สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

หน้าแรก EF สำหรับคุณครู

EF สำหรับคุณครู

เด็กยุคใหม่ต้องคิดยืดหยุ่น คิดนอกกรอบ

ในโลกยุคใหม่ คนที่รู้จักคิดยืดหยุ่น คิดนอกกรอบ จะได้เปรียบ ปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายได้ดี แก้ปัญหาเก่ง มีมุมมองใหม่ๆ กล้าที่จะคิดใหม่ทำใหม่ รวมถึงมีความคิดสร้างสรรค์ รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในชีวิตของคนๆ หนึ่งนั้น การจะมีความยืดหยุ่นทางความคิด ต้องเริ่มจากการรู้จักยับยั้งชั่งใจคิดไตร่ตรอง (Inhibit) ก่อน และมีความจำที่ดี (Working Memory) เป็นพื้นฐาน...

หงุดหงิด ต่อต้าน เพราะคิดยืดหยุ่นไม่เป็น

เด็กที่คิดยืดหยุ่นไม่เป็น มักจะอึดอัดคับข้องใจเมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ๆ แล้วแสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็น เช่น แสดงอาการหงุดหงิด ต่อต้าน เมื่อมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยชิน ปรับตัวยาก เด็กที่คิดยืดหยุ่นไม่เป็น มักจะอึดอัดคับข้องใจเมื่อเจอสถานการณ์ใหม่ๆ แล้วมักแสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็น เช่น แสดงอาการหงุดหงิด ต่อต้าน หรือเมื่อมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยชิน เช่น หงุดหงิดต่อต้านเมื่อของถูกย้ายที่ เมื่อเปลี่ยนอาหาร เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนครูใหม่ หรือแม้แต่เปลี่ยนตารางกิจวัตรประจำวัน ปรับตัวยากเมื่อพบเจอเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ๆ บางครั้งเป็นปัญหาจนไม่สามารถทำกิจกรรมในชั้นเรียนได้ ความคิดยืดหยุ่น หรือ...

เหวี่ยงง่ายวีนบ่อย ประสบความสำเร็จยาก

การควบคุมอารมณ์ตนเองให้แสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ถือเป็นทักษะสำคัญต่อความสำเร็จของมนุษย์เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนตั้งแต่เด็ก จึงจะควบคุมตัวเองได้ดีเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ สภาวะอารมณ์ของเด็กมีผลต่อความพร้อมในการเรียนอย่างมาก และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตภายภาคหน้า เพราะไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนเจ้าอารมณ์ คนที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อารมณ์เหวี่ยงไปมา จะหาความสุขได้ยาก แม้จะเป็นคนเก่งแค่ไหนก็ไม่มีใครอยากคบหา ทำงานร่วมกับคนอื่นก็ยาก ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะลูกน้องหรือหัวหน้า นับเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการประสบความสำเร็จ การควบคุมอารมณ์ตนเองให้แสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ถือเป็นทักษะสำคัญต่อความสำเร็จของมนุษย์ เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนตั้งแต่เด็กจึงจะควบคุมตัวเองได้ดีเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กบางคนไม่ได้รับการฝึกจึงกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์เสียสมดุลทางความรู้สึกได้ง่าย ขัดแย้งกับคนอื่นง่าย ไม่มีความสุข ทักษะการควบคุมอารมณ์นอกจากหมายถึงรู้จักควบคุมอารมณ์ให้แสดงออกอย่างเหมาะสมเมื่อโกรธ ผิดหวัง หรือเสียใจแล้ว ยังคือความสามารถในการปรับอารมณ์ที่โกรธ ผิดหวัง เสียใจนั้นให้คืนสู่สภาวะปกติได้ด้วย ไม่จมดิ่งอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนานเกินไปจนไม่เป็นอันทำอะไร รู้จักควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง ไม่ตื่นเต้น...

เด็กเล็กฝึกให้ควบคุมอารมณ์ได้แล้วจริงหรือ?

การควบคุมอารมณ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเด็กรู้จักยับยั้ง (Inhibit) รู้จักหยุดคิดและควบคุมการกระทำของตัวเอง ทักษะสำคัญอีกอันที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมอารมณ์ ก็คือการคิดยืดหยุ่น เปลี่ยนความคิดได้ ไม่ยึดติดความคิดเดิม คุณครูคงต้องเผชิญกับความเจ้าอารมณ์ของเด็กบ่อยๆ และสงสัยว่าเราจะสอนเด็กเล็กให้รู้จักควบคุมอารมณ์ได้ไหม เด็กเล็กสามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้วหรือ? รศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ยกตัวอย่างให้ดูดังนี้ เมื่อเด็กคนหนึ่งถูกเพื่อนแกล้งให้เจ็บ หากเด็กไม่มีทักษะด้านการควบคุมอารมณ์ที่ดี ก็จะตีเพื่อนให้เจ็บกลับไปเช่นเดียวกันทันที แต่ถ้าเด็กมีการควบคุมอารมณ์ที่ดีจะอาศัยทักษะด้านการยับยั้งตนเองไม่ให้โต้ตอบกลับแบบเดียวกัน การหยุดได้นี้จึงนับเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสุดของการที่มนุษย์เราจะรู้จักควบคุมอารมณ์ หากขาดทักษะด้านการยับยั้ง (Inhibit) เสียแล้ว การควบคุมอารมณ์ก็จะเกิดขึ้นได้ยาก เมื่อเด็กหยุดและควบคุมการกระทำของตัวเองได้แล้วทักษะสำคัญอีกอันที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมอารมณ์ ก็คือการคิดยืดหยุ่น เปลี่ยนความคิดได้ ไม่ยึดติดความคิดเดิม...

อย่าปล่อยให้เด็กเป็น “รถที่เบรกแตก”

EF, Inhibitory Control คือความสามารถในการควบคุมแรงปรารถนาของตนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมได้ในเวลาที่เหมาะสม เด็กที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ จะเหมือน ”รถที่ขาดเบรก” อาจทำสิ่งใดๆ ไปโดยไม่คิด หรือมีปฏิกิริยาตอบโต้สิ่งต่างๆ ไปในทางที่สร้างปัญหา ลองนึกภาพรถที่เบรกแตกดู...โครม!! จะต้องเกิดความเสียหายตามมาอย่างแน่นอน คนเราก็เช่นกัน ถ้าตกอยู่ในสภาพเบรกแตก ยั้งอารมณ์ไม่อยู่ ก็ต้องเกิดเรื่องร้ายๆ ตามมา เช่นโมโหแล้วอาละวาด ด่าทอ ขว้างปาข้าวของ เสียใจแล้วร้องไห้ฟูมฟาย เสียสติ ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายผู้อื่น...

การทดสอบที่บอกว่า เด็กยับยั้งชั่งใจได้ดีแค่ไหน

งานวิจัยที่พบว่า เด็กที่มี EF แข็งแรง สามารถกำกับควบคุมตนเองได้ สามารถพัฒนาไปเป็นวัยรุ่นที่มีความสามารถในการเรียนรู้ และเข้าสังคมได้ดี ประสบผลสำเร็จในการเรียน ทำคะแนนสอบ SAT ได้ดี ในปี 1968 Prof. Dr. Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmallow Test (ดูได้จากwww.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามานั่งในห้องกระจกสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่วิจัยเข้าไปบอกเด็กว่า...

วิธีสำรวจว่าเด็กยับยั้งชั่งใจได้ดีแค่ไหน

คำว่ายับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) คือ การควบคุมความสนใจ อารมณ์ และพฤติกรรมให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ คำว่ายับยั้งชั่งใจ (Inhibitory Control) หรือการควบคุมความสนใจ อารมณ์ และพฤติกรรมให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ที่จริงแล้วมีความหมายกว้างมาก ไม่ได้หมายถึงเพียงการยับยั้งชั่งใจต่อความอยาก ความต้องการเท่านั้น คุณครูอาจจะสังเกตทักษะความสามารถในการยับยั้งชั่งใจของเด็กในชั้นเรียนได้ดีขึ้น เมื่อเข้าใจขอบเขตของความสามารถนี้ทั้งหมด ซึ่งได้แก่ ใจจดจ่อ ไม่วอกแวก เช่น เด็กตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ทำไปเล่นไป มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ง่าย แม้จะล้มเหลว ทำไม่ได้ผล...

แนวทางการพัฒนาการกำกับตนเองสู่เป้าหมาย

เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการเติบโตของลูก การพัฒนาทักษะความสามารถในการกำกับตนเองสู่เป้าหมาย (Self-Directed Executive Functions) จะเกิดขึ้นได้จากการที่ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้กำหนดการกระทำด้วยตนเอง จะทำอย่างไร เมื่อไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น อยากให้คุณครูทราบว่า การกำกับตนเองสู่เป้าหมาย (Self-Directed Executive Functions) เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการเติบโตของเด็ก การพัฒนาทักษะความสามารถ EF ด้านนี้ จะเกิดขึ้นได้จากการที่ผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้กำหนดการกระทำด้วตนเอง ดังแนวทางการพัฒนาการกำกับตัวเองต่อไปนี้ ที่ผู้ใหญ่เป็นผู้วางเป้าหมายไว้ให้ แต่จะปล่อยให้เด็กกำหนดกติกาด้วยตัวเองว่าจะทำอย่างไร เมื่อไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เป็นการผลักดันเด็กให้มี...
74,430แฟนคลับชอบ
- EF Development Tools -

Latest Articles

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 10): สมองเด็กในภาวะสงคราม

สมองเด็กในภาวะสงคราม สมองของเด็กประมาณ 90 % พัฒนาในช่วงอายุ 5 ขวบ นั่นหมายความว่า เด็กคนหนึ่งที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นคนเช่นไรนั้น ประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เกิดมาถึง 5 ขวบมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการทำงานของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตที่เหลือทั้งหมด เด็กที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางภาวะสงคราม เช่นที่เกิดในยูเครนขณะนี้ หรือเกิดในช่วงสงครามซีเรียและสงครามอื่นๆ ทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในช่วงต้นของชีวิต ทั้งประสบการณ์ความรุนแรงโดยตรงที่เจอกับตนเอง...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 9) : กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน

กิจกรรมฝึกฝน EF ในเด็กวัย 18-36 เดือน เด็กวัยขวบครึ่งเริ่มพูดได้ไปจนถึงอายุ 3 ขวบ (18-36 เดือน) เป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาการด้านภาษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) และการควบคุมตนเอง ภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดและการกระทำของตนเอง วางแผนการทำสิ่งต่างๆในสมอง และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เด็กสามารถไปเข้าใจและสามารถทำตามกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ ในช่วงวัยนี้ หากครอบครัวใดที่พ่อแม่มาจากครอบครัวที่ใช้ภาษาต่างกัน หรือสามารถใช้ภาษากับลูกทั้ง 2 ภาษาเป็นเรื่องดีที่จะใช้ประโยชน์จากภาษาที่แตกต่างกันในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า           เมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 8) : การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน

การฝึกฝน EF ในเด็กวัย 6-18 เดือน ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เป็นทักษะสำคัญของชีวิตในการดำเนินภารกิจในแต่ละวันให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ  การทำงานของทักษะนี้เปรียบได้ง่ายๆเหมือนกับศูนย์บังคับการบิน ที่คอยจัดการให้เครื่องบินแต่ละลำขึ้นและลงจอดได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยในสนามบิน ทักษะสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ดึงเอาข้อมูลและประสบการณ์เดิมที่เรามีอยู่ในสมองออกมาใช้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ทำให้สามารถจดจ่ออยู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าและเป้าหมาย กรองเอาสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นและขัดขวางการทำงานออกไป และสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำเมื่อสถานการณ์ต่างไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้ง หรือแม้แต่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อจำเป็น สมองใช้ทักษะเชิงบริหารของสมองส่วนหน้า (EF) ในการกำหนดเป้าหมาย ริเริ่มดำเนินการและวางแผนตลอดจนวิธีการที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าในการมุ่งสู่เป้าหมายอีกด้วย          ...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 7) : ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF

ดนตรีกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า EF การศึกษาวิจัยว่าดนตรีมีส่วนในการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function) เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาที่ยืนยันว่าการฝึกฝนเล่นดนตรีประเภทต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง นักดนตรีมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก และเล่นดนตรีมานานเกินกว่าสิบปีนั้นถูกค้นพบจากการทำงานสำรวจวิจัยของ Katherine-moore และทีมว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมและแก้ปัญหาได้ดี อีกทั้งงานวิจัยพบว่านักดนตรีมืออาชีพมีผลคะแนนที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการทดสอบทักษะสมองส่วนหน้าด้านความจำเพื่อใช้งาน การจดจ่อใส่ใจ และกระบวนการคิดที่รวดเร็ว ซึ่งทักษะเหล่านี้แม้แต่นักดนตรีสมัครเล่นก็ทำการทดสอบทักษะดังที่กล่าวมาแล้วได้ดีกว่าคนที่ไม่เล่นดนตรี คำว่า “อันดนตรี มีคุณทุกอย่างไป” จึงเป็นคำที่ไม่กล่าวเกินเลย เพราะแม้แต่การฝึกฝนไม่เท่าไหร่ ก็ยังสามารถทำให้ทักษะ EF...

เอกสารแปลและเรียบเรียง ลำดับที่ 8 (ตอนที่ 6) : พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ

พัฒนา EF ด้วยการเล่นอย่างเป็นระบบ สมองส่วนหน้าบริเวณหลังหน้าผาก เป็นสมองส่วนของการคิดขั้นสูงที่มีทักษะเชิงบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ที่ทำงานกำกับการวางแผนและกำกับการกระทำของเราเกี่ยวข้องกับความคิด อารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีทักษะพื้นฐานของสมองส่วนนี้อยู่ 3 ทักษะคือ 1. ทักษะจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) 2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) และ 3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Cognitive...