สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

ในบทความก่อนหน้า หมอได้กล่าวถึงวิธีการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านต่างๆ ไว้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้นำไปใช้กับบุตรหลานของท่าน อย่างไรก็ดี มีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ไม่น้อย แต่มักจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไร นั่นก็คือ สุขภาพจิต โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นที่สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF กันนะครับ

เวลากล่าวถึงสุขภาพจิต ทุกท่านก็มักจะคิดไปถึงคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรคจิตเภท คนไข้โรคซึมเศร้า หรือที่ได้ยินกันบ่อยในช่วงนี้ อย่างผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว โรคทางจิตเวชเหล่านี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาสุขภาพจิตเท่านั้นเอง เพราะคนทั่วๆ ไปในสังคมก็อาจจะมีปัญหาสุขภาพจิตจากความเครียดในการทำงาน หรือความวิตกกังวลต่อปัญหาปากท้องได้ ดังนั้น คำว่าสุขภาพจิตจึงไม่ได้มีความหมายถึงเฉพาะตัวโรคทางจิตเวชเท่านั้น แต่ยังมีความหมายรวมไปถึงปัญหาด้านจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นกับคนทั่วๆ ไปในสังคม อันจะส่งผลให้เกิดความไม่สบายใจ ความวิตกกังวล หรือความเครียด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะนำไปสู่ความผิดปกติในการทำงานของสมอง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการนอนไม่หลับ และอาการป่วยทางกาย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นชั่วคราว หรือนำไปสู่ความผิดปกติในการทำงานของสมองและร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะการนำไปสู่การเกิดโรคทางจิตเวชจริงๆ ได้

ในวัยเด็ก เป็นที่ทราบกันดีว่า ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) ถือเป็นปัจจัยเชิงลบที่สำคัญต่อการพัฒนาของสมอง โดยมีรายงานการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า เด็กที่เติบโตในสภาวะที่มีความเครียดเรื้อรัง เช่น ภาวะขาดอาหาร หรือเด็กที่ต้องอาศัยในประเทศที่มีสงครามกลางเมือง จะมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน และในรายที่ภาวะเครียดเรื้อรังนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง จะทำให้เด็กเหล่านั้นมีขนาดของสมองที่เล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันอย่างชัดเจนอีกด้วย แสดงให้เห็นว่า ความเครียดส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ซึ่งก็แน่นอนว่าทักษะสมอง EF อันเป็นรูปแบบหนึ่งของพัฒนาการทางสมองที่มีการพัฒนาเป็นอย่างมากในช่วงวัยเด็ก ก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

ดังนั้น การพัฒนาทักษะสมอง EF นอกจากการส่งเสริมองค์ประกอบของ EF ในแต่ละด้านแล้ว ยังต้องพยายามลดปัจจัยเชิงลบต่อการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะในด้านความเครียดเรื้อรังด้วย อย่างไรก็ดี การลดความเครียดของเด็ก ไม่ได้แปลว่า ท่านต้องตามใจเด็กหรือไม่ปล่อยให้เด็กผิดหวังหรือเสียใจเลย เพราะธรรมชาติของมนุษย์เรา ก็ไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้น คนทุกคนจะต้องประสบกับความผิดหวัง ความเสียใจ การสูญเสียของรัก และการพลัดพราก ด้วยกันทั้งสิ้น ความเสียใจที่เด็กได้รับจะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้ตัวเขาแข็งแกร่งขึ้นในวันข้างหน้า และเมื่อมีความทุกข์ใจเกิดขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่า มันจะคงอยู่ตลอดไป ในวันรุ่งขึ้นทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้ จึงพอสรุปได้ว่า ความเครียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันที่เด็กต้องพบเจอ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ล้ำค่า ที่จะช่วยหล่อหลอมตัวเขาให้เข้มแข็งขึ้น แต่หากความเครียดดังกล่าว เกิดขึ้นอย่างยาวนานและต่อเนื่อง อันเป็นรูปแบบของความเครียดเรื้อรัง จะไม่เป็นผลดีกับตัวเด็กที่กระบวนการแก้ไขปัญหายังไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นหน้าที่สำคัญของท่านพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลาย ในการสอดส่องดูแลว่าบุตรหลานของท่านมีภาวะความเครียดเรื้อรังเหล่านี้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีของเด็กที่ดูวิตกกังวล ขาดความมั่นใจในตนเอง อาการไม่สดชื่น ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม ปัญหานอนไม่หลับ ฝันร้าย อารมณ์หงุดหงิดหรือก้าวร้าว อาการร้องไห้บ่อยครั้ง หรือการมีพัฒนาการที่ถดถอย อันหมายถึง การที่เด็กไม่สามารถทำสิ่งที่ตนเองเคยทำมาก่อนได้ เหล่านี้เป็นต้น ความพยายามในการสังเกตบุตรหลานของท่านว่ามีภาวะเครียดเรื้อรังหรือไม่ จะเป็นสิ่งสำคัญในการลดปัจจัยเชิงลบของพัฒนาการสมองและทักษะสมอง EF ซึ่งจะส่งผลให้เด็กๆ ของเราเติบโตขึ้นเป็นประชากรที่มีการพัฒนาของทักษะสมอง EF เป็นอย่างดีและมีสุขภาพจิตดีไปพร้อมๆ กันด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์
กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาศักยภาพสมองเด็ก สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

Related Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

บทที่ 9 ตอนที่ 6 : การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก

การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย อารมณ์สงบ เด็กจะเรียนรู้ได้ดี พัฒนาการดี แต่การจะทำให้ห้องเรียนปลอดภัย ส่วนใหญ่ทำกันเพียงทางด้านกายภาพเท่านั้น เด็กยังไม่รู้สึก “อบอุ่นปลอดภัย” เพราะครูยังใช้อำนาจ ใช้อารมณ์ มากกว่าให้โอกาส เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะว่าไม่รู้ว่าวันนี้ถ้าเจอครูคนนี้แล้วจะโดนอะไรอีก เมื่อรู้สึกเช่นนี้อารมณ์จะไม่นิ่ง แทนที่สมอง EF ที่จะพัฒนาเป็นทักษะต่างๆ จะทำงาน  กลับเป็นสมองส่วนสัญชาตญาณทำงานเพื่อปกป้องตัวเอง สมอง EF จึงไม่พัฒนา ในห้องเรียน นอกจากการตี...

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...