สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

เข้าใจธรรมชาติของเด็กเพื่อฝึกความยับยั้งชั่งใจ

พลังความอยากกับการยับยั้งชั่งใจมันคู่กัน ถ้าเด็กมีพลังอยากมากแล้วเราไปหยุดเขาเสียหมด บางทีอีกมุมหนึ่งอาจไปทำลายความอยากของเด็ก โอกาสที่เด็กจะ explore ทำสิ่งที่หลากหลายอย่างอิสระเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะที่ขอบเขตก็จำเป็น
ครูก้าหรือคุณครูกรองทอง บุญประคอง แห่งโรงเรียนจิตตเมตต์ปฐมวัย ได้กล่าวว่า “ก่อนจะฝึกเด็กวัยอนุบาลให้รู้จักมีความยับยั้งชั่งใจ เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กวัยนี้เสียก่อน…”

“ก่อนที่เราจะใช้สถานการณ์หรือโอกาสฝึกฝนเด็กจนกระทั่งเด็กคุ้นเคยกับการยับยั้งชั่งใจ เข้าไปอยู่ในเนื้อตัวเขาโดยไม่ต้องคอยกำกับภายหลัง เราต้องเริ่มจากรู้จักธรรมชาติของเด็กเสียก่อน ยกตัวอย่างเช่นเด็กเล็กๆ ชอบการเคลื่อนไหว ชอบเสียงเพลง เพราะฉะนั้นเราก็ใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวกับเสียงเพลง ทำได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ เลย”

“ที่โรงเรียนจิตตเมตต์ใช้กิจกรรมประเภทนี้ตั้งแต่ชั้นเนิร์สเซอรี่ พอเด็กได้ยินเสียงเพลงเราก็ชวนเขาเล่น เคลื่อนไหว พอเสียงเพลงหยุดปั๊บ เราก็หยุด การวิ่งการเดินเป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็กถึงแม้จะยังอยู่ในวัยเตาะแตะ เด็กก็มีความอยากที่จะเคลื่อนไหว แต่การหยุดยากกว่า เพราะฉะนั้นเมื่อเสียงเพลงหยุด เด็กต้องหยุดต้องนิ่งแข็ง นี่คือการยับยั้งชั่งใจ “

“สำหรับเด็กที่โตขึ้นหน่อย เขารู้จักการเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ เริ่มมีสมาธิและการควบคุมตัวเองให้การเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับเสียงเพลงและจังหวะของเพลง เขาเริ่มรู้จักคอนโทรลตัวเองในการเคลื่อนไหวและคอนโทรลตัวเองในการหยุดดีขึ้น “

“ที่โรงเรียนเราเล่นเงื่อนไขนี้กับเด็กตั้งแต่ชั้นเนิร์สเซอรี่จนกระทั่งอนุบาล 3 แต่มีความซับซ้อนยากต่างกันไป เราจะเห็นว่าเด็กมีความสามารถในการควบคุมตัวเองดีมากขึ้นเรื่อยๆ “

“แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะการฝึกเช่นนี้เท่ากับเรากำลังเล่นกับพลังความอยากของเด็ก พลังความอยากกับการยับยั้งชั่งใจมันคู่กัน ถ้าเด็กมีพลังอยากมากแล้วเราไปหยุดเขาเสียหมด บางทีอีกมุมหนึ่งอาจไปทำลายความอยากของเด็ก โอกาสที่เด็กจะ explore ทำสิ่งที่หลากหลายอย่างอิสระเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะที่ขอบเขตก็จำเป็น กรณีนี้คล้ายคนที่หิว ต้องให้เขาได้สิ่งที่ต้องการบ้าง ไม่ใช่ทำให้ทุกสิ่งยากเกินไปที่จะยับยั้งชั่งใจเขาจะอยากสำรวจ อยากชิมบ้างก็ให้โอกาสเขาบ้าง เราจะเห็นเด็กที่โตขึ้นไปขโมยของ เพราะเขาขาดและถูกบังคับ กดดัน จนในที่สุดต้องหาทางออก แก้ไขความอยากอย่างผิดวิธี”

“ความเข้าใจธรรมชาติของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเอาความเข้าใจนั้นมาจัดระบบการเรียนรู้ของเด็ก”

เชื่อว่าข้อแนะนำของครูก้าจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคุณครูที่จะนำไปปรับใช้กับเด็กๆ ในชั้นเรียนของคุณครูนะคะ

“พลังความอยากกับการยับยั้งชั่งใจมันคู่กัน ถ้าเด็กมีพลังอยากมากแล้วเราไปหยุดเขาเสียหมด บางทีอีกมุมหนึ่งอาจไปทำลายความอยากของเด็ก”

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...