกระทำ หากสภาพการเรียนรู้ในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนเป็นแบบนี้แล้ว จะพัฒนา EF ได้ยากมาก ซึ่งเราสามารถมองเชื่อมโยงตั้งแต่ concept หรือหลักการ, mindset, ซึ่งจะส่งผลไปถึงเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอน รวมไปจนถึงการวัดผลการศึกษาที่มีความล้าหลังด้วย
ขณะนี้เราใช้ O-net เป็นตัววัดผล ทำให้เด็กต้องไปติวเพื่อจะสอบวิชาความรู้ ความจริง วิชาไม่ใช่ของเลว วิชาเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งของการศึกษาหรือของการเรียนรู้ที่ดี แต่เพียงวิชาอย่างเดียว นั้นไม่พอ ที่ร้ายคือ เราหลงผิดไปเน้นเฉพาะวิชาแล้วทิ้งอย่างอื่นไปเกือบหมด จนกลายเป็นว่า ส่วนที่สำคัญกว่าต่อชีวิตมนุษย์ไม่ได้รับการพัฒนาในระบบการศึกษาของเราปัญหาการศึกษาของเราติดกับอยู่ตรงนี้นี่เอง

การปฏิรูปการศึกษาต้องมีความชัดเจนว่า เป้าหมายการศึกษาคืออะไร การเรียนรู้แบบไหนที่ทำให้เกิดการพัฒนาเด็กทั้งตัว ในทุกด้าน เป็น holistic learning เป็น transformative learning แล้วการศึกษามีภารกิจที่จะต้องติดอาวุธหรือเครื่องมือแก่เด็ก เยาวชน ให้พร้อมที่จะไปเรียนรู้ ฟันฝ่าในอนาคต ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างไร ให้เขาเป็นคนที่อยู่กับคนอื่นก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เอาประโยชน์ของตัวคนเดียว เข้าใจการอยู่ร่วมกัน และเข้าใจว่าถ้าเรา give สังคมก็จะอยู่ได้ดี สังคมสงบสุข มันก็เป็น take ของเรานี่สิ่งที่ระบบการศึกษาไทย ต้องพัฒนาตัวเอง

เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา มีการประกาศผล PISA (Program for International Student Assessment) ของ OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) ออกมา เราก็จะเห็นว่า เด็กอายุ 15 ปี ของเราโดยเฉลี่ย เด็กที่ได้คะแนนสูงมากๆ ของเมืองไทยมีนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ว่าน้อยไปหน่อย เฉลี่ยแล้วก็จะเห็นว่า เด็กของเราอ่อนแอในเรื่องวิทยาศาสตร์กับเรื่องคณิตศาสตร์เหมือนเดิม ทั้งที่เราพยายามปรับปรุงเต็มที่แล้ว แต่ไม่กระเตื้อง แสดงว่าวิธีที่เราใช้นั้นยังไม่ถูก ระบบใหญ่ยังไม่ถูก ส่วน reading ลดลงไปอีก ลดลงไปเยอะจนน่าตกใจ ก็แสดงให้เห็นว่าระบบการศึกษาของเราต้องการการ transform เปลี่ยนแปลงอย่างแรง

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...