สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก สาระ EF

สาระ EF

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #6 จะสอนเด็กให้รู้เรื่อง “จุดแข็ง” ของตนเอย่างไร

จะสอนเด็กให้รู้เรื่อง “จุดแข็ง” ของตนเอย่างไร เด็กทุกคนที่เกิดมามี “จุดแข็ง” อันหมายถึงความสามารถหรือคุณลักษณะโดดเด่นเฉพาะตน อีกทั้งมีสิ่งท้าทายที่ต้องเผชิญและฝ่าข้ามไปในการพัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จและชีวิตที่ดีกว่า การช่วยให้ลูกๆ หรือเด็กที่ดูแลอยู่ให้รู้ว่าตนมี “ดี” อะไร ช่วยให้เด็กๆตระหนักถึงตัวตนของตนเอง (Self-Awareness) มีความเชื่อมั่นและตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง (Self-Esteem) “จุดแข็ง” ของคนนั้นสามารถแสดงออกได้เป็นคุณภาพได้หลากหลายแบบ “จุดแข็ง” ในบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตที่ต้องการประสบความสำเร็จ “จุดแข็ง” ในบางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆในการจัดการหรือดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตามการศึกษาวิจัยพบว่า เด็กวัยรุ่นมีความสุขขึ้นเมื่อใช้เวลาจดจ่อกับ “จุดแข็ง” มากกว่าการใช้เวลากับการทำให้ “จุดอ่อน”...

ครู โรงเรียน กับ การเห็นคุณค่าในตนเองของเด็ก

เด็กบางคนโชคร้ายไม่ได้รับโอกาสพัฒนา Self-Esteem จากพ่อแม่ในช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิต ก็อาจมีโอกาสครั้งที่สองที่โรงเรียน นี่คือหลักการทั่วไปที่ควรคาดหวังได้  แต่ถ้าครูไม่เข้าใจเรื่องนี้ ก็อาจเป็นโชคร้ายที่ซ้ำสองของเด็กคนนั้น !!?? งานวิจัยมากมายยืนยันว่า ถ้าครูมีศรัทธาในเด็ก เชื่อว่าเด็กมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ และมุ่งมั่นที่จะแปรความรักความเมตตาของตน ให้กลายเป็นความเอาใจใส่ กำลังใจ ให้การกระตุ้นเชิงบวก ให้คำชี้แนะ ให้โอกาสฝึกฝนในสิ่งที่เด็กสนใจ ให้คำชมเชยที่กระบวนการ ครูก็จะมีอิทธิพลต่อชีวิตของเด็กอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเองเด็กได้ และนั่นคือการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ มีตัวอย่างมากมายของครูที่สร้าง Self-Esteem ให้แก่เด็ก เช่น...

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Self-Esteem

ปัจจัยที่เชื่อกันว่า ส่งผลให้คนเรามี Self-Esteem สูงหรือต่ำนั้นมีหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ ว่ากันตั้งแต่กรรมพันธุ์; พ่อแม่เป็นคนที่มี Self-Esteem เป็นอย่างไร อาจถ่ายทอดต่อให้ลูกได้ อายุ; เด็กที่อายุน้อยกว่าเพื่อนในห้องมากๆ จนทำอะไรไม่ทันเพื่อน ก็อาจจะเสียความมั่นใจในตนเอง ไม่สามารถสร้างความภาคภูมิใจในตนเองได้เพราะรู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้เท่าเพื่อน คนแก่ที่อายุมากขึ้นและความสามารถในการดูแลตนเองลดลง ต้องพึ่งพาคนอื่นก็อาจจะรู้สึกสูญเสียคุณค่าในตนเองสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ทำอะไรไม่ได้อย่างที่ต้องการ มักจะทำให้ Self-Esteem ต่ำลง ประสบการณ์ชีวิตที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ ถูกข่มเหงกลั่นแกล้งหรือรังเกียจ ก็อาจรู้สึกไม่ดีกับตนเองพอๆ กับที่รู้สึกไม่ดีต่อคนอื่นความคิด...

พ่อแม่คือคนสร้าง Self-Esteem ให้เด็ก

วัฒนธรรมไทยดั้งเดิมเราอาจจะไม่คุ้นนักกับ Self-Esteem หรือการเห็นคุณค่าในตนเอง เพราะเรามักจะ “กลัวเด็กเหลิง” เข้าใจไปว่าถ้าเด็กเห็นคุณค่าในตนเองมาก จะหยิ่งยะโส ผู้ใหญ่ก็จะเอาไม่อยู่ กำกับควบคุมไม่ได้  หรือเด็กจะตัวตนสูงจนอยู่กับคนอื่นยาก  ความเข้าใจนี้ผิดมหันต์ เพราะการเห็นคุณค่าในตนเองจะทำให้เด็กมีเหตุผล มีความเชื่อมั่นในตนเองพร้อมที่จะทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ รู้สึกดีกับตัวเองแต่ก็รู้สึกดีกับคนอื่นได้ด้วย เด็กจะรู้สึกดีกับสิ่งที่ตนเองทำ เห็นจุดแข็งในตนเองแต่ก็เห็นจุดอ่อนในตนเองที่ต้องพัฒนาปรับปรุงต่อ เพราะมี Self-Esteem ที่เห็นคุณค่าในตนเอง เด็กจึงจะมีฐานของการกำกับควบคุมตนเอง หรือมี Self-Control คนที่เห็นคุณค่าในตนเอง รักตนเองมักจะไม่ทำลายตนเอง แต่จะพยายามกำกับตนเองให้อยู่ในลู่ในทางที่ตนเห็นว่าดี พยายามไปสู่เป้าหมายที่ตนตั้งไว้...

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #5 หา “จุดแข็ง”ของลูกให้เจอ แล้วลงมือพัฒนา

หา “จุดแข็ง”ของลูกให้เจอ แล้วลงมือพัฒนา เด็กคนหนึ่ง อาจจะเติบโตขึ้นไปเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง เป็นครูที่ยอดเยี่ยม เป็นวิศกรที่เก่งกาจ หรือเป็นนักเล่นตลกที่เป็นขวัญใจคนทั้งประเทศ หรือเป็นใครก็ได้ที่มีความสุขกับการทำงานที่ตนถนัด ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนเลือก ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม เห็นคุณค่าและภูมิใจของสิ่งที่ตนทำ สิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครองและครูสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ คือ การสังเกตการเล่นของเด็ก และสังเกตว่า “จุดแข็ง”ที่เด็กแสดงออกนั้นคืออะไร แล้วสนับสนุนฐานทุนที่เด็กมี ก็จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นมาด้วยการรู้ “จุดแข็ง” ของตนทั้งที่เป็น “จุดแข็ง” ทางด้านบุคลิกภาพ  ความสามารถ...

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #4 เมื่อลูก “ยัง” ทำไม่ได้

เมื่อลูก “ยัง” ทำไม่ได้ จากวิวัฒนาการที่ผ่านมานับแสนๆ ปี ธรรมชาติของสมองมนุษย์มักจะพุ่งความสนใจไปที่ข้อบกพร่อง และด้านลบของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต จากพื้นฐานหน้าที่หลักของสมองที่ทำงานเพื่อให้มีชีวิตอยู่ให้รอดปลอดภัยเป็นพื้นฐาน มนุษย์ในสมัยนี้มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ที่ผ่านมนุษย์ไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ได้ปลอดภัยจากการถูกข่มเหงจากคนด้วยกัน จากสัตว์ร้าย และภัยธรรมชาติ และการคุกคามอื่นๆเท่ากับทุกวันนี้ สมองของมนุษย์จึงถูกโปรแกรมให้น้ำหนักความสนใจไปที่ภยันอันตราย เหตุร้าย และภัยคุกคามชีวิต แม้ว่าการคาดการณ์ในแง่ลบเป็น “อคติ” ที่ทำให้เราสนใจแต่ปัญหาในสภาพแวดล้อมมากกว่าการคาดการณ์ในแง่ดี แต่การระแวดระวังก็ช่วยให้มนุษย์เอาตัวรอดในโลกที่ผ่านมาและมีวิวัฒนาการมาจนทุกวันนี้           การมองสิ่งต่างๆในแง่ลบจึงเป็นเหมือนดีเอ็นเอที่ส่งต่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวตนของมนุษย์เรา ในวัฒนธรรมของชาติต่างๆ เราจึงพบเห็นได้ทั่วไปว่า การเลี้ยงดูอบรม...

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #3 สมองต้องการ การชื่นชม (แบบไหน)

สมองต้องการ การชื่นชม (แบบไหน) ในสมัยรุ่นปู่ย่าตายาย หรือแม้แต่รุ่นของพ่อแม่ที่มีอายุสักหน่อย อาจจะมีประสบการณ์ที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่มักไม่มีคำชมเชย หรือให้กำลังใจในยามที่ทำอะไรได้ดี หรือประสบความสำเร็จ เพราะกลัวเหลิง ด้วยความคิดว่า ความดีเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำอยู่แล้ว จึงสนใจ “จับผิด” มากกว่า “จับถูก” เพื่อขัดเกลาลูกหลานให้เป็นคนที่ดีขึ้นเก่งขึ้น แต่จากการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องสมองของสาขาประสาทวิทยาในวิทยาศาสตร์สมัยใหม่พบว่า การไม่ชมเชยเด็กอาจส่งผลเสียต่อเด็ก ในวัยของเด็กเล็กต้องการได้รับการเอาใจใส่จากพ่อแม่ผ่านการสนใจและตอบสนอง เด็กที่ทำอะไรได้ดี เช่น ใส่รองเท้าเอง กินข้าวอย่างตั้งใจ กินข้าวเสร็จเอาจานไปเก็บ ฯลฯ...

ความรู้ชุด : Strength จุดแข็ง #2 ฝึกสมองให้แข็งแรงได้เหมือนฝึกกล้ามเนื้อ

ฝึกสมองให้แข็งแรงได้เหมือนฝึกกล้ามเนื้อ สมองสามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งได้ เช่นเดียวกับการออกกำลังกายเป็นการฝึกฝนให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การฝึกฝนเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ สามารถทำให้วงจรประสาทในเรื่องนั้นๆ ภายในสมองของเราแข็งแรงขึ้นมาได้ ในปี พ.ศ. 2549 M. Oaten และ K. Cheng ได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมการทดลอง รับคำสั่งให้นั่งหน้าคอมพิวเตอร์และจดจ่อไปที่สี่เหลี่ยมจตุรัสสีซึ่งเคลื่อนที่ ย้ายไปมาผ่านหน้าจอ โดยในระหว่างที่ผู้เข้าร่วมจ้องจตุรัสสีที่กำหนด มีภาพสเก็ตตลกๆ แทรกเข้ามา เพื่อทดสอบระดับความสามารถในการควบคุมตนเองของผู้เข้าร่วมแต่ละคน ว่ายังคงจดจ่อกับรูปจตุรัสที่กำหนดมาได้แค่ไหน ผลการทดลองพบว่า ผู้เข้าร่วมสามารถจดจ่อภาพจตุรัสที่กำหนดไว้ได้ดีขึ้นทีละเล็กทีละน้อยในแต่ละครั้งที่ทำการทดสอบ การทดลองนี้ได้แสดงให้เห็นว่า...
73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

บทที่ 9 ตอนที่ 6 : การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก

การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย อารมณ์สงบ เด็กจะเรียนรู้ได้ดี พัฒนาการดี แต่การจะทำให้ห้องเรียนปลอดภัย ส่วนใหญ่ทำกันเพียงทางด้านกายภาพเท่านั้น เด็กยังไม่รู้สึก “อบอุ่นปลอดภัย” เพราะครูยังใช้อำนาจ ใช้อารมณ์ มากกว่าให้โอกาส เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะว่าไม่รู้ว่าวันนี้ถ้าเจอครูคนนี้แล้วจะโดนอะไรอีก เมื่อรู้สึกเช่นนี้อารมณ์จะไม่นิ่ง แทนที่สมอง EF ที่จะพัฒนาเป็นทักษะต่างๆ จะทำงาน  กลับเป็นสมองส่วนสัญชาตญาณทำงานเพื่อปกป้องตัวเอง สมอง EF จึงไม่พัฒนา ในห้องเรียน นอกจากการตี...

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...