สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

Self ที่ดี ตัวตั้งต้นสมองและสุภาพจิตที่ดี

จากประสบการณ์เป็นจิตแพทย์มายาวนาน นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ พบว่าอุบัติการณ์หนึ่งที่พบมากขึ้นในเด็กวัยรุ่นคือการกรีดข้อมือ พร้อมอธิบายว่า การกรีดทำให้เจ็บ ได้เห็นเลือด เป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองมีตัวตนและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น ฝ่าไฟแดง ติดเอดส์ หรือกรีดข้อมือ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีตัวตน“ไม่มีตัวตนก็ไม่มีตัวเองให้รัก”

สาเหตุมาจากพื้นฐานชีวิตในวัย 3 ขวบปีแรกที่เลวร้าย เด็กบางคนถึงขั้นกรีดตัวเองทุก3 เดือน ซึ่งรักษาได้ยากมาก

เพราะฉะนั้น 3 ปีแรกของชีวิตจึงสำคัญมากในช่วงเวลานี้เด็กมีงานสำคัญคือสร้างตัวเอง หรือตัวตน (self) โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered) โดยมีกระบวนการ3 ขั้นตอนคือ

  • “แม่ที่มีอยู่จริง”มีผู้เลี้ยงดูที่ให้ความรักความอบอุ่น ดูแลใกล้ชิด มีปฏิสัมพันธ์ด้วย
  • สายสัมพันธ์มีความรักความผูกพันกับผู้เลี้ยงดู ใกล้ชิด
  • สร้างตัวตน

มีแม่ มีสายสัมพันธ์ มีตัวตน เป็นกระบวนการ3 ขั้นตอนเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดพร้อมกัน ด้วยความเข้มข้นต่างกัน การสร้าง “แม่ที่มีอยู่จริง” เข้มข้นและสูงใน 6 เดือนแรก สายสัมพันธ์เกิดขึ้นพร้อมกันและมากขึ้นทุกวัน ส่วนตัวตนเกิดขึ้นหลัง6 เดือน แล้วเข้มข้นที่อายุ2 ขวบครึ่ง ก่อนเด็กจะแยกตัวเป็นบุคคลอิสระที่ 3 ขวบ

           เมื่อเข้าสู่วัย 3 ปี เด็กที่มี “แม่ที่มีอยู่จริง” จะสร้างตัวตนขึ้นมา เมื่อรู้ว่ามีตัวตน ทำอะไรได้เอง เด็กจะแยกตัวออกมา เรียกว่า separation and individuation (การแยกตัวของลูกเพื่อเป็นบุคคลอิสระออกจากแม่) การแยกนี้ “มีเลือด มีบาดแผล” ถ้าดูแลไม่ดี ตามหลักจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์กล่าวว่า จะเป็นต้นกำเนิดของพยาธิสภาพทางจิตในอนาคต การถูกพรากจากหรือเผชิญเหตุการณ์รุนแรงในช่วง 3 ขวบ มีผลกระทบต่อคนไข้วัยรุ่นอย่างมาก
           กระบวนการการแยกจากเกิดขึ้นขณะที่บางครอบครัวส่งลูกไปโรงเรียน เด็กที่ไปโรงเรียนตั้งแต่ 2 ขวบครึ่ง แล้วโรงเรียนให้เด็กมีโอกาสเล่น ครูจะ “ซ่อมแผล” นี้ให้ได้ นับว่าโชคดี  แต่เด็กหลายคนไปโรงเรียนเพื่อไปเรียนหนังสือ  หากครูไม่เข้าใจเรื่องพัฒนาการเด็ก เด็ก 4 ขวบครึ่งแล้วยังเขียนหนังสือหรือเขียนตามเส้นประไม่ได้เด็กจะถูกครูดุ เมื่อกลับมาบ้านถูกพ่อแม่ดุซ้ำอีก พ่อแม่บางคนถึงกับส่งลูกไปติว ซึ่งการเขียนไม่ได้นั้นไม่ใช่ความผิดของเด็ก แต่เป็นเพราะพัฒนาการด้านร่างกายยังไปพร้อม กล้ามเนื้อมือยังไม่แข็งแรงพอ
           สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการทำลาย self esteem ของเด็กอย่างมาก ซี่งพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องนี้ ทั้งเรื่องพัฒนาการ และไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ ขณะเดียวกันยังมีสื่อโซเชียลเข้ามาแย่งเวลาพ่อแม่และลูกไปอีก

สร้าง self esteem ผ่านการเล่น

พ่อแม่และครูต้อง “ใจถึง” เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่น ได้ทำ ได้ทดสอบพลังกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ โดยคอยดูแลอยู่ห่างๆ ให้กำลังใจและชมเชยในความพยายามไม่ว่าผลงานจะออกมาอย่างไร เพื่อส่งเสริม self esteem ให้กับเด็ก         

เช่นการเล่นทราย ต้องปล่อยให้เด็กได้ตัก ได้จับ ได้ใช้มือบีบ ขยำ ปั้นทั้งทรายแห้งและทรายเปียก        การระบายสี ยิ่งดีถ้าเด็กได้ยืนวาดรูปที่ผนัง เพราะท่ายืนจะช่วยพัฒนาการทำงานประสานสัมพันธ์กันระหว่าง มือ สายตา เท้า และไขสันหลัง  หากพ่อแม่คอยปรบมือให้กำลังใจ ก็จะยิ่งเพิ่มความรู้สึกภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าของตนเอง และมีกำลังใจที่จะทำต่อไป            

ให้ลูกทำงานบ้าน สร้าง self control
        นอกจากการเล่นที่ใช้10 นิ้วซึ่งช่วยพัฒนาทักษะสมองEF แล้ว ยังมีงานบ้านที่เด็กได้ใช้10 นิ้วทำด้วย แต่งานบ้านต่างกับการเล่นที่ไม่สนุก น่าเบื่อ ใช้เวลานาน ดังนั้นการทำงานบ้านจึงต้องการความสามารถที่เรียกว่า  self controlคือการที่ต้องควบคุมตัวเองให้ทำงานจนเสร็จ มี focus ตั้งใจมั่น และต้องมี delayed gratification คือความสามารถของจิตใจที่จะประวิงเวลาที่มีความสุขออกไปก่อน ไม่ใจเร็วด่วนได้ “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” ได้
        นอกจากนั้นยังมีการควบคุมตนเองที่ยากขึ้นไปอีก ที่เรียกว่า  reverse delayed gratification ทิศทางย้อนกลับของการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน เช่น กำลังเล่นเกม เล่นสนุกกับเพื่อน แล้วแม่บอกให้เลิกเล่น ให้ไปทำการบ้าน ท่องหนังสือ เป็นการวางความสุขแล้วกลับไปหาความยาก ซึ่งเป็นเรื่องยากที่สุด 
        การให้เด็กต้องทำการบ้าน ท่องหนังสือ ไปเรียนพิเศษ ทำตารางการเรียนพิเศษ ทำตารางการท่องหนังสือ ไม่ต้องทำอย่างอื่น เป็น “กิจกรรมเชิงเดี่ยว” ที่อาจจะฝึกให้เด็กได้วางแผน ได้ทำตามแผน แต่ไม่ได้ทำให้เกิดทักษะสมองEF มากเท่ากับการที่เด็กเมื่อกลับมาบ้านหลังเลิกเรียนหรือในวันหยุด ต้องช่วยขายของ ทำงานบ้าน ล้างจาน ซักผ้า ตากผ้า ถูบ้าน เก็บขยะ รดน้ำต้นไม้ แล้วจึงทำการบ้านและท่องหนังสือ ซึ่งเป็น “กิจกรรมเชิงซ้อน”
        เด็กจะต้องทั้ง focus ตั้งใจมั่น ต้องผ่านสิ่งที่เรียกว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน”(delayed gratification)ภายใต้กิจกรรมเชิงซ้อน (complex activity)ซึ่งเด็กจะต้องวางแผน เช่น ขายก๋วยเตี๋ยวอย่างไรให้เร็ว แล้วพ่อแม่ได้กำไร ถูบ้านอย่างไรให้เร็วแล้วไม่ถูกจับได้ว่าไม่สะอาด ท่องหนังสืออย่างไรให้เร็วเพื่อจะสอบเข้าคณะที่ตัวเองต้องการ จะท่องวิชาใดอย่างไร ตัวเด็กเองเป็นผู้กำหนดเอง ควบคุมตัวเองเอง ไม่ใช่พ่อแม่
ดังนั้น ควรเปิดโอกาสเด็กวัยอนุบาลได้เล่นและฝึกทำงานบ้าน เพื่อให้ได้ใช้นิ้วมือให้มาก และเป็นพื้นฐานในการจะควบคุมตัวเองต่อไป

บทความก่อนหน้านี้แม่ที่มีอยู่จริง
บทความถัดไปอย่ามา “No”

Related Articles

เทคนิคการฝึกความจำใช้งาน

เทคนิคการฝึกความจำใช้งาน ในบทความครั้งก่อน หมอได้พูดถึงเทคนิคที่ช่วยในการส่งเสริมทักษะสมอง EF ให้กับเด็กๆ ของเราในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งก็ได้เน้นเกี่ยวกับการนำสถานการณ์ที่เด็กๆ ต้องได้พบเจอในหนึ่งวัน สิ่งของหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเด็กมาใช้ในการฝึกกระตุ้นทักษะสมอง EF ในภาพรวม อย่างไรก็ดี ตัวทักษะสมอง EF เองยังมีองค์ประกอบพื้นฐาน อันจัดเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะสมอง EF ไปสู่กระบวนการขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การควบคุมตนเอง และการลงมือปฏิบัติ โดยองค์ประกอบพื้นฐานของทักษะสมอง EF เหล่านี้จะประกอบไปด้วย (1)...

ความรู้ฐานราก 3 มิติในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในทางหลักการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทยไม่ว่าโดยหน่วยงานด้านอนามัยแม่และเด็ก หรืองานด้านการศึกษา ต่างได้ให้ความสำคัญและมุ่งดำเนินการตามแนวทาง “พัฒนาการ 4 ด้าน” ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ต่อเนื่องมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ในทางปฏิบัติ กล่าวได้ว่า เมื่อเติบโตเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับอนุบาล ประถมและมัธยมนั้น พัฒนาการด้านอื่นๆ ของเด็กๆ ก็ถูกละเลยไปเกือบสิ้น...

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19 ตามที่ได้กล่าวไว้ในบทความของเดือนก่อนว่า รอบนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ให้กับลูกๆ ของพวกเรา อันจะไปช่วยแก้ปัญหาการเสียโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กๆ และปัญหาความเหนื่อยล้าในการดูแลลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ในยุคนี้ได้ กิจกรรมและหลักในการดูแลเด็กดังกล่าวมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ “โลกนี้คือละคร” โดยหลักการแล้วเป็นการกระตุ้นเตือนให้คุณพ่อคุณแม่พึงระลึกว่า ทุกๆ การกระทำของท่าน จะมีสายตา (อย่างน้อย) คู่หนึ่งคอยดูอยู่ตลอด เปรียบเสมือนละครชีวิตที่มีคนเฝ้าติดตาม ดังนั้น ทุกๆ พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่จะถูกลูกๆ...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

73,285แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

เทคนิคการฝึกความจำใช้งาน

เทคนิคการฝึกความจำใช้งาน ในบทความครั้งก่อน หมอได้พูดถึงเทคนิคที่ช่วยในการส่งเสริมทักษะสมอง EF ให้กับเด็กๆ ของเราในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งก็ได้เน้นเกี่ยวกับการนำสถานการณ์ที่เด็กๆ ต้องได้พบเจอในหนึ่งวัน สิ่งของหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเด็กมาใช้ในการฝึกกระตุ้นทักษะสมอง EF ในภาพรวม อย่างไรก็ดี ตัวทักษะสมอง EF เองยังมีองค์ประกอบพื้นฐาน อันจัดเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะสมอง EF ไปสู่กระบวนการขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน การควบคุมตนเอง และการลงมือปฏิบัติ โดยองค์ประกอบพื้นฐานของทักษะสมอง EF เหล่านี้จะประกอบไปด้วย (1)...

ความรู้ฐานราก 3 มิติในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในทางหลักการ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทยไม่ว่าโดยหน่วยงานด้านอนามัยแม่และเด็ก หรืองานด้านการศึกษา ต่างได้ให้ความสำคัญและมุ่งดำเนินการตามแนวทาง “พัฒนาการ 4 ด้าน” ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ต่อเนื่องมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ในทางปฏิบัติ กล่าวได้ว่า เมื่อเติบโตเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับอนุบาล ประถมและมัธยมนั้น พัฒนาการด้านอื่นๆ ของเด็กๆ ก็ถูกละเลยไปเกือบสิ้น...

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19

กิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในยุคโควิด-19 ตามที่ได้กล่าวไว้ในบทความของเดือนก่อนว่า รอบนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF และการเรียนรู้ให้กับลูกๆ ของพวกเรา อันจะไปช่วยแก้ปัญหาการเสียโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กๆ และปัญหาความเหนื่อยล้าในการดูแลลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ในยุคนี้ได้ กิจกรรมและหลักในการดูแลเด็กดังกล่าวมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ “โลกนี้คือละคร” โดยหลักการแล้วเป็นการกระตุ้นเตือนให้คุณพ่อคุณแม่พึงระลึกว่า ทุกๆ การกระทำของท่าน จะมีสายตา (อย่างน้อย) คู่หนึ่งคอยดูอยู่ตลอด เปรียบเสมือนละครชีวิตที่มีคนเฝ้าติดตาม ดังนั้น ทุกๆ พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่จะถูกลูกๆ...

วิกฤตไวรัสโควิด-19 กับโอกาสที่ขาดหายไปของเด็ก

ตอนนี้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยของเรานั้นจัดว่าค่อนข้างรุนแรงมากทีเดียวนะครับ เพราะทั้งยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ และยอดผู้เสียชีวิตนั้นยังคงดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันนำไปสู่การออกมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเฉพาะการปิดสถานศึกษาในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดสูง ทำให้เด็กๆ ของเราในยุคนี้ต้องเรียนจากที่บ้านเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์หรือการไปเอาอุปกรณ์การเรียนจากโรงเรียนที่คุณครูเตรียมให้มาเรียนรู้ที่บ้าน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวถือเป็นความพยายามในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างเช่นตอนนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่า ไม่สามารถทดแทนการเรียนตามวิถีปกติเดิมในโรงเรียนได้ ไม่นับความรู้ทางวิชาการที่เด็กๆ จะไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่เหมือนกับตอนเรียนที่โรงเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการขาดโอกาสในการเรียนรู้ชีวิตและกระบวนการต่างๆ ที่สำคัญอันจะได้กล่าวถึงต่อไป การเรียนที่บ้านโดยผ่านระบบออนไลน์จะทำให้เด็กขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คุณครู และบุคลากรอื่นๆ ในโรงเรียน เพราะการดำเนินชีวิตตามแนวชีวิตวิถีใหม่หรือความปกติใหม่ (new...

การนอนหลับกับการพัฒนาสมองและ EF

การนอนหลับกับการพัฒนาสมองและ EF โดยปกติแล้ว เดือนมิถุนายนมักจะเป็นเดือนแห่งการเปิดภาคการศึกษาของเหล่านักเรียนและนักศึกษา เป็นเดือนแห่งความแปลกใหม่กับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากการอยู่บ้าน ความสนุกในการได้พบปะกับเพื่อนๆ รวมถึงความกังวล (บ้าง) ในการได้เจอกับคุณครูประจำชั้นคนใหม่ แต่ในปีนี้ ซึ่งกำหนดการเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้บรรยากาศการเปิดภาคการศึกษาในปีนี้ดูจะแปลกไปพอสมควรนะครับ หวังว่าทุกอย่างจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติในเร็ววัน เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กๆ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมต่อไปครับ เมื่อพูดถึงช่วงเวลาของการเปิดภาคการศึกษา สิ่งหนึ่งที่มักจะพบได้บ่อยๆ ในช่วงเปิดภาคเรียนก็คือ รถติดหนักมาก ทำให้เด็กๆ มักจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาโรงเรียน ทำให้ระยะเวลาการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือแม้แต่ในตอนนี้ที่ยังไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียน แต่เป็นการเรียนออนไลน์ ก็พบว่าเด็กๆ...