สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

โควิด-19 ก็กลัว…EF ก็ต้องฝึก เอาไงดี

โควิด-19 ก็กลัว…EF ก็ต้องฝึก เอาไงดี

สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้ถือว่าเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีบ้างแล้วนะครับ จากการที่ยอดผู้ป่วยรายใหม่ภายในประเทศเริ่มลดลง รวมไปถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของทางภาครัฐ ที่ทำให้พวกเราเริ่มสามารถกลับไปใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงกับสมัยก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของโรคได้บ้าง แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังต้องถือว่าสถานการณ์การระบาดยังไม่ได้จบลงซะทีเดียว พวกเราคงยังต้องระมัดระวังตัวกันต่อไปอีกสักพัก ด้วยความคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นกว่านี้ในปีหน้า

ในส่วนของเด็กๆ ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านก็คงเริ่มส่งลูกๆ กลับไปใช้ชีวิตที่โรงเรียนแล้ว ซึ่งหมอก็ขอเดาว่าท่านทั้งหลายก็คงรู้สึกโล่งใจที่ลูกจะได้เรียนหนังสืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยซะที แต่บางครั้งก็อดหวั่นๆ ไม่ได้ว่า ลูกๆ ของเราจะติดเชื้อจากโรงเรียนกลับมาบ้านหรือเปล่า หมอเองก็กังวลเช่นเดียวกันกับผู้ปกครองทุกท่านเหมือนกันครับ แต่ก็ต้องยอมรับสถานการณ์ในขณะนี้ว่าเราคงทำอะไรไม่ได้มากนัก ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เราถือโอกาสเอาเรื่องโควิด-19 มาเป็นเครื่องมือในการฝึกทักษะสมอง EF ให้ลูกๆ ของเราดีไหมครับ

ตามที่ทุกท่านคงได้ทราบแล้วว่าทักษะสมอง EF มีการพัฒนามากในช่วงวัยเด็กเล็ก และพัฒนาต่อเนื่องไปจนถึงวัยเรียน วัยรุ่น และเสร็จสิ้นในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยกระบวนการของ EF ที่มีการพัฒนามากในช่วงปฐมวัย (ช่วงอนุบาล) กับวัยเรียน (ช่วงประถมศึกษา) จะเป็นกระบวนการพื้นฐาน 3 ด้าน อันประกอบไปด้วย ความจำใช้งาน ความยับยั้งชั่งใจ และความยืดหยุ่นในกระบวกการคิด ดังนั้น การฝึก EF ในช่วงวัยนี้ ก็ควรจะเน้นที่กระบวนการดังกล่าวให้มีความมั่นคง เพื่อเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาทักษะสมอง EF ในขั้นสูงต่อไป ซึ่งหากนำมาประสานกับเรื่องการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ก็สามารถทำได้ดังต่อไปนี้ครับ

การส่งเสริมความจำใช้งานกับการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สามารถทำได้โดยการร่วมกันกำหนดสิ่งที่ลูกๆ ต้องทำเมื่อกลับถึงบ้าน โดยอาจจะกำหนดเป็นข้อตกลงหรือกติกาของบ้าน อันนี้หมอลองทำเล่นๆ ได้เป็นกติกา 4 ข้อที่เด็กๆ จะต้องจำให้ได้ เช่น ล้างมือทุกครั้งเมื่อถึงบ้าน / เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งเมื่อเข้าบ้าน / ไม่หยิบของกินด้วยมือ / ทิ้งหน้ากากอนามัยในถังขยะที่กำหนด โดยการกำหนดแบบนี้จะเป็นการฝึกให้เด็กจำกติกาของบ้าน และยังเป็นกระบวนการในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่สำคัญอีกด้วย โดยข้อตกลงหรือกติกาเหล่านี้อาจจะมีการปรับให้เหมาะสมตามอายุของเด็ก กิจกรรมที่โรงเรียน และสภาพของบ้านได้ด้วยครับ

การพัฒนากระบวนการยับยั้งชั่งใจกับการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ก็สามารถกระทำได้สอดคล้องกับการกำหนดกติกาของบ้านให้กับเด็กๆ นั่นคือการพยายามให้เด็กทำตามกติกาหรือข้อตกลงของบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะการทำตามกติกาดังกล่าว ต้องอาศัยความอดทนต่อความหิว หรือความไม่สะดวกสบาย เพื่อทำทุกอย่างตามกติกาให้เสร็จก่อน จึงถือเป็นการฝึกความอดทน และความยับยั้งชั่งใจไปในตัวครับ โดยประเด็นสำคัญคือ การทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้ติดเป็นนิสัยที่ดีของตัวเด็กต่อไปครับ

ส่วนของการเพิ่มศักยภาพด้านความยืดหยุ่นในกระบวนการคิด ก็สามารถทำได้โดยให้ลูกๆ กับคุณพ่อคุณแม่มาร่วมกันหาวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในบ้าน ซึ่งก็คือการกำหนดกติกาหรือข้อตกลงในบ้านนั่นเอง โดยลูกๆ อาจจะนำเสนอวิธีการใหม่ๆ ที่สะดวกกว่าเดิม ในการป้องกันการติดเชื้อจากโรงเรียนหรือที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่มายังที่บ้านได้ ซึ่งบางทีอาจจะเป็นวิธีการที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ คิดไม่ถึงก็เป็นได้ โดยการมาร่วมกันคิดวางแผนจะเป็นการฝึกสมองในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี และนำไปสู่ความหลากหลายของความคิดและไอเดีย ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ต่อไปครับ สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมให้คำชมเชยเมื่อเด็กได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และพยายามหลีกเลี่ยงคำตำหนิ หรือการบอกปัดสิ่งที่เด็กเสนอ เพราะจะทำให้เด็กไม่กล้าเสนอความเห็นของตัวเองในครั้งต่อๆ ไปครับ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ถ้าพวกเราเอาโจทย์ของโควิด-19 เป็นตัวตั้ง ก็สามารถนำเอามาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมทักษะสมอง EF ได้ด้วยเช่นกันนะครับ เพราะทักษะสมอง EF เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยสิ่งต่างๆ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา หมอขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันนะครับ

รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์
กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาศักยภาพสมองเด็ก สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

Related Articles

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF ในบทความก่อนหน้า หมอได้กล่าวถึงวิธีการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านต่างๆ ไว้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้นำไปใช้กับบุตรหลานของท่าน อย่างไรก็ดี มีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ไม่น้อย แต่มักจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไร นั่นก็คือ สุขภาพจิต โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นที่สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF กันนะครับ เวลากล่าวถึงสุขภาพจิต ทุกท่านก็มักจะคิดไปถึงคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรคจิตเภท คนไข้โรคซึมเศร้า หรือที่ได้ยินกันบ่อยในช่วงนี้ อย่างผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว...

บทที่ 8 ตอนที่ 4 : กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ครูคือบุคลากรสำคัญที่สุดในการสร้างคนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน ซึ่งมีการคิดค้นแนวทางและวิธีการในการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป รวมทั้งรับเอาแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF และการพัฒนา Self มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นครูที่นี่จึงต้องได้รับการฝึกฝน โดยมีกระบวนการฝึกอบรมที่น่าสนใจที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถหยิบไปใช้ได้เช่นกัน  1. เปิดตาเปิดใจ สำหรับการเป็นครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่ได้รับคัดเลือกแล้วให้สอนทันที ต้องผ่านขั้นตอนการฝึก โดยแรกเริ่ม 3 เดือนแรกที่เข้าเป็นครู ทางโรงเรียนจะให้ครูใหม่ได้ดูการเรียนการสอนและทำความใจกระบวนการทุกอย่าง แล้วให้ดูใจตัวเอง ให้ถามตัวเองว่าหลังจากได้เห็นบรรยากาศการทำงานของครู เห็นการเรียนการสอนแบบนี้รับได้หรือไม่ ถ้ารับได้จะเซ็นสัญญา 1 ปี...

บทที่ 8 ตอนที่ 3 : เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก

เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก จากการปฏิบัติตามแนวการเรียนการสอนในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ครูได้พบว่า Self ของเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมก็จะช่วยสร้าง Self ที่ดีให้เด็กด้วย ดังนี้ การเรียนรู้ของผู้เรียนจะก้าวไกลไม่ได้ ถ้าไม่มี Self-control และ Self esteem เพราะจะช่วยให้เด็กเรียนอย่างมีฉันทะ จิตศึกษา จิตวิทยาเชิงบวก กระบวนการที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF

สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF ในบทความก่อนหน้า หมอได้กล่าวถึงวิธีการส่งเสริมทักษะสมอง EF ในด้านต่างๆ ไว้หลายวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองได้นำไปใช้กับบุตรหลานของท่าน อย่างไรก็ดี มีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF ไม่น้อย แต่มักจะไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไร นั่นก็คือ สุขภาพจิต โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นที่สุขภาพจิตกับทักษะสมอง EF กันนะครับ เวลากล่าวถึงสุขภาพจิต ทุกท่านก็มักจะคิดไปถึงคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นคนไข้โรคจิตเภท คนไข้โรคซึมเศร้า หรือที่ได้ยินกันบ่อยในช่วงนี้ อย่างผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว...

บทที่ 8 ตอนที่ 4 : กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

กระบวนการฝึกครูเข้มแข็งตามแนวทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ครูคือบุคลากรสำคัญที่สุดในการสร้างคนคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน ซึ่งมีการคิดค้นแนวทางและวิธีการในการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป รวมทั้งรับเอาแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF และการพัฒนา Self มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนด้วย ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นครูที่นี่จึงต้องได้รับการฝึกฝน โดยมีกระบวนการฝึกอบรมที่น่าสนใจที่โรงเรียนอื่นๆ สามารถหยิบไปใช้ได้เช่นกัน  1. เปิดตาเปิดใจ สำหรับการเป็นครูของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่ได้รับคัดเลือกแล้วให้สอนทันที ต้องผ่านขั้นตอนการฝึก โดยแรกเริ่ม 3 เดือนแรกที่เข้าเป็นครู ทางโรงเรียนจะให้ครูใหม่ได้ดูการเรียนการสอนและทำความใจกระบวนการทุกอย่าง แล้วให้ดูใจตัวเอง ให้ถามตัวเองว่าหลังจากได้เห็นบรรยากาศการทำงานของครู เห็นการเรียนการสอนแบบนี้รับได้หรือไม่ ถ้ารับได้จะเซ็นสัญญา 1 ปี...

บทที่ 8 ตอนที่ 3 : เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก

เด็ก Self ดี เรียนรู้ได้ดี กระบวนการเรียนรู้ที่ดีสร้าง self ให้เด็ก จากการปฏิบัติตามแนวการเรียนการสอนในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ครูได้พบว่า Self ของเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมก็จะช่วยสร้าง Self ที่ดีให้เด็กด้วย ดังนี้ การเรียนรู้ของผู้เรียนจะก้าวไกลไม่ได้ ถ้าไม่มี Self-control และ Self esteem เพราะจะช่วยให้เด็กเรียนอย่างมีฉันทะ จิตศึกษา จิตวิทยาเชิงบวก กระบวนการที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น...

บทที่ 8 ตอนที่ 2 : คำถามฝึกให้เด็กสะท้อนคิด (Reflection) และสรุปการเรียนรู้ (AAR)

คำถามฝึกให้เด็กสะท้อนคิด (Reflection) และสรุปการเรียนรู้ (AAR) (ตามแนวทางจิตศึกษา โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์) เมื่อจบการทำโครงงาน งานกลุ่ม หรือการเรียนแต่ละเรื่อง หากครูเปิดโอกาสให้เด็กได้สะท้อนคิด หรือแสดงความคิดเห็นความรู้สึกต่อเรื่องที่เรียนรู้ ครูก็จะทราบว่าเด็กเกิดการเรียนรู้จริงๆหรือไม่ มีอุปสรรคปัญหาในการเรียนอย่างไร รวมทั้งเด็กได้สรุปความรู้ที่เรียนมา เกิดความเข้าใจเรื่องที่เรียนมากขึ้นเมื่อได้ฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ  เรามีชุดคำถามนำมาแนะนำให้คุณครูนำไปใช้เปิดประเด็นให้เด็กๆ ได้สะท้อนคิดและสรุปการเรียนรู้ดังนี้ ชุดคำถามนำสะท้อนคิด (Reflection)-จากกิจกรรมที่ทำหรือเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง และรู้สึกอย่างไร เพราะเหตุใด- นักเรียนเจออุปสรรคปัญหาอะไรบ้าง...

บทที่ 8 ตอนที่ 1 : การสร้าง “สนามพลังบวก” ในโรงเรียน

การสร้าง “สนามพลังบวก” ในโรงเรียน โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่หรือชุมชนที่เป็น “สนามพลังบวก”เป็นแนวคิดที่อาจารย์วิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ ได้กล่าวไว้ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้นักเรียนเมื่อมาโรงเรียนแล้ว รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ทางกายภาพคือสถานที่มีความสะอาดร่มรื่นปลอดภัย รวมทั้งได้รับการยอมรับ เคารพในความเป็นมนุษย์ ​มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ไม่ว่าระหว่างครูกับนักเรียน หรือครูกับครู สนามพลังบวกมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก สำหรับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาใช้เป็นระบบสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กที่มุ่งหมายสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งปัญญาภายนอกและปัญญาภายใน อาจารย์วิเชียรเล่าว่า “เราจะทำทุกอย่างไม่ให้เด็กรู้สึกว่าถูกบังคับ เช่น ไม่มีเสียงออด เสียงระฆัง แต่สร้างวิถีที่เป็นวัฒนธรรมที่เด็กต้องกำกับตัวเองให้ได้ในแต่ละช่วงเวลา...