สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน รับผิดชอบตัวเองคือไม่ทำตัวให้เป็นภาระกับคนอื่น

ในเอกสารของ NAYC (North American Youth Congress?)ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า เด็กสามารถเข้าถึงและเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกัน การพึ่งพากันในสังคม จากการใช้ชิวิตในครอบครัว ในห้องเรียน ซึ่งเหมือนเป็นการจำลองสถานการณ์ในชีวิตจริง

เด็กประถมเป็นพลเมืองดีได้ โดย :

พลเมืองดีรู้หน้าที่

เด็กประถมศึกษาเป็นวัยที่มีหลายบทบาทหลายหน้าที่ อยู่ที่บ้านมีบทบาทหนึ่ง อยู่ที่โรงเรียนมีอีกบทบาทหนึ่ง กับเพื่อนและกับครู ก็มีบทบาทที่ต่างกันไป  แต่ละบทบาทจะมีหน้าที่ตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กจะต้องเรียนรู้  การรู้หน้าที่นี้เป็นการที่เด็กเรียนรู้หลักคิดสำคัญของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น คือไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และเรียนรู้แต่ละหน้าที่อย่างเป็นรูปธรรม เช่น รู้ว่าเมื่ออยู่กับครู ครูมอบหมายให้ทำอะไร เด็กก็จะทำ แล้วกระบวนการกำกับตนเองจะตามมา เพราะรู้ว่านี่คือหน้าที่  เช่นเดียวกับบทบาทหน้าที่กับเพื่อน เล่นกับเพื่อนต้องเล่นกันดีๆ ไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรง ไม่ทำร้ายกัน เป็นต้น

การรู้หน้าที่ยังรวมไปถึงเข้าใจและเคารพกฎกติกา เป็นพัฒนาการด้านสติปัญญา คือความสามารถในการทำความเข้าใจและเรียนรู้ที่จะเคารพและปฏิบัติตามกติกาข้อตกลงที่อยู่ในบริบทนั้นๆ  เด็กจะทำได้ต้องอาศัยพัฒนาการหลายตัว เช่น ความมีเหตุผล การกำกับตนเอง และการประพฤติปฏิบัติ

ครูหรือพ่อแม่ต้องช่วยชี้แนะ มอบหมาย ชี้ให้เด็กเห็น สร้างบทบาทให้ รวมทั้งให้กำลังใจ เด็กจะสามารถรับรู้บทบาทหน้าที่ได้เร็วได้ดี เริ่มจากบทบาทหน้าที่ต่อตัวเอง ต่อคนในครอบครัว ต่อเพื่อน ต่อโรงเรียน และขยายออกไปสู่สังคมวงกว้างในที่สุด

พลเมืองดีมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น(empathy และ sympathy)

ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นผลพวงมาจากการรู้หน้าที่ เพราะต้องคอยระวังตัวเองไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียใจสำหรับเด็กวัยประถมถ้าผู้ใหญ่สอนว่าห้ามทำให้ใครเดือดร้อน ห้ามทำให้ใครเสียใจ เด็กอาจจะไม่เข้าใจ จึงมีผู้แนะนำให้เปลี่ยนวิธีสอน เป็นการสอนให้เด็กมีวิธีคิดแบบ“เอาใจเขามาใส่ใจเรา” (empathy และ sympathy)เพราะทันทีที่เด็กพัฒนาความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เข้าใจว่าคนที่โดนกระทำรู้สึกอย่างไร เด็กจะไม่ไปทำให้คนอื่นเสียใจ หรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร 

empathyและ sympathy จะเป็นพื้นฐานสำคัญให้เด็ก นอกจากจะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เสียใจแล้ว อาจพัฒนาไปถึงการเป็นคนที่มีจิตอาสา จิตสาธารณะได้อีกด้วย

พลเมืองดีมีสามัญสำนึก

คนเราจะมีสามัญสำนึกได้ต้องรู้ผิดชอบชั่วดี รู้ว่าการกระทำนั้นเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่หรือไม่เป็น social norm ที่คนส่วนใหญ่ทำได้หรือไม่  เมื่อรู้ผิดชอบชั่วดี เด็กจะเกิดกลไกอัตโนมัติที่จะมีสามัญสำนึก ยึดมั่นในการกระทำที่ถูกต้อง แม้ในที่ที่ไม่มีคนเห็นก็ตามและจะเกิดสามัญสำนึกได้ชัดมากขึ้นหากเด็กได้ทำตาม social norm นั้นๆ แล้วเกิดผลกระทบด้านบวกกับตัวเด็ก เช่นได้รับคำชมเชย ความไว้วางใจจากผู้ใหญ่

สังคม ค่านิยมของคนเราเริ่มก่อร่างสร้างมาจากคนรอบตัว พ่อแม่ คนในครอบครัวและเพื่อน ซึ่งถ้าไม่สามารถปลูกฝังให้เด็กมีสามัญสำนึกที่ดี ไม่มีหลักที่มั่นคงไว้ยึดมั่น ไม่มีหลักคิดไว้วิเคราะห์ผิดชอบชั่วดี เมื่อเติบโตไปเป็นวัยรุ่น เขาอาจจะเข้าไปอยู่ในกลุ่มแก๊งที่ทำให้เกิดปัญหารักพวกพ้องจนทำเรื่องที่ผิดพลาดได้

ปัจจุบันเด็กมีเวลาอยู่กับครอบครัวน้อยลง พ่อแม่ขาดความใกล้ชิดกับลูก  โรงเรียนจึงเป็นแหล่งสำคัญที่จะปลูกฝัง social norm ให้กับเด็กบางโรงเรียนสร้าง social norm เป็น norm ใหญ่ที่ขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กันทั้งโรงเรียนเพื่อให้เกิดพลังและการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ซึ่งครูสามารถนำหลักคิดใหญ่ไปปรับใช้ โดยคำนึงถึงระดับอายุและระดับความคิดของเด็กในแต่ละช่วงวัย

การสร้างสามัญสำนึกจะง่ายขึ้นถ้าเปลี่ยนจากการพูดให้เด็กฟังเป็นผู้ใหญ่กระทำเป็นตัวอย่างให้เด็กปฏิบัติตามและเป็นหลักคิดไว้ตัดสินใจ

พลเมืองดีจัดการตัวเองได้

ถ้าเด็กจัดการกับตัวเองเป็น จัดการกับภาวะอารมณ์ตัวเองได้ กำกับตัวเองได้ ท้อแล้วลุก ให้กำลังใจตัวเองเป็น ก็จะมีชีวิตเป็นปกติสุข ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีสัมพันธภาพที่ดีและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น

สัมพันธภาพที่ดี สิ่งสำคัญอยู่ที่การนับถือ ให้เกียรติผู้อื่น แต่การที่คนเราจะนับถือ ให้เกียรติผู้อื่นได้ ต้องรู้จักนับถือตัวเองก่อน  และการจะนับถือตัวเองได้นั้นเด็กต้องเห็นคุณค่าและศักยภาพของตัวเองก่อนด้วย เมื่อเห็นค่าตัวเองก็จะเห็นค่าผู้อื่น เมื่อให้เกียรติตัวเองได้ก็จะให้เกียรติผู้อื่น

Related Articles

ความรู้ฐานราก 3 มิติในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในทางหลักการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทยไม่ว่าโดยหน่วยงานด้านอนามัยแม่และเด็ก หรืองานด้านการศึกษา ต่างได้ให้ความสำคัญและมุ่งดำเนินการตามแนวทาง “พัฒนาการ 4 ด้าน” ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ต่อเนื่องมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ในทางปฏิบัติ กล่าวได้ว่า เมื่อเติบโตเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับอนุบาล ประถมและมัธยมนั้น พัฒนาการด้านอื่นๆ ของเด็กๆ ก็ถูกละเลยไปเกือบสิ้น...

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19 ตามที่ได้กล่าวไว้ในบทความของเดือนก่อนว่า รอบนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ให้กับลูกๆ ของพวกเรา อันจะไปช่วยแก้ปัญหาการเสียโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กๆ และปัญหาความเหนื่อยล้าในการดูแลลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ในยุคนี้ได้ กิจกรรมและหลักในการดูแลเด็กดังกล่าวมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ “โลกนี้คือละคร” โดยหลักการแล้วเป็นการกระตุ้นเตือนให้คุณพ่อคุณแม่พึงระลึกว่า ทุกๆ การกระทำของท่าน จะมีสายตา (อย่างน้อย) คู่หนึ่งคอยดูอยู่ตลอด เปรียบเสมือนละครชีวิตที่มีคนเฝ้าติดตาม ดังนั้น ทุกๆ พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่จะถูกลูกๆ...

วิกฤตไวรัสโควิด-19 กับโอกาสที่ขาดหายไปของเด็ก

ตอนนี้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยของเรานั้นจัดว่าค่อนข้างรุนแรงมากทีเดียวนะครับ เพราะทั้งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ และยอดผู้เสียชีวิตนั้นยังคงดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันนำไปสู่การออกมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะการปิดสถานศึกษาในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดสูง ทำให้เด็กๆ ของเราในยุคนี้ต้องเรียนจากที่บ้านเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์หรือการไปเอาอุปกรณ์การเรียนจากโรงเรียนที่คุณครูเตรียมให้มาเรียนรู้ที่บ้าน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวถือเป็นความพยายามในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเช่นตอนนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่า ไม่สามารถทดแทนการเรียนตามวิถีปกติเดิมในโรงเรียนได้ ไม่นับความรู้ทางวิชาการที่เด็กๆ จะไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่เหมือนกับตอนเรียนที่โรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการขาดโอกาสในการเรียนรู้ชีวิตและกระบวนการต่างๆ ที่สำคัญอันจะได้กล่าวถึงต่อไป การเรียนที่บ้านโดยผ่านระบบออนไลน์จะทำให้เด็กขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คุณครู และบุคลากรอื่นๆ ในโรงเรียน เพราะการดำเนินชีวิตตามแนวชีวิตวิถีใหม่หรือความปกติใหม่ (new...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

ความรู้ฐานราก 3 มิติในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในทางหลักการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทยไม่ว่าโดยหน่วยงานด้านอนามัยแม่และเด็ก หรืองานด้านการศึกษา ต่างได้ให้ความสำคัญและมุ่งดำเนินการตามแนวทาง “พัฒนาการ 4 ด้าน” ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ต่อเนื่องมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ในทางปฏิบัติ กล่าวได้ว่า เมื่อเติบโตเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับอนุบาล ประถมและมัธยมนั้น พัฒนาการด้านอื่นๆ ของเด็กๆ ก็ถูกละเลยไปเกือบสิ้น...

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19 ตามที่ได้กล่าวไว้ในบทความของเดือนก่อนว่า รอบนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ให้กับลูกๆ ของพวกเรา อันจะไปช่วยแก้ปัญหาการเสียโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กๆ และปัญหาความเหนื่อยล้าในการดูแลลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ในยุคนี้ได้ กิจกรรมและหลักในการดูแลเด็กดังกล่าวมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ “โลกนี้คือละคร” โดยหลักการแล้วเป็นการกระตุ้นเตือนให้คุณพ่อคุณแม่พึงระลึกว่า ทุกๆ การกระทำของท่าน จะมีสายตา (อย่างน้อย) คู่หนึ่งคอยดูอยู่ตลอด เปรียบเสมือนละครชีวิตที่มีคนเฝ้าติดตาม ดังนั้น ทุกๆ พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่จะถูกลูกๆ...

วิกฤตไวรัสโควิด-19 กับโอกาสที่ขาดหายไปของเด็ก

ตอนนี้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยของเรานั้นจัดว่าค่อนข้างรุนแรงมากทีเดียวนะครับ เพราะทั้งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ และยอดผู้เสียชีวิตนั้นยังคงดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันนำไปสู่การออกมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะการปิดสถานศึกษาในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดสูง ทำให้เด็กๆ ของเราในยุคนี้ต้องเรียนจากที่บ้านเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์หรือการไปเอาอุปกรณ์การเรียนจากโรงเรียนที่คุณครูเตรียมให้มาเรียนรู้ที่บ้าน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวถือเป็นความพยายามในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเช่นตอนนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่า ไม่สามารถทดแทนการเรียนตามวิถีปกติเดิมในโรงเรียนได้ ไม่นับความรู้ทางวิชาการที่เด็กๆ จะไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่เหมือนกับตอนเรียนที่โรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการขาดโอกาสในการเรียนรู้ชีวิตและกระบวนการต่างๆ ที่สำคัญอันจะได้กล่าวถึงต่อไป การเรียนที่บ้านโดยผ่านระบบออนไลน์จะทำให้เด็กขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คุณครู และบุคลากรอื่นๆ ในโรงเรียน เพราะการดำเนินชีวิตตามแนวชีวิตวิถีใหม่หรือความปกติใหม่ (new...

การนอนหลับกับการพัฒนาสมองและ EF

การนอนหลับกับการพัฒนาสมองและ EF โดยปกติแล้ว เดือนมิถุนายนมักจะเป็นเดือนแห่งการเปิดภาคการศึกษาของเหล่านักเรียนและนักศึกษา เป็นเดือนแห่งความแปลกใหม่กับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากการอยู่บ้าน ความสนุกในการได้พบปะกับเพื่อนๆ รวมถึงความกังวล (บ้าง) ในการได้เจอกับคุณครูประจำชั้นคนใหม่ แต่ในปีนี้ ซึ่งกำหนดการเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้บรรยากาศการเปิดภาคการศึกษาในปีนี้ดูจะแปลกไปพอสมควรนะครับ หวังว่าทุกอย่างจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติในเร็ววัน เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กๆ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมต่อไปครับ เมื่อพูดถึงช่วงเวลาของการเปิดภาคการศึกษา สิ่งหนึ่งที่มักจะพบได้บ่อยๆ ในช่วงเปิดภาคเรียนก็คือ รถติดหนักมาก ทำให้เด็กๆ มักจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาโรงเรียน ทำให้ระยะเวลาการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือแม้แต่ในตอนนี้ที่ยังไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียน แต่เป็นการเรียนออนไลน์ ก็พบว่าเด็กๆ...

วัคซีนชีวิตสำหรับลูกวัยรุ่น

วัคซีนชีวิตสำหรับลูกวัยรุ่น ช่วงนี้กระแสเรื่องของวัคซีนโควิด-19 กำลังมาแรงนะครับ หมอก็เลยจะขอเกาะกระแสวัคซีนด้วยนิดหนึ่ง เพียงแต่ว่าวัคซีนที่จะพูดถึงในวันนี้ ไม่ใช่วัคซีนสำหรับป้องกันเชื้อโรค แต่เป็นวัคซีนป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อยู่รายล้อมตัวของวัยรุ่นยุคนี้ ไม่ว่าจะภัยยาเสพติด การพนัน เกมออนไลน์ การกลั่นแกล้ง พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม การหลอกลวงเพื่อหวังทรัพย์สิน ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย ฯลฯ ทั้งนี้โดยธรรมชาติแล้ว วัยรุ่นมักจะเป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงต่อการถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ดีได้ง่าย เนื่องจากการพัฒนาของสมองยังเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์เหมือนกับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะสมองส่วนหน้าที่มีบทบาทด้านการคิดวิเคราะห์ การยับยั้งชั่งใจ และการวางแผน แม้ร่างกายจะมีการพัฒนาจนใกล้เคียงกับผู้ใหญ่แล้วก็ตาม การป้องกันความเสี่ยงที่บุตรหลานวัยรุ่นจะเข้าสู่หนทางที่ไม่ดี สามารถกระทำได้โดยการให้วัคซีนชีวิตแก่บุตรหลานวัยรุ่น...