สอบถามการใช้งานระบบ?

(02)913 - 7555 กด 4104

ฝ่ายบริการสมาชิกเว็บไซต์

เครื่องมือฝึกเด็กให้มีความยับยั้งชั่งใจ

เครื่องมือ 5 อย่างสำหรับใช้ในการฝึกเด็กให้มีความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเราสามารถสร้างกิจกรรมหรือฉวยเอาวิถีชีวิตประจำวันมาฝึกเด็กได้ เช่น กิจกรรมที่เด็กต้องอดทนรอคอย กิจกรรมที่เด็กต้องปฏิบัติตามกฎกติกา เงื่อนไข กิจกรรมที่เด็กต้องหยุด กิจกรรมที่ต้องมีการผลัดกันเล่นผลัดกันทำ เป็นต้น

ในการฝึกเด็กให้มีความยับยั้งชั่งใจ เราสามารถสร้างกิจกรรมหรือฉวยเอาวิถีชีวิตประจำวันมาฝึกเด็กได้ เช่น กิจกรรมที่เด็กต้องอดทนรอคอย กิจกรรมที่เด็กต้องปฏิบัติตามกฎกติกา เงื่อนไข กิจกรรมที่เด็กต้องหยุด (เช่น เมื่อเพลงดังขึ้น เด็กต้องหยุดทำกิจกรรมและไปเข้าแถว) กิจกรรมที่ต้องมีการผลัดกันเล่นผลัดกันทำ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในการใช้กิจกรรมต่างๆ มาฝึกเด็ก ครูก้าหรือคุณครูกรองทอง บุญประคอง แห่งโรงเรียนจิตเมตต์ปฐมวัย บอกว่ามีเครื่องมือ 5 อย่างที่จะช่วยให้การฝึกเด็กได้ผลดี

ความเข้าใจในธรรมชาติเด็ก ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติเด็กแล้ว ไม่ว่าใช้กิจกรรมใดก็จะมีประสิทธิภาพ เพราะเราจะรู้ว่าเราควรสร้างสถานการณ์อะไรขึ้นมาฝึกเด็ก หรือจะหยิบฉวยโอกาสอะไรในวิถีชีวิตประจำวันมาฝึกความยับยั้งชั่งใจได้ เช่นเด็กชอบเพลง ก็ใช้เพลงมาเป็นสัญญาณให้เด็กเคลื่อนไหวหรือหยุด
การวางเงื่อนไข เราสร้างกิจกรรมที่ดูคล้ายๆ จะเป็นอิสระแต่ก็มีขอบเขต มีเงื่อนไข ข้อตกลงบางอย่างให้เด็กปฏิบัติตาม ซึ่งต้องชัดเจน ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ เงื่อนไขต้องไม่ซับซ้อน ต้องสั้นๆ เช่น เพลงมาให้เดิน เพลงหยุดให้หยุด อาจให้เด็กๆ ลองทวนเงื่อนไข หรือให้เด็กๆ ได้ลองสร้างเงื่อนไขเอง แล้วคอนโทรลตัวเองบนเงื่อนไขนั้น
เด็กได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ประสบการณ์จะทำให้เด็กสามารถขยายความยับยั้งชั่งใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเรารู้สึกได้ว่าเด็กโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักรอ และระยะเวลาในการรอคอยก็ดีขึ้น นานขึ้น ง่ายขึ้น การยอมรับในกฎกติกามีมากขึ้น
ต้องมีแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ กิจกรรมนั้นต้องมีอะไรบางอย่างที่เด็กชอบ ไม่ว่าการเล่นที่เด็กชื่นชอบ ดนตรี ศิลปะ มันเป็นแรงบันดาลใจที่จูงเด็กให้เข้ามารับการฝึกโดยไม่รู้ตัว แล้วเด็กจะเกิดความยับยั้งชั่งใจอยู่ในเนื้อในตัวโดยไม่ต้องมีคนคอยกำกับว่าอย่านะ หยุดนะ
บรรยากาศของความสุข การฝึกนั้นเด็กต้องอยู่ในบรรยากาศที่เป็นสุข เด็กจึงจะเอาตัวลงมาอยู่ตรงนั้นจริงๆ จนกระทั่งคุ้นเคย เกิดเป็นลักษณะนิสัยได้ในอนาคต
คุณครูอย่าลืมใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการฝึกเด็กให้มีความยับยั้งชั่งใจนะคะ

“เราสร้างกิจกรรมที่ดูคล้ายๆ จะเป็นอิสระแต่ก็มีขอบเขต มีเงื่อนไข ข้อตกลงบางอย่างให้เด็กปฏิบัติตาม ซึ่งต้องชัดเจน ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ เงื่อนไขต้องไม่ซับซ้อน ต้องสั้นๆ”

Related Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Stay Connected

66,963แฟนคลับชอบ
2ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

Latest Articles

ทำให้ EF เป็นของธรรมดา

"ถ้าอยากให้คนธรรมดา มี EF ก็… “ ทำให้ EF เป็นของธรรมดา”ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช คุณค่าและความหมายที่แท้จริงของ EF คือ EF เป็นเรื่องความสามารถของคน ความสามารถในการบังคับสัญชาตญาณอย่างสัตว์ได้ สัญชาตญาณสัตว์นั้นมีเพื่อการอยู่รอด เพื่อไม่ถูกจับกิน เป็นส่วนของสมองที่ต้องทำงานไวมาก แต่ EF เป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยั้งคิด เมื่อเกิดความยั้งคิด ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าที่ไม่ถูกต้อง...

Less Structured activities vs. EF

นักวิจัยพบว่า เมื่อเด็กเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง ว่า จะใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไร อย่างไร เด็กจะสามารถทำชิ้นงานให้บรรลุเป้าหมายได้มากกว่า และสามารถรู้ได้ว่าหลังจากจบชิ้นงานนี้ๆ แล้วจะต้องไปทำงานชิ้นใดต่อไปยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือในช่วงบ่ายที่คุณครูให้เลือกกิจกรรมเอง หลังจากเสร็จจากการอ่านแล้วเด็กก็ไปวาดรูปเกี่ยวกับหนังสือเล่มที่อ่านมา แล้วก็เอาภาพที่วาดได้ไปเล่าให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน นักวิจัยสรุปว่า เด็กคนนี้ได้เรียนรู้มากกว่าเด็กอีกคนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีครูคอยกำกับบทให้ตลอดกระบวนการ เมื่อครบสัปดาห์ นักวิจัยทดสอบเด็กในทักษะด้านคำศัพท์และการอ่านเพื่อวัด EF ผลปรากฏว่า ยิ่งเด็กใช้เวลากับการทำกิจกรรมแบบที่คิดเองทำเองมากเท่าไร คะแนนคำศัพท์กับคะแนนอ่านออกเสียงก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้นนักวิจัยชี้ว่า “กิจกรรมที่ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้ทุกอย่างแล้วนั้น จะทำให้พัฒนาการในการกำกับสั่งการตนเองช้าลง งานวิจัยชิ้นนี้จะส่งผลให้นักการศึกษาเห็นความสำคัญของการเล่นอิสระ free...

EF กับ Project Based Learning

จากการวิจัยหลักสูตรใหม่ของ Tools of the Mind, ที่สอนเด็กในเรื่อง “self-regulation.” พบว่าแทนที่จะให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามคำสั่งของครูเท่านั้น แนวทาง ToM จะส่งเสริมให้เด็กทำงานโครงการด้วยกัน(ไม่ว่าเด็กจะมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร) ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ของกันและกันให้แนะนำติชมกันและกัน ขณะเดียวกันก็ให้แต่ละคนสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง วิจารณ์ข้อบกพร่องของตนเอง แก้ไขความผิดพลาดของตนเอง และให้วางแผนว่าจะสร้างหรือเปลี่ยนกระบวนการทำโครงการนั้นๆ อย่างไรให้ดีClancy Blair, Early Childhood Education That Focuses On...

Reading glasses

ในปี 1968 Prof.Dr.Walter Mischel ซึ่งขณะนั้นสอนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำการวิจัยที่โด่งดังชื่อ The Marshmellow Test (ดูได้จาก www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ) โดยให้เด็ก 4 ขวบเข้ามาในห้องที่มีกระจกมองจากข้างนอก และนักวิจัยสังเกตการณ์อยู่ เจ้าหน้าที่วิจัยจะเข้าไปบอกเด็กว่า เด็กมีขนม marshmallow (บางครั้งอาจจะเป็นขนมชนิดอื่น) คนละ 1 ชิ้น ถ้าเด็กๆอยู่ในห้องนี้และอดทนรอได้ไม่กินขนมจนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา(ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 20...

EF กับการอ่าน

งานวิจัยชี้อย่างต่อเนื่องว่า การมี self-regulation กับ executive functioning skills ที่แข็งแรง เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ทางภาษาและการอ่านออกเขียนได้ที่แข็งแรงด้วยDiamond & Lee, 2011; McClelland, et al., 2007; Raver et al., 2011.งานวิจัยชี้ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทักษะการอ่านจะบอกถึงความสามารถของ EF ในขณะเดียวกับ...