Page 94 - Executive Functions ตั้งแต่ปฏิสนธิ-3 ปี
P. 94

ดังนั้น ในการพัฒนาลูก พ่อแม่ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติที่ถูกต้อง ต้องเรียนรู้                   เด็กวัยนี้ถ้าดูตามพัฒนาการแล้วสามารถฝึกให้ท�าสิ่งต่างๆ ในกิจวัตรประจ�าวันได้    ในกำรฝึกลูก

                                     เข้าใจพฤติกรรมพัฒนาการของเด็ก ไม่มองว่าอาการดื้อ ต่อต้าน การแสดงอารมณ์                        โดยพ่อแม่สอน มีกฎระเบียบให้ลูกปฏิบัติง่ายๆ เช่น จัดตารางเวลาให้เด็กท�ากิจวัตร  ต้องท�ำให้ลูกรู้สึก

                                     ของลูกเป็นปัญหา ถ้าพ่อแม่มีทัศนคติไม่ถูกต้องอาจจะตอบสนองอารมณ์เด็กในทางลบ                     ประจ�าวัน เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่าควรต้องท�าอะไรเมื่อไร เช่น ตื่นมาแล้วไปอาบน�้า   ด้วยว่ำเป็นที่รัก
                                     เช่น ดุว่า ท�าโทษ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เด็กพัฒนาเรื่องการรู้จักอารมณ์ ควบคุมอารมณ์                แปรงฟัน เสร็จแล้วกินข้าว แล้วปล่อยให้เล่นได้ ที่โรงเรียนหรือเนิร์สเซอรี่อาจจะ
                                     หรือสงบสติอารมณ์ได้ แต่กลับจะท�าให้เด็กต่อต้านและดื้อมากขึ้น  นอกจากเข้าใจ                    ใช้ระฆังตี หรือใช้เสียงเพลงบอกให้เด็กรู้ว่าต้องท�าอะไร เช่น พอเพลงนี้ขึ้นเด็กๆ   คุณพ่อคุณแม่รัก

                                     พฤติกรรมพัฒนาการของเด็กแล้ว พ่อแม่ต้องมีทักษะในการตอบสนองลูกแบบ                               ต้องเลิกเล่น เก็บของ ไปกินอาหารว่าง  เป็นกฎกติกาง่ายๆ ที่ส่วนใหญ่ท�ากันอยู่แล้ว   และเข้ำใจลูก

                                     วินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เพื่อยังคงความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกต่อไป                     แต่บางบ้านอาจจะไม่ท�า หรือไม่เห็นความส�าคัญว่าลูกควรจะตื่นหรือเข้านอน
                                     ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะท�าให้ฝึกสอน ปลูกฝังเรื่องต่างๆ แก่ลูกได้โดยง่าย โดยเฉพาะ                 เป็นเวลา ลูกจะเรียนรู้เวลาจากกิจวัตรประจ�าวันเหล่านี้  เมื่อลูกท�าได้แล้วก็จะท�าให้
                                     สมองเด็กวัยนี้มีศักยภาพพร้อมจะเรียนรู้พัฒนาอยู่แล้ว การตอบสนองที่ถูกต้อง                      การเลี้ยงลูกง่ายขึ้น เด็กท�าอะไรเป็นเวลาสม�่าเสมอ คนเลี้ยงก็จะมีเวลาพัก

                                     จะท�าให้สมองลูกพัฒนารุดหน้ายิ่งขึ้น                                                           ไม่เหนื่อยมาก และจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของลูกในภายภาคหน้า เป็นพื้นฐาน

                                                                                                                                   ให้ลูกควบคุมก�ากับตัวเองได้
                                     วินัยเชิงบวก (Positive Discipline) เพื่อพัฒนาทักษะสมอง EF                                        ในขณะเดียวกัน การฝึกวินัยลูกวัยนี้มักมีผลกระทบต่ออารมณ์ลูก ลูกอาจจะ
                                        วินัยเชิงบวก หรือ Positive Discipline คือการสื่อสารที่จะโน้มน้าว                           แสดงความรู้สึก หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเสี่ยงต่อการกระทบถึงความ

                                     ให้เด็กรู้สึกว่ากติกาที่เราก�าหนดเป็นสิ่งที่ต้องท�า ถ้าไม่ท�าแล้วจะเกิดผลเสียอย่างไร          สัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก เพราะฉะนั้น ในการฝึกต้องท�าให้ลูกรู้สึกด้วยว่า

                                     การที่เด็กได้รับการฝึกให้ท�าอะไรได้เป็นการไปกระตุ้นทักษะสมอง EF ของเด็ก                       เป็นที่รัก พ่อแม่รักและเข้าใจลูก
                                     ทั้งหมด เด็กที่ได้รับการฝึกวินัยเชิงบวกจะมีพฤติกรรมบวกโดยอัตโนมัติ มีความ                        ในการฝึกเด็กแต่ละบ้าน ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการสอน การดุว่าเด็กไม่ใช่
                                     ยับยั้งชั่งใจ ในขณะที่คนที่ไม่ได้รับการฝึกตั้งแต่เด็ก ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก               การสอน พ่อแม่ต้องให้เวลาลูกฝึกฝน เด็กอาจจะยังท�าไม่ได้ เพราะยังอยู่ในวัยที่ซน

                                     ที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นนับว่าเป็นความคุ้มค่า                 ต้องดูธรรมชาติพัฒนาการตามวัยของเด็กด้วยว่าท�าอะไรได้บ้างแล้ว แต่อย่างไร

                                     ที่จะหล่อหลอมลูกให้รู้จักควบคุมตัวเอง และเป็นเรื่องน่าเสียดายหากไม่ได้ปลูกฝัง                 ก็ต้องสอน อยู่ที่วิธีพูด สื่อสารกับลูกอย่างไรที่ท�าให้ลูกอยากควบคุมตนเองหรือว่า
                                     เรื่องนี้ ซึ่งการแก้ไขพฤติกรรมภายหลังท�าได้ยากกว่ามาก                                         อยากต่อต้าน
                                                                                                                                      หากพ่อแม่รู้ เข้าใจพฤติกรรมพัฒนาการของเด็ก จะไม่ต�าหนิ ดุว่าเด็ก

                                                                                                                                   ค�าว่า Terrible 2 หรือ “ดื้อ” ก็จะไม่มี เพราะคือธรรมชาติของเด็ก แล้วพ่อแม่

                                                                                                                                   คงต้องถามตัวเองด้วยว่าเราสอนลูกถูกต้องแล้วหรือยัง
















            94                                                                                                                                                                                                                    95
   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99