สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

จากโรงเรียนสู่บ้าน ช่วยกันพัฒนา EF ให้เด็ก

โรงเรียนและบ้าน คุณครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน จึงจะพัฒนา EF ได้ผลดี
เช่นเดียวกับการพัฒนาเด็กทุกๆ ด้าน หากโรงเรียนและบ้าน คุณครูและผู้ปกครองร่วมมือกัน การพัฒนา EF ในเด็กจึงจะได้ผลดี มีวิธีการขั้นตอนต่างๆ ที่เด็กควรจะต้องได้รับการดูแลร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับที่บ้านดังนี้

1. เมื่อเด็กมาถึงชั้นเรียน ให้เด็กเอาการบ้านกับสมุดเซ็นของพ่อแม่ออกจากกระเป๋ามาวางไว้บนโต๊ะ
2. คุณครูตรวจเช็คว่าการบ้านเรียบร้อย พ่อแม่เซ็นสมุดหรือไม่
3. คุณครูเขียนตารางเรียนของวันนี้ไว้บนกระดานให้เห็นชัดๆ และคุณครูอ่านให้ฟังว่าวันนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง
4. ให้เด็กๆ นำอุปกรณ์การเรียนไว้ในลิ้นชักโต๊ะ
5. คอยเตือนให้โต๊ะของเด็กๆ ละอาด ไม่มีของวางเกะกะ ถ้าของใหญ่ใส่ในลิ้นชักไม่ได้ ก็หาชั้นวางให้เด็กๆ ได้วางข้าวของ
6. ใช้สีช่วยในการแบ่งแยกสมุดวิชาต่างๆ เพื่อให้เด็กจำได้ง่าย
7. คุณครูคอยเตือนบอกเวลา เช่น อีก 10 นาทีเราจะทำอะไร….
8. ให้เด็กๆ ช่วยกันนับ 1-5 เพื่อให้ทุกคนเตรียมความพร้อมและตั้งใจเริ่มต้นหรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมกัน
9. ทำรายการกิจกรรมประจำวันให้เด็กติดไว้ที่โต๊ะ และเมื่อทำกิจกรรมแล้วก็เช็ครายการนั้น
10. แบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆ และให้ทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มสีฟ้า ให้ไป…..
11. ให้เด็กนั่งทำงานในอิริยาบถหรือสถานที่ต่างๆ ได้ ไม่ใช่ต้องนั่งที่เดิมตอลดเวลา
12. กำหนดพฤติกรรมที่อยากเห็นจากเด็ก แล้วให้ทำซ้ำๆ
13. เขียนการบ้านไว้บนกระดาน ก่อนกลับบ้านให้เด็กจด
14. ย้ำกับเด็กๆ ให้ทำการบ้าน เอาสมุดให้พ่อแม่เซ็น และเก็บข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ
15. ดูแลให้เด็กๆ ใส่สมุดการบ้านกับเครื่องเขียนลงในกระเป๋า
16. ใช้เว็บไซต์ของโรงเรียนในการสื่อสารเรื่องการบ้าน ประกาศหรือสื่อสารสิ่งที่ผู้ปกครองควรทราบ หรือใช้วิธีเขียนจดหมายก็ได้
17. เมื่อเด็กถึงบ้าน พ่อแม่ดูแลให้เด็กทำการบ้านทันที
18. ให้เด็กนั่งทำงานในบริเวณที่สงบ และพ่อแม่มองเห็น
19. พ่อแม่ต้องช่วยตรวจตราการบ้านว่าทำเรียบร้อยและลงนามรับรอง
20. ดูแลให้ลูกเก็บสมุดการบ้านและอุปกรณ์ใส่ในกระเป๋า และเตรียมวางกระเป๋าไว้ที่ข้างประตู ตอนเช้าจะได้หยิบสะดวก ไม่หลงลืมอะไร

Reference : http://www.theinclusiveclass.com

“โรงเรียนและบ้าน คุณครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน จึงจะพัฒนา EF ได้ผลดี”

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...