สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

การเตรียมพร้อมของพ่อแม่เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นระยะต้น

การเตรียมพร้อมของพ่อแม่เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นระยะต้น

เมื่อลูกเติบโตขึ้นจนผ่านพ้นชีวิตในช่วง 10 ปีแรกไปแล้ว ลูกๆ ก็จะเข้าสู่ช่วงของวัยรุ่นในระยะต้น (Early Adolescence) อันหมายถึงเด็กอายุระหว่าง 10-13 ปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เด็กผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็วกว่าเด็กผู้ชาย คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านร่างกายและด้านจิตใจในช่วงวัยนี้ได้ชัดเจน ท่านจึงควรเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของลูกกันอีกครั้ง อันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการเติบโตของมนุษย์ ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงและการวางตัวอย่างเหมาะสมของคุณพ่อคุณแม่จะช่วยให้ลูกๆ ของเราผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างราบรื่นครับ

ลูกๆ ในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นระยะต้นจะมีการเพิ่มขึ้นของส่วนสูงอย่างชัดเจน คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะดูแตกต่างจากช่วงปีก่อนๆ มาก นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงในด้านความสูงแล้ว การปรากฏของลักษณะทางเพศก็เริ่มเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการมีขนขึ้นตามรักแร้และอวัยวะเพศ การเริ่มมีหนวด การขยายใหญ่ของอวัยวะเพศชาย และการมีเต้านมและทรวงทรงของเพศหญิง รวมไปถึงการเป็นสิว อันเป็นผลจากฮอร์โมนเพศที่มีการหลั่งออกมามากในช่วงวัยนี้ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องหมายของการเข้าสู่วัยรุ่นของลูก คุณพ่อคุณแม่จึงควรบอกให้ลูกๆ เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงวัยนี้ รวมถึงช่วยในการดูแลร่างกายที่กำลังจะพ้นจากความเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเสื้อชั้นใน การดูแลขณะมีประจำเดือน การทำความสะอาดร่างกาย เช่น การดูแลกลิ่นตัว การจัดการปัญหาสิว และการทำความสะอาดอวัยวะเพศ การเลือกที่โกนหนวด ฯลฯ เนื่องจากวัยรุ่นระยะต้นมักจะมีความกังวลต่อความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จนอาจจะนำไปสู่ความรู้สึกไม่มั่นใจได้ โดยเฉพาะรายที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวดูแตกต่างจากเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นการมีสิวที่ใบหน้า หรือร่างกายที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยรุ่นผู้ชาย คุณพ่อคุณแม่จึงควรช่วยให้กำลังใจและแนะนำลูกๆ ให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในวัยนี้ด้วยนะครับ

ในด้านจิตใจ ลูกๆ ในช่วงวัยรุ่นระยะต้นจะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่โลกทั้งใบคือบ้าน คุณพ่อคุณแม่ และพี่น้องเป็นหลัก ในวัยนี้เพื่อนจะเริ่มก้าวเข้ามาเป็นบุคคลสำคัญในโลกของลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องยอมรับและเข้าใจ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันนี้สมัยคุณพ่อคุณแม่เป็นวัยรุ่น พวกเราก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมครับ อย่างไรก็ดี สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ได้รับจากการผ่านวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่มาแล้วก็คือ ประสบการณ์ในการเลือกเพื่อนที่ดี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถให้คำแนะนำลูกๆ ถึงการคบเพื่อน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อน รวมไปถึงการวางตัวอย่างเหมาะสมต่อเพศตรงข้ามได้

ด้วยความเป็นวัยรุ่นที่ชอบความเป็นอิสระและต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ทำให้กิจกรรมในครอบครัวที่ลูกวัยรุ่นจะทำกับคุณพ่อคุณแม่อาจจะลดลง รวมถึงเริ่มที่จะไม่ทำตามคำแนะนำหรือคำสั่งของพ่อแม่ แม้ตัวเด็กวัยรุ่นในระยะนี้มักจะยังต้องพึ่งพ่อแม่อยู่มากก็ตาม นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในช่วงวัยรุ่นก็จะเริ่มสังเกตได้จากการแสดงออกของอารมณ์ที่รุนแรงมากขึ้น แม้การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ดังกล่าวจะยังไม่มากเท่ากับช่วงวัยรุ่นระยะกลาง แต่อาจจะส่งผลต่อความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ได้ และความสัมพันธ์ของพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นระยะต้นที่ไม่ค่อยดี มักจะนำไปสู่ความปัญหาความสัมพันธ์ที่เรื้อรังและปรากฏเด่นชัดในช่วงวัยรุ่นระยะกลางและปลายได้

ดังนั้น การสอนลูกวัยรุ่นระยะต้นจึงไม่ควรใช้การสั่ง การบ่น หรือการบังคับ หากแต่พยายามใช้การหาข้อตกลงร่วมกันเป็นทางออก นั่นคือ คุณพ่อคุณแม่ควรจะถามความคิดเห็นของลูกวัยรุ่นมาประกอบการตัดสินใจของคุณพ่อคุณแม่ด้วยเสมอ โดยเทคนิคสำคัญคือการรับฟังโดยไม่รีบด่วนตัดสินและหลีกเลี่ยงการสอนโดยตรง แต่ใช้การสอนทางอ้อมให้เด็กตระหนักได้ด้วยตนเอง ซึ่งการเปิดโอกาสให้ลูกแสดงความเห็นจะเป็นการบ่งชี้ว่าคุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับตัวเขา แม้สุดท้ายผลการตัดสินใจอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจตัวเขาก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ยอมรับฟังและเคารพความเห็นของตัวเขานั่นเอง

กล่าวโดยสรุป การเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจในช่วงวัยรุ่นระยะต้นเป็นเรื่องปกติของการเจริญเติบโตของมนุษย์ที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องพบเจอ อาจจะมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย การดูแลลูกที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นระยะต้นจึงถือเป็นความท้าทายที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่ในทุกยุคสมัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ การสอนลูกวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพวัยตามธรรมชาติ เน้นการมีส่วนร่วมของลูกและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน หลีกเลี่ยงการสอนหรือสั่งโดยตรง แต่สอนให้ลูกตระหนักรู้ได้ด้วยตนเอง โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ช่วยประคับประคอง เพราะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูกจะเป็นหลักสำคัญในการดูแลวัยรุ่นครับ

บทความก่อนหน้านี้ความรักกับพัฒนาการของลูก
บทความถัดไปเวทียกขบวน ชวนคิด
รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์
กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาศักยภาพสมองเด็ก สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

Related Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

บทที่ 9 ตอนที่ 9 : ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย

ลูกจะมีทักษะสมอง EF ดี พ่อแม่ต้องมีทักษะสมอง EF ดีด้วย ลูกจะมีทักษะสมอง EF ที่ดี พ่อแม่ต้องใช้หลักการวินัยเชิงบวก และพ่อแม่จะใช้วินัยเชิงบวกได้ดี พ่อแม่ก็ต้องมีทักษะสมอง EF ที่ดีด้วย ทักษะสมอง EF ด้านที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ต้องมี คือ Cognitive Flexibility หรือทักษะคิดยืดหยุ่น เพราะพ่อแม่มักเคยชินกับการใช้คำว่า “ไม่” กับเด็ก ซึ่งไม่ใช่การสร้างวินัยเชิงบวก...

บทที่ 9 ตอนที่ 8 : ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน

ขั้นตอนพัฒนาการจากวัยเด็กสู่วัยรุ่นตามทฤษฎีอีริคสัน พ่อแม่หรือครูควรเข้าใจเรื่องพัฒนาการ เรื่องความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรื่อง Self การทำงานของสมอง 3 ส่วน และเรื่องทักษะสมอง EF ด้วย จึงจะสามารถพัฒนาเด็กคนหนึ่งให้เติบโตไปเป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีพฤติกรรมแย่งของเล่นจากเพื่อน ครูปฐมวัยต้องนึกถึงวัย นึกถึงพัฒนาการเด็ก นึกถึงพัฒนาการทางสมอง นึกถึงสมอง 3 ส่วน นึกถึงทักษะสมอง EF ว่าเด็กวัยนี้มีการยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน  หรือหากก่อนหน้านี้เด็กคนนี้ไม่เคยแย่งของเล่น...

บทที่ 9 ตอนที่ 7 : พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร

พฤติกรรมไม่ดี เด็กดื้อ เกิดจากอะไร ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานร่วมกันของสมอง จิตใจ และพฤติกรรมมนุษย์ จะเห็นว่าก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงพฤติกรรมอะไรออกมา มีเรื่องของจิตใจ (Mind) เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ คือเด็กต้องรู้สึกอะไรบางอย่างก่อนจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม และความรู้สึกนั้นอาจมาจากการไม่ได้รับการสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพ่อแม่หรือครูเห็นพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกมา จะตัดสินเด็กทันที แล้วอบรมสั่งสอนเด็กที่แสดงพฤติกรรมนั้นๆ โดยไม่ได้ทบทวน ไม่ได้มองที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร กลับแก้ที่ปลายเหตุ โดยลงโทษที่พฤติกรรม ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาและบานปลายออกไปอีก เวลาผู้ใหญ่มองเด็กดื้อ มักจะเห็นพฤติกรรมไม่ดีที่แสดงออกมา ไม่มีความรู้ว่าที่เด็กแสดงออกมานั้นเกิดจากสมองที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ ไม่เข้าใจเรื่องการทำงานของสมอง...

บทที่ 9 ตอนที่ 6 : การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก

การใช้อำนาจในห้องเรียนกระทบ Self และการเรียนรู้ของเด็ก เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย อารมณ์สงบ เด็กจะเรียนรู้ได้ดี พัฒนาการดี แต่การจะทำให้ห้องเรียนปลอดภัย ส่วนใหญ่ทำกันเพียงทางด้านกายภาพเท่านั้น เด็กยังไม่รู้สึก “อบอุ่นปลอดภัย” เพราะครูยังใช้อำนาจ ใช้อารมณ์ มากกว่าให้โอกาส เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะว่าไม่รู้ว่าวันนี้ถ้าเจอครูคนนี้แล้วจะโดนอะไรอีก เมื่อรู้สึกเช่นนี้อารมณ์จะไม่นิ่ง แทนที่สมอง EF ที่จะพัฒนาเป็นทักษะต่างๆ จะทำงาน  กลับเป็นสมองส่วนสัญชาตญาณทำงานเพื่อปกป้องตัวเอง สมอง EF จึงไม่พัฒนา ในห้องเรียน นอกจากการตี...

บทที่ 9 ตอนที่ 5 : สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม

สอนเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง สร้าง Self และทักษะสังคม การที่ผู้ใหญ่สะท้อนอารมณ์ของเด็ก บอกให้เด็กรู้ว่าตัวเด็กกำลังรู้สึกอย่างไร จะทำให้เด็กรู้สึกมี Self มีตัวตน เพราะความรู้สึกนึกคิดและสิ่งที่เขาแสดงออกมานั้น ผู้ใหญ่เห็น ได้ยิน ให้ความสนใจ และการที่ผู้ใหญ่บอกว่าอารมณ์นั้นเรียกว่าอะไร เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ อย่างเช่นที่สถาบัน 101 Educare Center ในวันเปิดเทอมแรกๆ เมื่อเด็กมาเรียนแล้วร้องไห้ ครูจะสะท้อนอารมณ์เด็ก โดยพูดว่า “หนูร้องไห้ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ อยากไปหาคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”...