สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

บทที่ 7 ตอนที่ 2 : การเรียนทำให้ความสุขของเด็กประถม… ลดลง!!

การเรียนทำให้ความสุขของเด็กประถม… ลดลง!!

งานวิจัยโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศวีร์ สายฟ้า รองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และอาจารย์สาขาประถมศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและการสอน เรื่อง “ความสุขของเด็กไทยในวัยเรียน” ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็ก 3,000 คนทั่วประเทศ พบว่า เด็กประถมศึกษายิ่งชั้นเรียนสูงขึ้นความสุขของเด็กยิ่งน้อยลง เพราะช่วงเวลาในการเล่นน้อยลง เด็กเรียนตลอดเวลาตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์

จากงานวิจัยชิ้นนี้ยังพบว่า เด็กในโรงเรียนเอกชนมีความสุขมากกว่าเด็กในโรงเรียนรัฐบาล ซึ่งสวนทางกับกระแสความคิดของคนทั่วไปที่มักคิดว่าโรงเรียนเอกชน เช่น โรงเรียนในเครือคาทอลิค จะมุ่งเน้นความเข้มข้นทางวิชาการมากกว่าโรงเรียนสังกัดสพฐ. แต่งานวิจัยกลับพบว่า เด็กโรงเรียนรัฐบาลมีความกดดันมากกว่าเด็กในโรงเรียนเอกชนหรือในโรงเรียนขนาดใหญ่

พบว่าโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด ซึ่งมีชั้นเรียนตั้งแต่อนุบาล – ประถม 6 เด็กมีความกดดันในหลายมิติ กิจวัตรประจำวันของเด็กประถม 6 ในแต่ละวันหมดไปกับการติวสอบ การเข้าโครงการประกวดต่างๆ เวลาที่หมดไปไม่ใช่เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่เพื่อคนที่อยู่รอบตัว ซึ่งทำให้เด็กกลุ่มนี้ไม่มีเวลาของตัวเอง ความสุขลดลง การเห็นคุณค่าของตัวเองน้อยลง ซึ่งต่างจากเด็กในโรงเรียนเอกชนที่มีความสุขมากกว่า โรงเรียนให้เวลา ให้ Space เด็กมากกว่า

ในการทำงานวิจัยยังได้เห็นการแสดงออกซึ่งความสุขของเด็กวัยประถมศึกษา ผ่านกิจกรรม ผ่านการสื่อสารออกมา รวมทั้งตำราบางเล่มกล่าวว่า ถ้าเด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่แวดล้อมได้ดี จะสัมพันธ์กับทักษะทางสังคม ถ้าเด็กตระหนักรู้ตนในมิติที่เป็นเชิงบวกและมีความสุข เด็กจะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น ในวัยประถม ความสุขอาจวัดได้จากการที่เด็กอยากมาโรงเรียน ไม่ขาดเรียน อยากร่วมทำกิจกรรม อยากแสดงความคิดเห็น

ความสุขเป็นสมรรถนะหนึ่งซึ่งเป็นรากฐานของการทำให้ Self (ตัวตน) แข็งแรง  เด็กคนหนึ่งจะมี Self ได้ ต้องมีทั้งความสุขและความมั่นคงในจิตใจ

ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมยังมองไม่เห็นว่าการเรียนจะทำให้เด็กคนหนึ่งมีความสุขหรือความทุกข์ได้ แต่กลับมองว่าการเรียนเป็นอาวุธ เป็นการทำให้ได้มาซึ่งอนาคตที่ดีที่มีความสุขรออยู่  โดยไม่ได้คิดว่ากว่าจะไปถึงความสุขนั้น ผู้เรียนมีความทุกข์แค่ไหนอย่างไร

เด็กวัยประถมควรได้มีความสุขตามวัย ตามพัฒนาการของวัย ตามการเรียนรู้ที่เหมาะกับวัย เป็นวัยที่มีความขยันขันแข็ง เป็นวัยที่ต้องผลิตงานสร้างงาน เป็นช่วงวัยที่มีกลุ่มเพื่อน และเป็นวัยที่ทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากมีสามารถทางกายภาพมากขึ้น และความคิดอยู่ในโลกของความเป็นจริงแล้ว ดังนั้นถ้าอยู่ในบรรยากาศที่ได้ใช้ศักยภาพ ได้ค้นคว้าทดลอง ได้ปฏิบัติ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ สนุกกับการเรียนรู้ เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ ตัวเองมีคุณค่า และมีความสุข แต่ถ้าไม่ได้รับโอกาสให้ทำงาน ให้สร้างสรรค์ตามวัยตามพัฒนาการ หรือทำแล้วถูกว่า ถูกประนาม เปรียบเทียบ เด็กจะรู้สึกไม่มีความสุขได้

การเล่นเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อความสุขของเด็กไทยในวัยเรียน การทำงานวิจัยนี้พบเรื่องที่น่าตกใจว่า ในช่วงพักกลางวันซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กน่าจะได้เล่นกัน ได้พูดคุยกับเพื่อน แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาอยู่ลำพัง เปิด IG และแชทคุยกันเรื่องดารา กิจกรรมประเภทนี้ ถือว่าไม่ใช่ Active Play ที่เด็กจะได้พัฒนาทักษะต่างๆ จากการมีการเคลื่อนไหวร่างกาย มีการใช้ภาษา แลกเปลี่ยนต่อรอง มีกฎกติกาในการพูดคุย เล่น แบบการเล่นกับเพื่อน

เปลี่ยนค่านิยมเดิมๆ  “เด็กเรียนเก่งคือเด็กดี”

  • เด็กจำนวนมากมาโรงเรียนมาพร้อมกับความกลัว กลัวได้คะแนนน้อย กลัวไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวไม่เก่งเท่าเพื่อน กลัวสอบไม่ผ่าน จนทำให้การเรียนมีแต่ความทุกข์ ความกลัวเหล่านี้สาเหตุหนึ่งเพราะพ่อแม่ ญาติพี่น้องมีค่านิยมเรื่องการเรียนดี เรียนเก่ง คาดหวังกับลูกๆ หลานๆ สูง ทำให้เด็กพกความกลัวมาจากบ้าน เมื่อมาถึงโรงเรียนต้องทำตามความคาดหวังของครูอีก ยิ่งทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น
  • ครูส่วนใหญ่มักชื่นชมเด็กที่มีผลการเรียนดี เด็กที่เรียนดีเรียนเก่งคือเด็กดีของครู เด็กที่เรียนไม่เก่งไม่ใช่เด็กดี ซึ่งความคิดนี้เป็นไปทั้งระบบการศึกษา และเป็นค่านิยมของพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่ตั้งความคาดหวัง กับลูกว่าลูกจะต้องเรียนให้เก่ง สอบให้ได้คะแนนสูงๆ จึงจะเป็นเด็กดีของพ่อแม่ของครอบครัว เมื่อเด็กอยู่ที่โรงเรียนแล้วทำคะแนนไม่ดี เรียนไม่เก่ง ครูไม่ยอมรับ หากเพื่อนไม่ยอมรับด้วย จะขาดความสุขอย่างมาก และรู้สึกได้อย่างรุนแรงว่าไม่มีที่ยืนทั้งที่บ้านและโรงเรียน
  • ครูและพ่อแม่จึงควรปรับทัศนคติ และยอมรับในความสามารถ ศักยภาพด้านอื่นๆ ที่เด็กมีมากกว่ามุ่งไปที่การทำคะแนนได้ดีเพียงเรื่องเดียว เพราะที่จริงแล้วเป้าหมายของการประถมศึกษา ก็บอกชัดเจนว่า คือการเตรียมความพร้อมเรื่องพื้นฐาน ดังนั้นเมื่อเด็กจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น เป็นคนดี รู้หน้าที่ ช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ทำความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
  • สำหรับเด็กที่เป็น “ครีม” ของห้องของโรงเรียน เป็นที่หนึ่งของห้อง เป็นหัวหน้าห้อง ได้ทุนเรียนดี เป็นตัวแทนไปแข่งขันต่างๆ มีเกียรติบัตรมากมายในแฟ้มประจำตัว ครูต้องระวังที่จะไม่สร้างความกดดัน และไม่ยกย่องจนเกินไป เพราะจะทำให้เด็กแพ้ไม่เป็น ติดกับค่านิยมของการแข่งขัน  ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้เด็กที่ครูไม่ได้คัดเลือก รู้สึกถูกเปรียบเทียบ รู้สึกด้อยค่าอย่างมาก

ผาณิต บุญมาก เรียบเรียง
ภาวนา อร่ามฤทธิ์ บรรณาธิการ

Related Articles

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF ในบทความก่อนหน้า หมอได้กล่าวถึงวิธีการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านต่างๆ ไว้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้นำไปใช้กับบุตรหลานของท่าน อย่างไรก็ดี มีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ไม่น้อย แต่มักจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไร นั่นก็คือ สุขภาพจิต โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นที่สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF กันนะครับ เวลากล่าวถึงสุขภาพจิต ทุกท่านก็มักจะคิดไปถึงคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรคจิตเภท คนไข้โรคซึมเศร้า หรือที่ได้ยินกันบ่อยในช่วงนี้ อย่างผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว...

บทที่ 8 ตอนที่ 4 : กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ครูคือบุคลากรสำคัญที่สุดในการสร้างคนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน ซึ่งมีการคิดค้นแนวทางและวิธีการในการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป รวมทั้งรับเอาแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF และการพัฒนา Self มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นครูที่นี่จึงต้องได้รับการฝึกฝน โดยมีกระบวนการฝึกอบรมที่น่าสนใจที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถหยิบไปใช้ได้เช่นกัน  1. เปิดตาเปิดใจ สำหรับการเป็นครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่ได้รับคัดเลือกแล้วให้สอนทันที ต้องผ่านขั้นตอนการฝึก โดยแรกเริ่ม 3 เดือนแรกที่เข้าเป็นครู ทางโรงเรียนจะให้ครูใหม่ได้ดูการเรียนการสอนและทำความใจกระบวนการทุกอย่าง แล้วให้ดูใจตัวเอง ให้ถามตัวเองว่าหลังจากได้เห็นบรรยากาศการทำงานของครู เห็นการเรียนการสอนแบบนี้รับได้หรือไม่ ถ้ารับได้จะเซ็นสัญญา 1 ปี...

บทที่ 8 ตอนที่ 3 : เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก

เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก จากการปฏิบัติตามแนวการเรียนการสอนในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ครูได้พบว่า Self ของเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมก็จะช่วยสร้าง Self ที่ดีให้เด็กด้วย ดังนี้ การเรียนรู้ของผู้เรียนจะก้าวไกลไม่ได้ ถ้าไม่มี Self-control และ Self esteem เพราะจะช่วยให้เด็กเรียนอย่างมีฉันทะ จิตศึกษา จิตวิทยาเชิงบวก กระบวนการที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF ในบทความก่อนหน้า หมอได้กล่าวถึงวิธีการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านต่างๆ ไว้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้นำไปใช้กับบุตรหลานของท่าน อย่างไรก็ดี มีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ไม่น้อย แต่มักจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไร นั่นก็คือ สุขภาพจิต โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นที่สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF กันนะครับ เวลากล่าวถึงสุขภาพจิต ทุกท่านก็มักจะคิดไปถึงคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรคจิตเภท คนไข้โรคซึมเศร้า หรือที่ได้ยินกันบ่อยในช่วงนี้ อย่างผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว...

บทที่ 8 ตอนที่ 4 : กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ครูคือบุคลากรสำคัญที่สุดในการสร้างคนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน ซึ่งมีการคิดค้นแนวทางและวิธีการในการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป รวมทั้งรับเอาแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF และการพัฒนา Self มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นครูที่นี่จึงต้องได้รับการฝึกฝน โดยมีกระบวนการฝึกอบรมที่น่าสนใจที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถหยิบไปใช้ได้เช่นกัน  1. เปิดตาเปิดใจ สำหรับการเป็นครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่ได้รับคัดเลือกแล้วให้สอนทันที ต้องผ่านขั้นตอนการฝึก โดยแรกเริ่ม 3 เดือนแรกที่เข้าเป็นครู ทางโรงเรียนจะให้ครูใหม่ได้ดูการเรียนการสอนและทำความใจกระบวนการทุกอย่าง แล้วให้ดูใจตัวเอง ให้ถามตัวเองว่าหลังจากได้เห็นบรรยากาศการทำงานของครู เห็นการเรียนการสอนแบบนี้รับได้หรือไม่ ถ้ารับได้จะเซ็นสัญญา 1 ปี...

บทที่ 8 ตอนที่ 3 : เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก

เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก จากการปฏิบัติตามแนวการเรียนการสอนในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ครูได้พบว่า Self ของเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมก็จะช่วยสร้าง Self ที่ดีให้เด็กด้วย ดังนี้ การเรียนรู้ของผู้เรียนจะก้าวไกลไม่ได้ ถ้าไม่มี Self-control และ Self esteem เพราะจะช่วยให้เด็กเรียนอย่างมีฉันทะ จิตศึกษา จิตวิทยาเชิงบวก กระบวนการที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น...

บทที่ 8 ตอนที่ 2 : คำถามฝึกให้เด็กสะท้อนคิด (Reflection) และสรุปการเรียนรู้ (AAR)

คำถามฝึกให้เด็กสะท้อนคิด (Reflection) และสรุปการเรียนรู้ (AAR) (ตามแนวทางจิตศึกษา โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์) เมื่อจบการทำโครงงาน งานกลุ่ม หรือการเรียนแต่ละเรื่อง หากครูเปิดโอกาสให้เด็กได้สะท้อนคิด หรือแสดงความคิดเห็นความรู้สึกต่อเรื่องที่เรียนรู้ ครูก็จะทราบว่าเด็กเกิดการเรียนรู้จริงๆหรือไม่ มีอุปสรรคปัญหาในการเรียนอย่างไร รวมทั้งเด็กได้สรุปความรู้ที่เรียนมา เกิดความเข้าใจเรื่องที่เรียนมากขึ้นเมื่อได้ฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ  เรามีชุดคำถามนำมาแนะนำให้คุณครูนำไปใช้เปิดประเด็นให้เด็กๆ ได้สะท้อนคิดและสรุปการเรียนรู้ดังนี้ ชุดคำถามนำสะท้อนคิด (Reflection)-จากกิจกรรมที่ทำหรือเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง และรู้สึกอย่างไร เพราะเหตุใด- นักเรียนเจออุปสรรคปัญหาอะไรบ้าง...

บทที่ 8 ตอนที่ 1 : การสร้าง “สนามพลังบวก” ในโรงเรียน

การสร้าง “สนามพลังบวก” ในโรงเรียน โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่หรือชุมชนที่เป็น “สนามพลังบวก”เป็นแนวคิดที่อาจารย์วิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ได้กล่าวไว้ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้นักเรียนเมื่อมาโรงเรียนแล้ว รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ทางกายภาพคือสถานที่มีความสะอาดร่มรื่นปลอดภัย รวมทั้งได้รับการยอมรับ เคารพในความเป็นมนุษย์ ​มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ไม่ว่าระหว่างครูกับนักเรียน หรือครูกับครู สนามพลังบวกมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก สำหรับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาใช้เป็นระบบสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กที่มุ่งหมายสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน อาจารย์วิเชียรเล่าว่า “เราจะทำทุกอย่างไม่ให้เด็กรู้สึกว่าถูกบังคับ เช่น ไม่มีเสียงออด เสียงระฆัง แต่สร้างวิถีที่เป็นวัฒนธรรมที่เด็กต้องกำกับตัวเองให้ได้ในแต่ละช่วงเวลา...