สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

เทคนิควิธีส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้พัฒนาทักษะอารมณ์ สังคม

ทักษะอารมณ์และสังคมเป็นทักษะทีใช้เชื่อมโยงกับการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ  เด็กๆ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้พัฒนาอารมณ์และสังคมควบคู่ไปกับการเรียนรู้วิชาการและเรื่องอื่นๆ ด้วย จากวิทยานิพนธ์เรื่อง การศึกษากระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคมสำหรับเด็กในช่วงรอยเชื่อมต่อทางการศึกษาจากชั้นเรียนอนุบาลสู่ชั้นเรียนประถมศึกษา ปีที่ 1 (งานวิจัยของใคร) ได้เสนอหลักการและแนวปฏิบัติที่จะทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้พัฒนาทักษะอารมณ์ สังคม ซึ่งคุณครูสามารถนำไปใช้ได้ไม่ยาก

ครูเป็นแบบอย่างที่ดีครูเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการควบคุมการแสดงอารมณ์ รวมถึงการยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง
• ครูเป็นต้นแบบในการแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสมและปฏิบัติต่อเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม
• ครูส่งเสริมแนวคิดการต่อต้าน (bullying) ทั้งในและนอกห้องเรียน
• ครูปลูกฝังให้เด็กปฏิบัติดีต่อผู้อื่น และสามารถเล่นด้วยกันได้อย่างร่วมมือ
• ครูเป็นแบบอย่างในการยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง โดยสามารถกล่าวคำขอโทษเมื่อตัวเองกระทำผิด
• ครูปลูกฝังแนวคิดเกี่ยวกับการทำผิดพลาดว่าเป็นการเรียนรู้มากกกว่าเป็นความผิด
สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้
เด็กสามารถยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง โดยไม่แสดงความก้าวร้าวหรือยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางเมื่อทำผิด สามารถเล่นกับเพื่อนต่างเพศหรือต่างห้องเรียนได้
ครูและเด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันโดยสามารถอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดความรู้สึกของตนเองได้อย่างตรงไปตรงมา สามารถสื่อสารข้อดีและข้อควรปรับปรุงของกันและกันได้ รวมถึงให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นด้วยเหตุผล
• ครูแสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลป้อนกลับ (feedback) แก่เด็กอย่างสม่ำเสมอ
• ครูและเด็กมีการพูดคุยหรืออภิปรายเกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ของเด็กในแต่ละวัน
• ครูสนับสนุนการแสดงพฤติกรรมที่ถูกต้องตามระเบียบของห้องเรียน
• ครูสนับสนุนให้เด็กเคารพเหตุผลและการตัดสินใจของผู้อื่น
สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้
เด็กสามารถบอกสิ่งที่ตัวเองชอบหรือทำได้ดี บอกความรู้สึกตนเองในแต่ละสถานการณ์ สามารถปฏิบัติตามกฎของห้องเรียนหรือโรงเรียนได้ เคารพในการตัดสินใจของผู้อื่น เช่น สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และสามารถหาแนวทางในการเล่นด้วยวิธีอื่นเมื่อเพื่อนปฏิเสธที่จะเล่นด้วย
ครูจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกทางความคิดอย่างอิสระโดยสามารถอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกของตนเองได้อย่างตรงไปตรงมา สามารถสื่อสารข้อดีและข้อควรปรับปรุงของกันและกันได้ รวมถึงให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นด้วยเหตุผล
• ครูสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นมิตร เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น โดยไม่มีการตัดสินว่าความคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด
• ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำกิจกรรมใหม่ๆ
สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้
เด็กสามารถทดลองปฏิบัติในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ พูดสื่อสารความต้องการของตนได้
ครูอธิบายให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบ กติกา และสิ่งที่เด็กต้องปฏิบัติในแต่ละวันรวมถึงให้แนวทางหรือตัวเลือกในการทำงานและปฏิบัติตน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เหมาะสมอย่างมีประสบการณ์
• ครูอธิบาย ทำความใจเกี่ยวกับข้อตกลง กฎ ระเบียบของห้องเรียน โรงเรียน ตั้งแต่ช่วงต้นภาคเรียน
• ครูให้ข้อมูลว่าในแต่ละวันเด็กต้องทำสิ่งใดบ้าง เพื่อให้รู้สิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า
• ครูเตรียมข้อมูลที่แสดงให้เด็กเห็นและเข้าใจสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน เช่น การติดตารางสอนให้เห็นชัดในห้องเรียน
• ครูอธิบายและสอนให้เข้าใจถึงลักษณะการแสดงอารมณ์ที่เหมาะสม โดยยกตัวอย่างสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงอารมณ์ในสถานการณ์ต่างๆ
• ครูอธิบายคำสั่งหรือสิ่งที่ต้องทำอย่างชัดเจนเป็นขั้นตอน รวมถึงบอกระยะเวลาในการทำงานแต่ละขั้น เพื่อเป็นแนวทางให้เด็กรู้ว่าควรปฏิบัติอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
• ครูให้ตัวเลือกแก่เด็กในการทำงานหรือแสดงพฤติกรรม อธิบายข้อดี ข้อเสียของแต่ละตัวเลือก เพื่อให้เด็กมีข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะเลือกกระทำอย่างไร
สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้
เด็กสามารถบอกกฎระเบียบของห้องเรียน/ โรงเรียนได้ ปฏิบัติตนตามกิจวัตรประจำวันได้ ควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ สามารถเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ดี
ครูเรียนรู้ ทำความเข้าใจลักษณะนิสัย จุดเด่น จุดด้อยของเด็กแต่ละเพื่อจะได้เข้าใจความคิดและความรู้สึกของเด็กแต่ละคน รวมถึงเพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์หาแนวทางในการพัฒนาเด็กแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ครูใช้การสังเกตเพื่อทำความรู้จักลักษณะนิสัย และการแสดงออกขั้นพื้นฐานของเด็ก เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการอบรมเด็กที่มีการแสดงออกทางอารมณ์ต่างกัน
• ครูทำความรู้จักข้อดีข้อเสียของเด็กแต่ละคน และส่งเสริมให้เห็นข้อดีของตนเองและผู้อื่น เพื่อให้เด็กเห็นว่าทุกคนมีข้อดี และใช้ชีวิตด้วยกันด้วยความเคารพต่อตนเองและผู้อื่น โดยความเคารพต่อตนเองและผู้อื่นเป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
• ครูทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของเด็กในแต่ละสถานการณ์ และให้โอกาสเด็กในการสื่อความคิด หรืออธิบายสิ่งที่กำลังเผชิญ
สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้
สามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน สามารถบอกปัญหาที่กำลังเผชิญได้

Related Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

70,274แฟนคลับชอบ
- แบบประเมิน EF Guidel -

Latest Articles

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก” สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมากเพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered)...

แม่ที่มีอยู่จริง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนชี้ว่า “แม่ที่มีอยู่จริง” เป็นต้นทางของพัฒนาการที่ก้าวหน้าของลูกและสร้างอาวุธลับที่พ่อแม่ใช้พิชิตลูกวัยรุ่น ใน12 เดือนแรกของชีวิต ทารกมีหน้าที่ “ไว้ใจโลก” และ “ไว้ใจพ่อแม่” ก่อนจะเติบโตแยกออกไปจากอกพ่อแม่ ถ้าเด็กไม่ไว้ใจโลกหรือรู้สึกว่าโลกไม่น่าไว้ใจ พัฒนาการจะหยุดหัฒนา ไม่ก้าวต่อไป เช่น ถ้าทารกคลาน นั่ง ยืน แล้วล้ม ร้องไห้ แล้วไม่มีคนสนใจมาปลอบมาอุ้ม ทารกจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้ใจ เมื่อไม่ไว้ใจก็จะไม่กล้าพัฒนาก้าวต่อไป ไม่ยืน...

สร้าง Self ที่ดีให้เด็กประถม

ปกนิตยสารไทม์เมื่อ 3 ปีก่อน มีภาพเด็กผู้หญิงนอนแล้วถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมแคปชั่น “me and my generation”  หมายความว่าเด็กในรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการปรากฏตัวต่อคนรอบข้าง  นับว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กยุคนี้มีแนวโน้มมุ่งความสนใจที่ตัวตน เป็นต้นทุนที่ดีมากในการที่จะฟูมฟักเรื่อง self ให้เข้มแข็ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ว่า “เป้าหมายของประถมศึกษาที่ควรจะเป็นในยุคหลัง 2015 คือต้องให้เด็กได้พึ่งพาตัวเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งมีฐานมาจาก self ที่เข้มแข็งนั่นเอง Self คืออะไร เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาโดยควรต้องรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่าตัวเองคือใครและจะไปยืนอยู่ตรงไหนในโลก...

จะทำให้เด็กวัยเรียน “เรียนรู้อย่างมีความหมาย” ได้อย่างไร

เรารู้กันดีว่า เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีหากมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย(meaningful learning)แต่ยังอาจไม่ชัดเจนว่าการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั้นเป็นอย่างไร มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร และควรใช้วิธีการใด ถาม : การเรียนรู้อย่างมีความหมายคืออย่างไร ตอบ :การเรียนรู้อย่างมีความหมาย คือการเรียนรู้ที่รู้ว่าจะเรียนรู้ไปเพื่ออะไร เชื่อมโยงกับตัวผู้เรียน ผู้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียนรู้จะมีผล จะกระทบต่อตัวเขาอย่างไรเรียนรู้แล้วสามารถที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงกับตัวเองได้ นำมาจัดการตัวเองได้ จัดการกับสภาพแวดล้อมได้ รู้ว่าเมื่อเรียนรู้มาแล้วจะเอาความรู้นั้นไปทำอะไรต่อ การเรียนรู้ที่มีความหมายจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความหมายต่อตัวเขาเอง และต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเขา ในบ้าน นอกบ้าน...

การเตรียมเด็กประถมให้เป็น Active Citizen หรือพลเมืองที่เข้มแข็ง

คำว่า “การเป็นพลเมืองดี พลเมืองที่เข้มแข็ง” อาจฟังดูห่างไกลจากเด็ก เป็นนามธรรมที่เด็กเล็กไม่น่าจะเรียนรู้เข้าใจได้ แต่โดยธรรมชาติพัฒนาการแล้ว เด็กในวัยประถม หน้าต่างแห่งโอกาสของการปลูกฝัง ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม สำหรับ กำลังเปิด เพราะถึงวัยที่เด็กเริ่มรับรู้เหตุผล ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฉวยโอกาสนี้ปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้เด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้ social norm โดยปรับวิธีการปลูกฝังไปกับบริบทรอบตัวเด็กให้สอดคล้องกับวัย และทำให้เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นพลเมืองดีคือการไม่ทำให้เพื่อนเสียใจ...