Page 110 - คู่มือ Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย
P. 110

2.12 ให้โอกาสเด็กได้รับแรงบันดาลใจ                                                              2.13  ให้โอกาสเด็กได้ฝึกทักษะทางอารมณ์-สังคม

                                   ส�ำคัญอย่ำงไร                                                                                   ส�ำคัญอย่ำงไร

                                     แรงบันดำลใจเป็นแรงผลักที่ส�ำคัญที่เกิดขึ้นภำยในใจของเด็กที่ต้องกำรจะริเริ่มท�ำสิ่งใหม่ๆ          เด็กที่มีทักษะทำงอำรมณ์-สังคม จะรู้จักและเท่ำทันอำรมณ์ของตน เช่น รู้ว่ำก�ำลัง

                                   มีเป้ำหมำยใหม่ หรือเป้ำหมำยที่ไกลขึ้น เป็นแรงผลักที่ต้องกำรเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องกำร            โกรธ ก�ำลังตื่นเต้น สำมำรถจัดกำรกับอำรมณ์และแสดงออกอย่ำงเหมำะสม จะช่ำง
                                   สร้ำงสมรรถนะที่ดีขึ้นแข็งแกร่งขึ้น หรือทักษะใหม่ๆ อย่ำงมีเป้ำหมำยที่จะให้เกิดขึ้นใน             สังเกตและมีควำมไวต่อกำรรับรู้อำรมณ์ของผู้อื่น รู้วิธีที่จะสื่อสำรและสร้ำงควำมสัมพันธ์
                                   อนำคต ขณะเดียวกันก็รักษำก�ำลังใจในปัจจุบันให้เข้มแข็ง ไม่ท้อหรือหมดหวังระหว่ำงทำง               ที่ดีกับผู้อื่น แสดงควำมเป็นผู้น�ำและผู้ตำมได้เหมำะสมกับสถำนกำรณ์ และจัดกำรกับ

                                     แรงบันดำลใจเกิดจำกประสบกำรณ์ในทำงบวกที่มีพลังที่สร้ำงควำมรู้สึกประทับใจ                       ควำมขัดแย้งได้ดี  ทักษะเหล่ำนี้เป็นทักษะส�ำคัญที่จะต้องฝึกฝนให้เกิดขึ้นกับเด็ก เพรำะ

                                   เร้ำใจ ชื่นชม ศรัทธำ ควบคู่ไปกับพลังที่มีอยู่ในใจของเด็กที่เชื่อว่ำตนเองมีศักยภำพ               จะท�ำให้เด็กมีควำมสุขกับกำรอยู่ร่วมกับเพื่อนและผู้อื่นที่แวดล้อมเด็ก เป็นที่รักของ
                                   มีควำมสำมำรถที่จะพัฒนำตนเองไปทำงที่ดีขึ้นได้ มีควำมมั่นคง มั่นใจ ไม่กลัวควำมล้มเหลว             เพื่อน ประสบควำมส�ำเร็จในกำรท�ำงำนร่วมกับกลุ่มเพื่อน น�ำไปสู่ควำมส�ำเร็จในกำร
                                                                                                                                   เรียน กำรด�ำเนินชีวิตครอบครัวและกำรงำนในอนำคต ทักษะทำงอำรมณ์-สังคมจึงเป็น
                                   บทบำทครูและวิธีกำร

                                   •  สร้ำงแรงเสริมทำงบวก เพื่อส่งเสริมให้เด็กเห็นคุณค่ำในตนเอง ตระหนักว่ำตน                       ทักษะที่จ�ำเป็นและส�ำคัญยิ่งในโลกปัจจุบันและอนำคตที่มีควำมซับซ้อนในควำม
                                     เป็นผู้ที่มีควำมสำมำรถ มีศักยภำพ ผ่ำนกำรลงมือท�ำกิจวัตรและกิจกรรมต่ำงๆ                        สัมพันธ์ของมนุษย์ อีกทั้งยังมีกำรวิจัยยืนยันว่ำ กำรก�ำกับอำรมณ์ และกำรพัฒนำทักษะ

                                     ชื่นชมควำมมุ่งมั่นเพียรพยำยำมของเด็ก ให้ก�ำลังใจเมื่อเด็กประสบควำมผิดหวัง                     EF พัฒนำไปโดยมีควำมเกี่ยวโยงกัน  และกำรส่งเสริมกำรก�ำกับอำรมณ์และฝึกฝน
                                     และชวนให้เด็กวิเครำะห์และหำทำงแก้ปัญหำด้วยตัวเอง                                              ทักษะกำรแก้ปัญหำทำงสังคม  จะเสริมพลังให้ EF แข็งแรงขึ้น

                                   •  จัดกิจกรรมทัศนศึกษำที่เด็กจะได้รับประสบกำรณ์ที่ดี เชื่อมโยงสู่ตัวเด็ก เช่น                   บทบำทครูและวิธีกำร
                                     พำเด็กไปชมงำนศิลปะ และเชื่อมโยงกับกำรท�ำงำนศิลปะในชั้นเรียนของเด็ก กำร                        •  ให้เด็กเริ่มต้นเรียนด้วยควำมสงบ สบำย ด้วยกำรทักทำยกันด้วยควำมนุ่มนวล อบอุ่น

                                     ไปเยี่ยมชมแปลงผักออแกนิคกับกำรท�ำโครงงำน “ผักสลัด” เพื่อเป็นแรงบันดำล                           อำจเพิ่มเติมด้วยกำรให้ท�ำกิจกรรมยำมเช้ำที่ให้เด็กมีควำมสงบ เช่น กำรนั่ง
                                     ให้กับเด็กที่เกิดจำกกำรมีทัศนคติที่ดีต่อกำรสร้ำงสรรค์งำนและต่อตัวเอง                            กันเป็นวงแล้วส่งดอกไม้ให้กันอย่ำงเบำมือ รับรู้ถึงกำรให้และกำรรับ สำนต่อ

                                   •  เล่ำนิทำน อ่ำนหนังสือ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่สร้ำงแรงบันดำลใจที่ดี เช่น นิทำนเรื่อง                กำรสร้ำงสัมพันธ์ที่ดีในยำมเช้ำ
                                     ฉันชื่อเจน เป็นเรื่องที่สร้ำงแรงบันดำลใจให้เด็กทั่วโลกท�ำตำมควำมฝันของตัวเอง                  •  เมื่อมำถึงโรงเรียน หรือเมื่อท�ำกิจกรรมบำงอย่ำง ให้เด็กหยิบป้ำย “ใบหน้ำที่แสดง

                                   •  ให้เด็กได้มีประสบกำรณ์ตรงกับบุคคลที่เป็นแบบอย่ำงที่เด็กรู้สึกชื่นชม เช่น นักแต่งนิทำน          อำรมณ์ หน้ำบึ้ง หน้ำยิ้ม หน้ำสงสัย หน้ำตื่นเต้นฯ” ใส่ที่ป้ำยชื่อตนเอง ครูน�ำมำพูด
                                      ผู้วำดภำพในนิทำนที่เด็กเคยอ่ำน คุณตำคุณยำยที่มำท�ำของเล่นท�ำมือให้เด็กเล่น พ่อแม่              คุยกับเด็ก “ครูเห็นหนูใส่ป้ำยหน้ำบึ้ง หนูรู้สึกอย่ำงไร อะไรท�ำให้หนูโกรธ”เด็กๆ

                                     มำเล่ำให้ฟังถึงอำชีพที่ท�ำและเชื่อมโยงกับกิจกรรมหรือสิ่งที่อยู่ในควำมสนใจของเด็กๆ               จะเห็นแบบอย่ำงของกำรสังเกตอำรมณ์ของผู้อื่น กำรแสดงถึงควำมใส่ใจ และพร้อม
                                                                                                                                     รับฟัง ซึ่งจะท�ำให้เด็กไวต่อกำรตระหนักรู้ควำมรู้สึกตนเอง เท่ำทันอำรมณ์ตนเอง

                                   •  เรำได้ให้ “โอกำสที่ดี”แก่เด็กอย่ำงเพียงพอหรือไม่                                             •  จับคู่เด็ก ผลัดกันเล่ำถึงอำรมณ์ควำมรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจำกท�ำกิจกรรม ขณะที่
                                   •  เรำได้สกัดกั้นโอกำสดีๆ ของเด็กไปโดยไม่ตั้งใจหรือไม่                                            คนหนึ่งเล่ำให้คนหนึ่งฟัง ไม่พูดแทรก รอจนเพื่อนเล่ำจบแล้วค่อยเล่ำของตัวเองบ้ำง

                                   •  เรำใจเย็นพอที่ “รอ” ให้เด็กได้คิด ไตร่ตรองได้นำนพอหรือไม่                                      กำรรับฟังจะเป็นฐำนที่ส�ำคัญต่อกำรสร้ำงสัมพันธ์ที่ดีและและเอื้อต่อกำรเข้ำใจผู้อื่น
                                   •  ให้เวลำเด็กที่จะได้ท�ำสิ่งที่เขำสนใจอย่ำงต่อเนื่องหรือไม่                                      และแสดงออกด้วยควำมเข้ำใจ
                                   •  เรำให้โอกำสดีๆ กับเด็กอย่ำงทั่วถึงแล้วหรือยัง


            110                                                                                                                                                                                                                  111
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115